วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แล้งยังวิกฤติ ชาวนาฆ่าตัวตาย ฝนหลวงไม่ได้ผลเท่าที่ควร

เกษตรกรดิ้นเต็มที่ขนสมบัติครก-สากเข้าโรงตึ๊ง

แล้งยังวิกฤติ แก่งก้อ ทะเลสาบเหนือเขื่อนภูมิพล แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จ.ลำพูน น้ำแห้งสนิทแพปลาและแพท่องเที่ยวกว่าครึ่งร้อยจอดเกยตื้นเสียหาย ส่วนการทำฝนหลวงในพื้นที่เชียงใหม่ นครสวรรค์ ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตร ฝนระเหยหมดก่อนลงถึงพื้นดิน ชาวนาบางระกำอ่วมหนัก หอบทรัพย์สินไม่เว้นแม้กระทั่งครกเข้าโรงจำนำหาเงินลงทุนทำเกษตรและใช้จ่ายในครอบครัว ส่วน ผวจ.นครพนม เต้นรุดตรวจสอบเหตุพ่อเฒ่าชาวนาลั่นไกฆ่าตัวตายจากภัยแล้ง ลูกชายเผยพ่อซึมเศร้าคิดถึงภรรยาที่เสียชีวิต และเครียดหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นห่วงลูกหลานทำการเกษตรได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง

สถานการณ์ภัยแล้งที่แผ่ขยายสร้างความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือ อีสาน และภาคกลาง พื้นที่การเกษตรโดยเฉพาะนาข้าวใกล้แห้งตายเพราะขาดน้ำ ยังไม่มีทีท่าจะคลี่คลายแม้มีการระดมทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำในเขื่อน และพื้นที่การเกษตรแต่ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร โดยเมื่อวันที่ 2 ก.ค. นายสรายุทธ ชโลธร นักวิทยาศาสตร์ปฏิบัติการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ทางศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงยังคงขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวงอย่างต่อเนื่องทุกวัน เน้นพื้นที่เหนือเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง เขื่อนแม่กวงอุดมธารา อ.ดอยสะเก็ด และ อ.ฮอด เหนือเขื่อนภูมิพล ทำให้ฝนตกโดยเฉลี่ยประมาณ 30 มิลลิเมตร ด้าน น.ส.หนึ่งฤทัย ตันติพลับทอง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำฝนหลวงในพื้นที่ภาคเหนือถือว่าได้ผลประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ แต่จะทำให้ฝนตกทุกวันนั้นคงเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องขึ้นกับความชื้นในอากาศด้วย

ส่วนนายเจนศักดิ์ ลิมปิติ ผอ.สำนักงานชลประทาน จ.เชียงใหม่ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำใน จ.เชียงใหม่ ปริมาณน้ำในเขื่อนแม่กวงอุดมธารา และเขื่อนแม่งัดสมูบรณ์ ใช้ในการผลิตน้ำประปามีเพียงพอใช้ได้ถึง 2 เดือน ส่วนการทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำเขื่อนช่วงที่ผ่านมาตกเพียงเล็กน้อยและซึมลงดินไปหมดยังไม่พอเติมน้ำในเขื่อน ส่วนพื้นที่รอบนอกตกลงมาเบาบางเท่านั้น ขณะที่พื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีฟ้าครึ้มทั้งวันแต่ไม่มีรายงานฝนตกลงมา ซึ่งนายอนันต์ สิริภาคย์โภคิน ผู้ใหญ่บ้านบ้านดงป่าลัน ต.ขี้เหล็ก อ.แม่แตง กล่าวว่า ฝนไม่ตกมาหลายวันแล้ว ที่บอกว่าเป็นฝนหลวงก็ตกเบาๆ ลำคลองลำธารแห้งผากไปหมด แม่น้ำปิงที่ไหลผ่านหมู่บ้านก็ดูเหมือนจะไม่ไหลแล้ว ทางกำนันผู้ใหญ่บ้านของ อ.แม่แตง เพิ่งประชุมกันเสร็จประกาศให้ลูกบ้านงดปลูกข้าวนาปี และพืชที่ใช้น้ำมากแล้ว

