วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฆ่า'สมยศ'ส่อคดีพลิก เค้น'เล็ก'ไม่พบพิรุธ ตร.อุบไต๋มัดผู้บงการ

ชุดสืบรอหลักฐานมัดผู้บงการ ป.เจอปม‘นางม้อ’เคยแจ้งจับ เรียกเมีย-ลูกสอบเพิ่มอีก7ชม.

รอง ผบ.ตร.เรียกประชุมคลี่ปมฆ่า “สมยศ” ยังให้น้ำหนักไปในเรื่องปมบาดหมางโกงพนัน รวมทั้งต่อรองเรื่องวิ่งเต้นคดี ชี้สมุดบันทึก และเทปเสียงในโทรศัพท์มือถือเป็นกุญแจสำคัญ คุม “เล็ก ชุมพร” พร้อมน้องสาวสอบ ไม่พบพิรุธโยงสังหาร ขณะที่ “เสธ.ณุ” ยอมรับผู้ตายให้เป็นคนกลางทวงหนี้แลกค่าคอมมิชชั่น ทีมสืบสวนมุ่งปม “คนใกล้ชิด” เพราะรู้ความเคลื่อนไหวเหยื่อ ทำให้มือปืนไปดักรอล่วงหน้า สอดคล้อง “ไดอารี่” ที่ผู้ตายระบายไว้ ส่วนเมียและลูกสาวเข้าให้ข้อมูลเพิ่มนาน 7 ชั่วโมง ระบุ ผัวทำประกันไว้แค่ 600,000 บาท ปกติไม่ให้ยุ่งเรื่องส่วนตัว ด้าน รรท.ผบก.ป.ได้ข้อมูลใหม่ “นางม้อ” เคยแจ้งจับอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่หลอกลวงเงินวิ่งเต้นล้มคดี 15 ล้านบาท

คดีสังหารสะท้านกรุง มือปืนจ่อยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อายุ 62 ปี อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ย่านพระราม 9 เสียชีวิตคาที่ ระหว่างเดินมาขึ้นรถเบนซ์ ทะเบียน ณร 6363 กรุงเทพมหานคร บริเวณลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กทม.เมื่อค่ำวันที่ 29 มิ.ย. ทีมสืบสวนนครบาลร่วมกับกองปราบปรามระดับนักสืบมือดีคลี่คลาย ตั้งปมสั่งตายไว้เกี่ยวกับความขัดแย้งเรื่องหนี้สินการพนัน ปัญหาคดีความที่ผู้ตายเป็นทนายรับเคลียร์คดี รวมถึงข้อพิพาทที่ดินริมถนนพระราม 9

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 2 ก.ค. พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ จริตเอก รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 พล.ต.ต.พรชัย สุธีรคุณ ผบก.สถาบันนิติวิทยา รพ.ตร. ร่วมกับ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พร้อมด้วย ชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. กก.สส.บก.น.5 สน.คลองตัน และ บก.ป. ประชุมคลี่คลายคดีคนร้ายยิงนายสมยศ สุธางค์กูร อดีตเจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังพระราม 9 คาเฟ่ เป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง

พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ได้รับรายงานคดีแล้วกำชับให้ดำเนินการอย่างรอบคอบ รวบรวมพยานหลักฐานให้รวดเร็วที่สุด และต้องจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ โดยเฉพาะมือปืนและผู้ร่วมก่อเหตุขี่รถพาหนี อีกทั้งกลุ่มผู้จ้างวาน คดีนี้มีความคืบหน้าค่อนข้างมาก จำเป็นต้องเรียกประชุมด่วนเพื่อหารือกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบหลักฐานวัตถุพยานนิติวิทยา-ศาสตร์ให้สมบูรณ์ควบคู่ไปกับการสืบสวนสอบสวน

ผู้สื่อข่าวถามถึงการสอบปากคำนายสมชัย นิตยา อายุ 51 ปี นักพนันฉายา “เล็ก ชุมพร” คืบหน้าอย่างไร พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ กล่าวว่า เป็นกระบวนการสืบสวนสอบสวน ต้องทำให้รอบคอบทุกฝ่าย ส่วนคำให้การซักทอดถึงใคร ฝ่ายสืบสวนสอบสวนยังพยายามตรวจสอบข้อมูลทุกเรื่อง โดยเฉพาะการสอบปากคำนางรัศมี สุธางค์กูร อายุ 53 ปี ภรรยาของผู้ตาย ที่ให้การขัดแย้งกับนางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ อายุ 48 ปี ต้องรอพยานเอกสารตรวจสอบข้อเท็จจริงในคำให้การ

