วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บางครั้งก็ต้อง 'ไม้นวม'

กางตำรากฎหมายเข้ม

ท่าทีของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ต่อประเด็นร้อน ยืนยันกรณีการจับกุม 14 นักศึกษา

กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ประเทศไทยคือประเทศไทย

ไม่สนองค์กรนอกประเทศ ไม่แคร์โลก

ถ้าว่ากันตามการบริหารปกครองบ้านเมืองในมุมหนึ่ง ก็ถือว่า “บิ๊กตู่” ว่าไปตามหลักนิติรัฐ ยึดการบังคับใช้กฎหมาย เพียงแต่การบริหารบ้านเมือง นอกจากหลักนิติศาสตร์ ถือ “ไม้แข็ง” ขึงขังอย่างเดียวไม่ได้

ต้องมีหลักรัฐศาสตร์มาใช้ควบคู่

กรณีการแสดงออกของขบวนการนักศึกษาในการเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐ วิธีการบริหารจัดการของรัฐบาลในจุดที่มีข้อจำกัด ถึงระมัดระวังกับการจัดการกลุ่มนักศึกษา ของแสลงท็อปบูต

ในไฟต์บังคับต้องคุมโหมด “ความมั่นคง” ให้อยู่ จึงมีการบังคับใช้กฎหมายเข้าจับกุมแกนนำ ส่งขึ้นศาลทหาร นำตัวเข้าคุมขังในเรือนจำร่วมกับผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์

ขณะเดียวกันเริ่มส่งแรงกระเพื่อม ทั้งการขยับของกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการ ศิลปิน นักเขียน

รวมทั้งปัจจัยภายนอก สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดาหน้าออกเเถลงการณ์

เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีอาญา ปล่อยตัวนักศึกษา ทบทวนการใช้กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม ขอให้พิจารณาคดีในศาลพลเรือน

องค์กรโลกจับจ้อง แหย่มือเข้ามายื้อดาบรัฐบาล

แต่ที่น่าห่วง นอกจากจังหวะที่ “บิ๊กตู่” ทำท่าจะลุยแรงเสียดทาน ขณะที่คนในรัฐบาลประสานเสียงชี้เป้า มีขั้วการเมืองเก่า–ผู้เสียประโยชน์ ชักใยเบื้องหลัง

ไปจนกระทั่งกระตุ้นกลุ่มนักเรียนอาชีวะให้ขยับออกมาชนกับกลุ่มนักศึกษาต้านรัฐบาล

จุดไฟเผาไฟ สายลมประวัติศาสตร์ เหตุตุลาฯ 2519 ส่อพัดหวน

ไม่แปลกที่ผู้เคยผ่านเหตุแตกแยกทางความคิดในอดีต รับรู้บทเรียนเลือด จะออกมากระตุกเตือนบท “ไม้แข็ง” ยึดกฎหมาย

ระวังเหตุบานปลาย “น้ำผึ้งหยดเดียว”

เรียกร้องรัฐบาล มองการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องจับเข่าพูดคุย ผ่อนคลายการดำเนินคดี ปรับเปลี่ยนสถานที่ควบคุม ไปจนถึงการนิรโทษกรรมปล่อยตัว

ถึงจุดที่ต้องปรับมาใช้ไม้นวม ผ่อนหนักผ่อนเบา ชะลอแรงกระเพื่อม

น่าจะเป็นสูตรที่ “บิ๊กตู่” ต้องขบคิดเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน อีกปมร้อน กรณีสมาคมเรือประมงหลายแห่งจอดเรืองดออกทะเล ประท้วงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อกรณีการประมงผิดกฎหมาย ดีเดย์ 1 ก.ค. ตามที่อียูส่งคำเตือนมายังประเทศไทย

“บิ๊กตู่” ยืนยันไม่ผ่อนผัน ทำผิดก็ดำเนินคดี ไม่ปลดล็อกประมงผิดกฎหมาย

เข้มตามเงื่อนไของค์กรต่างประเทศกำหนด

ทางหนึ่งก็เป็นความจำเป็น และก็มีบางส่วนสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประมงพื้นบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน ที่เห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบเรือประมงในภาคอุตสาหกรรม

คุมเครื่องมือจับสัตว์น้ำ อวนลาก อวนรุน ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และทำลายภาคประมงชายฝั่ง

แม้จะมีผลกระทบเรื่องอาหารทะเลในประเทศ แต่ก็จำเป็นและแค่ชั่วคราว

เมื่อเทียบกับตลาดส่งออกสินค้าทะเลในยุโรป

เพียงแต่ที่น่าสนใจ คิวเข้มกฎหมายจัดการภาคประมงรอบนี้ดูจะสวนทางกรณีการจับกุม 14 นักศึกษา รัฐบาลเข้มกฎหมายจัดการภายใน “ไม่สนโลก”

แต่ปมประมงต้องเต้นตาม “สัญญาณต่างประเทศ”

สะท้อนว่าที่จริงรัฐบาลเองก็มีทางเลือกในการจัดการปมปัญหาภายในต่างๆ เลือกชั่งน้ำหนักได้

จังหวะไหนควรใช้ไม้แข็ง หรือผ่อนคลายด้วยไม้นวม.

ทีมข่าวการเมือง

3 ก.ค. 2558 01:47 3 ก.ค. 2558 01:48 ไทยรัฐ