ที่ จ.ลำพูน ที่แก่งก้อ ทะเลสาบส่วนหนึ่งของอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่ปิง ครอบคลุมพื้นที่ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ อ.ลี้ จ.ลำพูน และ อ.สามเงา จ.ตาก แหล่งท่องเที่ยวสำคัญเหนือเขื่อนภูมิพล สามารถล่องเรือไปชมทิวทัศน์เขื่อนภูมิพล และทะเลสาบดอยเต่า มีแพหาปลาและแพท่องเที่ยวไว้บริการกว่า 100 หลัง ปรากฏว่าน้ำที่แก่งก้อแห้งขอด จนแพปลาและแพท่องเที่ยวกว่าครึ่งเกยติดพิื้น ส่วนที่เหลือไหลไปอยู่ตามแหล่งน้ำ โดยนายอุดม จันทร์ตา นายอำเภอลี้ กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งครั้งนี้ถือเป็นวิกฤติน้ำในแม่น้ำปิงครั้งใหญ่ในรอบ 15 ปี เนื่องจากไม่มีฝนตกลงมาตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.ปีที่ผ่านมา เป็นเวลา 6 เดือน ทำให้ชาวบ้าน ชาวประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน นายจักรกฤษณ์ สินพรหมมา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง ต.หนองปลิง อ.เมืองกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ขณะนี้น้ำในเขื่อนภูมิพล เหลือน้ำใช้การได้ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำเก็บกัก หรือ 260 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ช่วง 2 วันที่ผ่านมาแทบจะไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อน แต่ทางเขื่อนต้องปล่อยน้ำออกมาวันละ 8 ล้าน ลบ.ม. โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง ได้รับการจัดสรรน้ำ 1 ล้าน ลบ.ม. จากเดิมที่ 14 ล้าน ลบ.ม. ส่งช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรใน จ.กำแพงเพชร อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย รวมพื้นที่ประมาณ 8 แสนไร่เศษ ซึ่งไม่เพียงพอ คาดว่าข้าวนาฤดูกาลนี้ราว 2 แสนไร่เศษ อาจได้รับความเสียหายราว 50,000 ไร่ ส่วนน้ำที่เหลือเข้าเขต จ.นครสวรรค์ คาดจะมีราว 1.5 ล้าน ลบ.ม. เท่านั้น

ที่ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าพื้นที่ โดยแม่น้ำปิงมีปริมาณไหลผ่าน 43 ลบ.ม./วินาที แม่น้ำน่าน 128 ลบ.ม./วินาที แม่น้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำไหลผ่าน 166 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำในแม่น้ำน่าน หมู่ 8 ต.เกรียงไกร อ.เมืองนครสวรรค์ ต่ำกว่าตลิ่ง 8 เมตรเศษ เกษตรกรไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาทำการเกษตรได้ ซึ่งนายสดุดี ชูหนู กล่าวว่าตนทำนาทั้งหมด 100 ไร่ ตอนนี้ไม่สามารถสูบน้ำเข้าที่นาได้ ทำให้ต้นข้าวอายุเดือนเศษขาดน้ำยืนต้นตายกว่า 50 ไร่ หากใน 5-6 วัน ฝนยังไม่ตก ข้าวที่ปลูกไว้คงเสียหายทั้งหมด

ส่วนนายรัฐกร วรุณสุขะศิริ นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลางนครสวรรค์ เปิดเผยถึงผลการบินทำฝนหลวงเมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมาว่า ที่ จ.นครสวรรค์ มีฝนตกเล็กน้อย บริเวณ อ.ตาคลี อ.ตากฟ้า อ.ท่าตะโก และฝนปานกลาง อ.ลาดยาว ส่วน จ.ชัยนาท มีฝนเล็กน้อย ตกระยะสั้น ทางตอนบนของ อ.มโนรมย์ ส่วนในพื้นที่ทำการเกษตรฝนไม่ตกลงมา เพราะว่าอากาศร้อน ทำให้ฝนกลายเป็นไอน้ำหายไปในอากาศ