เมื่อถามว่า น้ำหนักการสังหารเน้นที่ประเด็นหนี้เรื่องการเล่นพนันหรือไม่ พล.ต.อ.เรืองศักดิ์ ยืนยันว่าให้ประเด็นน้ำหนักไปในเรื่องความบาดหมางการโกงเงินพนันทำให้เป็นเหตุไม่พอใจ รวมถึงกรณีที่ให้ประสานงานช่วยเหลือคดีต่างๆ หลายคดีทำให้เกิดเหตุความขัดแย้งรุนแรง มีการต่อรองกัน หากไม่ทำตามก็ต้องเป็นอย่างนี้อย่างนั้น เพิ่มความขัดแย้งเกิดมากขึ้นอีก ส่วนประเด็นเรื่องที่ดินตั้งเผื่อไว้อาจมีส่วนนิดหน่อย ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กลุ่มที่น่าสงสัยที่สุด คือกลุ่มในวงพนันหรือไม่ รอง ผบ.ตร. ตอบว่า ขณะนี้ขอใช้ว่าเป็นกลุ่มที่พอมีพยานหลักฐานก่อน ตำรวจจะหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมในข้อพิสูจน์ ส่วนจะสอบใครเพิ่มอยู่ระหว่างหารือ ผบช.น. และ รรท.ผบก.ป.

พล.ต.อ.เรืองศักดิ์กล่าวด้วยว่า ตำรวจมีทั้งพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ ขวดเครื่องดื่มที่พบในที่เกิดเหตุ มีภาพกล้องซีซีทีวี ร่วมถึงข้อมูลทางโทรศัพท์ของผู้ตาย ที่นายสมยศบันทึกเสียงสนทนาไว้ทุกครั้ง รวมถึงบันทึกไดอารี่ส่วนตัวเป็นแนวทางการสืบสวนสำคัญ ขณะที่นายสมชัย นิตยา จากการตรวจสอบประวัติได้เปลี่ยนชื่อนามสกุลมาหลายครั้ง กำลังขยายดูว่า มีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีอะไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ต้องเรียงลำดับความสำคัญประเด็นสังหาร อย่างกรณีที่ดิน หรือการอ้างช่วยในการรับเคลียร์คดีความ หลอกเงินผู้เสียหายรายหลายรวมประมาณ 50 ล้านบาท แต่ไม่ได้ดำเนินการช่วยเหลืออาจจะทำให้เป็นสาเหตุทำให้โกรธเคืองกลายเป็นเรื่องความขัดแย้งก็ได้

วันเดียวกัน พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3บก.สส.บช.น. นำผู้เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะนางศุภนิดา หรือก้อย นรรัตน์ อายุ 48 ปี นายสมชัย นิตยา หรือเล็ก ชุมพร อายุ 51 ปี อดีตสามีนางศุภนิดา และ น.ส.มุกรินทร์ หรือเรียม นิตยา อายุ 45 ปี น้องสาวนายสมชัย เพื่อไขข้อข้องใจในประเด็นหนี้พนันที่ทั้งคู่หลอกนายสมยศไปเล่นไพ่แล้วโกงเอาเงินหลายล้านบาท กระทั่งตำนานเจ้าพ่อคาเฟ่ไม่พอใจให้ เสธ.ทหารไปเคลียร์ มีรายงานจากการสอบปากคำนางศุภนิดา และอดีตสามี รวมถึงน้องสาวร่วมก๊วนไม่พบพิรุธข้อสงสัยจะเอี่ยวการจ้างฆ่านายสมยศ ทั้งหมดยืนยันไม่คิดฆ่านายสมยศ แม้จะมีเรื่องบาดหมางกันก็ตาม แต่ได้ให้พนักงานสอบสวน สน.คลองตัน สอบปากคำเก็บไว้ในสำนวนเพื่อยันคำให้การกรณีเกิดข้อมูลขัดแย้งกับปากคำพยานรายอื่น