ที่ จ.อุตรดิตถ์ นายสุเทพ เลิศศรีมงคล ผอ.เขื่อนสิริกิติ์ เปิดเผยว่า สองสามวันที่ผ่านมามีฝนตกลงมาด้านท้ายเขื่อน ขณะนี้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอยู่ที่ 3,305.35 ล้าน ลบ.ม. แต่มีปริมาณน้ำใช้ได้แค่ 455.35 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6.84 เปอร์เซ็นต์ ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างอยู่ที่ 3.98 ล้าน ลบ.ม. ถือว่าน้อยลงทุกวัน แต่ยังต้องระบายน้ำออก 17 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศ นายบัญชา อรุณเขต ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า มี ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนไว้กว่า 30,000 ครัวเรือน โดยชาวนาที่อยู่ในเขตชลประทานราว 20,000 ครัวเรือนไม่มีปัญหาขาดแคลนน้ำ แต่ชาวนาใน อ.น้ำปาด ฟากท่า บ้านโคก ทองแสนขัน ท่าปลา และ อ.ลับแล บางส่วน ที่อยู่นอกเขตชลประทานไม่สามารถทำนาปีได้ เนื่องจากประสบปัญหาภัยแล้งราว 12,000 ครัวเรือน คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์

ที่สถานธนานุบาลเทศบาลตำบลบางระกำ อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก นายสุนทร เพิ่มพูล ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลตำบลบางระกำ เปิดเผยว่า ช่วงนี้มีเกษตรกรนำทรัพย์มาจำนำเพิ่มมากขึ้นจนวงเงินที่เตรียมไว้ 95 ล้านบาท ไม่เพียงพอต้องขยายวงเงินเพิ่มขึ้นอีกกว่า 500,000 บาท เฉพาะในช่วง 1-2 เดือนนี้มีเกษตรกรมาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น คาดว่าจะนำเงินไปลงทุนทำนาปี หรือปลูกพืชอายุสั้นระหว่างที่รอฝนตกตามฤดูกาล บางรายนำพระพุทธรูปมาจำนำองค์ละ 800 บาท ที่ย่ำแย่ที่สุดมีประชาชนนำครกหิน 2 ลูก มาจำนำไว้ 400 บาท เพื่อไปจ่ายค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า

ส่วนที่ จ.สุโขทัย เกษตรกรที่หันมาปลูกถั่วเขียวตามคำแนะนำของทางราชการ กลับต้องช้ำหนักจากปัญหาภัยแล้ง ไร่ถั่วเขียวใกล้แห้งตายทั้งตำบล โดย น.ส.สำราญ อุทอง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 2 ต.วังไม้ขอน อ.สวรรคโลก กล่าวว่าได้ลงทุนปลูกถั่วเขียว 15 ไร่ เป็นเงินกว่า 20,000 บาท แต่ฝนไม่ตกมาหลายเดือน น้ำในคลองและสระก็แห้งขอด ทำให้ถั่วเขียวที่ปลูกไว้กว่าครึ่งแห้งตาย และรถเกี่ยวก็ไม่สามารถมาเกี่ยวถั่วเขียวได้เนื่องจากต้นถั่วเขียวไม่โตพอ ตนต้องเดินเก็บฝักถั่วเขียวเอง และเตรียมไถฝังกลบต้นถั่วเตรียมดินไว้รอน้ำฝนเพื่อปลูกข้าวต่อไป

บ่ายวันเดียวกัน นายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผวจ.นครพนม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีนายจันทา นรินทร์ อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 2 ต.บ้านผึ้ง อ.เมืองนครพนม ใช้ปืนแก๊ปยิงเข้าเบ้าตาซ้ายฆ่าตัวตายบริเวณกระท่อมนาใกล้หมู่บ้าน เมื่อคืนวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา เพราะเครียดปัญหาภัยแล้งกระทบที่นา โดยนายชาญ นรินทร์ อายุ 40 ปี ลูกผู้ตาย กล่าวว่า พ่อไปนอนเฝ้าที่นา 18 ไร่ และบ่อปลาของตนที่กระท่อมนาที่เกิดเหตุนานร่วม 2 ปี นับตั้งแต่แม่เสียชีวิตลง ที่ผ่านมาพ่อไม่มีปัญหาสุขภาพ จะมีแต่บ่นคิดถึงแม่ตามประสาคนแก่ เช้าวันเกิดเหตุยังเข้ามากินข้าวด้วยกันและเล่นกับหลาน จนกระทั่งหลานไปพบศพยิงตัวตายห่างกระท่อมราว 30 เมตร คาดว่าสาเหตุที่ฆ่าตัวตายน่าจะมาจากซึมเศร้าคิดถึงแม่ และความเครียดรุมเร้า รวมทั้งเป็นห่วงลูกหลานมีอาชีพทำไร่ทำนาอาจได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง

ด้านนายอดิศักดิ์ เทพอาสน์ ผวจ.นครพนม กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุที่นายจันทาฆ่าตัวตายมีปัญหาหลักจากเรื่องซึมเศร้าคิดถึงภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้วตามประสาคนแก่ ปัญหา ภัยแล้งไม่ใช่สาเหตุหลัก แต่ยอมรับว่าปัญหาภัยแล้งในปีนี้ได้รับผลกระทบสูง โดยเฉพาะพื้นที่ทำนานอก ระบบชลประทาน แต่ยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ ทางจังหวัดได้เร่งประสานงานไปยังทุกหน่วยงาน ทำการสำรวจให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง หากเกษตรกรเดือดร้อนในเรื่องภาระหนี้สิน หรืออาจเป็นที่มาของความเครียดจากการขาดทุนทำการเกษตร สามารถติดต่อรับการช่วยเหลือได้ทุกอำเภอ

ที่ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยที่อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร ต.บัลลังก์ น้ำแห้งเหลือติดก้นอ่างราว 1 ล้าน ลบ.ม. จากพื้นที่เก็บกัก 27 ล้าน ลบ.ม. ทำให้พื้นที่การเกษตรทั้งข้าว อ้อย และข้าวโพด เสียหายไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ โดยร.ต.ฐนน์ธรณ์ กวีกิจรัตนา นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลบัลลังก์ กล่าวว่า น้ำอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ใช้ในพื้นที่เฉพาะ ต.บัลลังก์ ทั้ง 19 หมู่บ้าน กว่า 1,000 ครัวเรือน และ อ.โนนไทย อ.เมืองนครราชสีมา อ.โนนสูง และ อ.พิมาย เกษตรกรกำลังรอความหวังจากการทำฝนหลวง ขณะที่เกษตรกรบางส่วนประกาศขายที่นาเพื่อย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น

ที่โรงเรียนโนนไทย เจ้าหน้าที่ทหารจากศูนย์ต่อสู้ป้องกันภัยทางอากาศกองทัพบกที่ 2 ประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้นำรถบรรทุกน้ำจำนวน 30,000 ลิตร เข้ามาเติมภายในถังเก็บน้ำของทางโรงเรียนใช้อุปโภคบริโภค หลังประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคมานานกว่า 4 เดือน ที่ จ.ลพบุรี นายธีระศักดิ์ ทรัพย์ศิริ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ลพบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ฝนตกลงมาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถวัดปริมาณน้ำฝนได้ และไม่มีน้ำไหลเข้าไปเติมในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ทำให้ระดับน้ำในเขื่อนลดลงทุกวัน โดยมีปริมาณน้ำเหลือเพียง 58.08 ล้าน ลบ.ม. หรือ 6.05 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และต้องระบายน้ำออกเพื่อช่วยเหลือประชาชน ในการใช้น้ำอุปโภคบริโภค วันละ 1.34 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ระดับน้ำในขณะนี้มีเหลือพอใช้ประมาณ 1 เดือนถ้าฝนไม่ตกลงมาเติมน้ำในเขื่อน

ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ พร้อมนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน และนายพรชัย ทองยิ่งสกุล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร แถลงข่าวปัญหาภัยแล้ง โดยนายเลิศวิโรจน์กล่าวว่า ปริมาณน้ำใช้การได้ในเขื่อนหลัก 4 แห่ง ของลุ่มเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ รวมกันอยู่ที่ 886 ล้าน ลบ.ม. ระบายน้ำออกวันละ 28 ล้าน ลบ.ม. แต่มีน้ำไหลเข้ามาเติมเขื่อนเฉลี่ยวันละ 7 ล้าน ลบ.ม. หากไม่มีฝนตกมาเติมเลยจะมีน้ำใช้การต่อไปได้อีกประมาณ 42 วัน แต่ยังมั่นใจว่าจะมีฝนตกหนาแน่นตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.เป็นต้นไป คาดการณ์กรณีฝนมาน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาจะมีน้ำในเขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยาหลังสิ้นฤดูฝน 3,251 ล้าน ลบ.ม. หรือกรณีที่ฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10% ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะมีน้ำประมาณ 3,900 ล้าน ลบ.ม. ถือว่ามั่นคงสำหรับการอุปโภคบริโภค การรักษาระบบนิเวศ และการผลักดันน้ำเค็มไปจนตลอดเดือน เม.ย.59

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวว่า สำหรับนาข้าวในเขตชลประทานลุ่มเจ้าพระยา ที่ยังไม่ได้ลงมือเพาะปลูกรวมประมาณ 4 ล้านไร่ ได้เสนอความต้องการช่วยเหลือจากรัฐเข้ามาครบถ้วนแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 ด้าน คือ 1.ต้องการให้มีการจ้างแรงงานเกษตรกรให้มีรายได้ โดยกรมชลฯ ได้จัดสรรงบประมาณมารองรับแรงงานในการซ่อมแซมคูคลอง และอาคารชลประทานแล้ว 2.การปลูกพืชอื่นที่ใช้น้ำน้อย หรือการปศุสัตว์ ขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า และ 3.ชาวนาบางส่วนยังต้องการรอฝนตกในเดือน ส.ค. เพื่อลงมือปลูกข้าวอย่างเดิมต่อไป

ขณะที่นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรม ชลประทาน กล่าวว่า สำหรับนาข้าวที่กรมชลฯ ส่งเสริมให้เพาะปลูกในช่วงต้นฤดูฝน เดิมมีประมาณ 3.44 ล้านไร่ ขณะนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น 4.3 ล้านไร่ ในจำนวนนี้มีความเสี่ยงที่จะเสียหายประมาณ 800,000 ไร่ ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้การดูแล 2 มาตรการ คือให้กรมชลฯ ร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง และฝ่ายปกครอง ทำความเข้าใจชาวบ้าน จัดรอบเวรการส่งน้ำ เพื่อให้ส่งน้ำได้ทั่วถึง และพื้นที่ที่น่าจะมีปัญหาขาดแคลนน้ำให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลไปขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลรวม 880 บ่อ ขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จประมาณ 200 บ่อ อย่างไรก็ตาม กรมชลฯคาดว่าน่าจะขยายเพิ่มจาก 880 บ่อ เป็น 1,034 บ่อ เพื่อให้ทั่วถึงกรมอุตุนิยมวิทยา ได้รายงานสภาพอากาศว่า ในช่วงวันที่ 3-8 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับในช่วงวันที่ 4-8 ก.ค. มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มขึ้นสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงดังกล่าว

รุดตรวจสอบเหตุพ่อเฒ่าชาวนาลั่นไกฆ่าตัวตายจากภัยแล้ง ลูกชายเผยพ่อซึมเศร้าคิดถึงภรรยาที่เสียชีวิต และเครียดหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นห่วงลูกหลานทำการเกษตรได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง 3 ก.ค. 2558 06:29 3 ก.ค. 2558 06:30 ไทยรัฐ