มีรายงานด้วยว่า นางศุภนิดายอมรับโทรศัพท์ติดต่อนางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยานายสมยศ เพื่อขอยืมเงิน 2 แสนบาทจริง แต่ไม่รู้ว่าผู้ตายจะเดินทางไปที่ร้านอาหารเฮงหูฉลาม ก่อนพบจุดจบตามคำให้การของนางนางรัศมีที่ระบุว่านางศุภนิดาเป็นคนถามว่านายสมยศจะมีเดินทางไปไหนบ้าง นอกจากนี้ การตรวจสอบทางเทคนิคพบด้วยว่า วันเกิดเหตุนางศุภนิดาก็ไม่ได้ติดต่อกับนายสมชัย สามีเก่า หรือนายสมยศ ทำให้ทีมสืบสวนจำเป็นต้องขมวดข้อสงสัยว่ามือปืนไปดักรอลานจอดรถร้านเฮงหูฉลาม ก่อนเหยื่อจะเดินทางไปได้อย่างไรตั้งแต่ 5 โมงเย็น

ทั้งนี้ ทีมสืบสวนจึงเชื่อว่า ผู้ที่บงการหรือวางแผนฆ่าอดีตเจ้าพ่อคาเฟ่ น่าจะเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดที่รู้ความเคลื่อนไหวของผู้ตายเป็นอย่างดี ชนิดที่อาจจะพลิกปม หากตำรวจได้พยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มมือปืน สอดคล้องบันทึกในไดอารี่ของผู้ตายที่เขียนระบายความขัดแย้งกับคนคนหนึ่งอย่างรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายจนอีกฝ่ายบาดเจ็บกระทั่งอาจกลายเป็นไฟแค้นสุมอก

ทีมสืบสวนนครบาลยังเชิญ พ.อ.ภาณุ จันทร์ศรี หรือ เสธ.ณุ นายทหารนอกราชการอดีตสังกัดทหารบก มาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกคนในประเด็นเงินการพนันที่ถูกแก๊งนายสมชัยหลอกเล่นไพ่โกงไปหลายล้านบาท ได้ความว่า ผู้ตายเคยให้ไปทวงเงินกลุ่มของนายสมชัยจริงจำนวน 25 ล้านบาท แลกกับค่าคอมมิชชั่นหากทวงเงินคืนมาได้ ทว่าชุดสืบสวนสอบปากคำแล้วยังไม่พบหลักฐานพัวพันคดีสังหารนายสมยศ

ด้าน พ.ต.ท.ธนงศักดิ์ บุญมาก นักวิทยาศาสตร์ สบ 2 กลุ่มงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สพฐ.ตร. กล่าวว่า กองพิสูจน์หลักฐานเก็บหัวกระสุน 3 หัวจากศพนายสมยศ และที่รถเบนซ์ของผู้ตายอีก 1 หัว อยู่ระหว่างนำมาเปรียบเทียบกันว่าเป็นจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ และเป็นกระสุนชนิดไหน เบื้องต้นคาดว่าเป็นลูกปืน .38 ลักษณะยาวใช้กับปืนลูกโม่ โดยที่เกิดเหตุไม่พบปลอกกระสุน วิถีกระสุนปืนแนวกดลงค่อนข้างมาก และยิงในลักษณะประชิด

ที่ สน.คลองตัน เมื่อเวลา 09.00 น. นางรัศมี สุธางค์กูร อายุ 53 ปี ภรรยาของนายสมยศ และน.ส.ณัฐธิดา สุธางค์กูร อายุ 25 ปี ลูกสาว เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.อ.จิรภัทร ปานลักษณ์ พงส.ผทค.สน.คลองตัน เพิ่มเติมใช้เวลานานกว่า 7 ชั่วโมง นางรัศมีมีสีหน้าดีขึ้นยอมให้สัมภาษณ์ว่า มาให้ข้อมูลในประเด็นเดิม แต่ลงรายละเอียดเพิ่ม ทั้งประเด็นฉ้อโกงการพนัน ข้อพิพาทเรื่องที่ดิน และเตรียมเอกสารเป็นสมุดบัญชีธนาคาร โฉนดที่ดิน และกรมธรรม์ของสามีที่มีวงเงินประมาณ 600,000 บาท มามอบพนักงานสอบสวน ตนได้ให้ข้อมูลเท่าที่พอจะทราบ ไม่ได้เอาไปเทียบว่าขัดแย้งกับคำให้การของใคร เพราะไม่ได้ติดตามสื่อเลย และยังคงมุ่งปมในการสังหารเป็นกลุ่มบุคคลที่มาฉ้อโกงและกรณีพิพาทที่ดิน สำหรับนายสมชัย หรือเล็ก นิตยา เคยเจอประมาณ 3-4 ครั้ง ตอนเล่นการพนัน ส่วน เสธ.ณุ ยังไม่เคยเจอ

คำให้การของภรรยาอดีตเจ้าของธุรกิจบันเทิงที่เคยโด่งดังยังทราบถึงพฤติกรรมนายสมยศ ขณะยังมีชีวิตอยู่ว่าเป็นคนละเอียดในทุกๆ เรื่อง มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องเงิน และทรัพย์สิน ปกติไม่อนุญาตให้ภรรยา หรือลูกสาวเข้าไปภายในห้องทำงาน หรือยุ่งวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัว เป็นบุคคลที่วางแผนการใช้จ่ายอย่างละเอียดรอบคอบ มีเพียงนางศุภนิดาหรือก้อย นรรัตน์ ถือกุญแจเข้าออกห้องทำงาน หรือที่บ้านได้ตามปกติ ส่วนในเรื่องของเงินประกันชีวิต นายสมยศทำประกันไว้ในวงเงินที่ไม่สูง

ที่ บก.ป. พล.ต.ต.รณศิลป์ ภู่สาระ รรท.รอง ผบช.ก. พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.ป.เรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดี จากนั้น พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า ได้ขีดวงให้แคบลงเกี่ยวกับประเด็นการสังหารแล้ว โดยมุ่งไปที่ 3 ประเด็นเดิม คือ ฆ่าหักล้างหนี้สินจากการเล่นการพนัน ความขัดแย้งเรื่องที่ดินย่านพระราม 9 และกรณีที่มีผู้เสียหายทราบเพียงว่าชื่อนางม้อ ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ตั้งแต่ปี 2556 เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายสมยศ หลังจากถูกหลอกลวงว่า สามารถวิ่งเต้นล้มคดีได้ จ่ายเงินไปแล้ว 15 ล้านบาท แต่ภายหลังนายสมยศ กลับวิ่งเต้นคดีให้ไม่ได้ ส่วนประเด็นปลีกย่อยอื่นๆ ยังไม่พบว่ามีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมากเพียงพอที่จะเป็นชนวนเหตุของการสังหาร อย่างไร ก็ตาม คดีนี้ บช.น.จะเป็นเจ้าภาพหลักในการสืบสวนสอบสวน บก.ป.จะคอยเสริมเท่านั้น

ส่วน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า คดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร แต่ตามแนวทางการสืบสวน ขอไม่พูดในรายละเอียด เนื่องจากอาจจะทำให้ตำรวจทำงานได้ยากขึ้น เบื้องต้นมีการออกหมายจับตามภาพถ่ายไป 2 คน ตำรวจได้ตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น แต่ยังไม่ชัดเจนว่า เกิดจากสาเหตุอะไร ไม่ว่าเรื่องการพนัน ความขัดแย้งเรื่องผลประโยชน์จนกว่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ และยังไม่ตัดทิ้งในทุกประเด็น

รอง ผบ.ตร.เรียกประชุมคลี่ปมฆ่า “สมยศ” ยังให้น้ำหนักไปในเรื่องปมบาดหมางโกงพนัน รวมทั้งต่อรองเรื่องวิ่งเต้นคดี ชี้สมุดบันทึก และเทปเสียงในโทรศัพท์มือถือเป็นกุญแจสำคัญ คุม “เล็ก ชุมพร” พร้อมน้องสาวสอบ ไม่พบพิรุธโยงสังหาร 3 ก.ค. 2558 06:02 3 ก.ค. 2558 06:02 ไทยรัฐ