วันอาทิตย์ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บางครั้งก็ต้อง 'ไม้นวม'

บางครั้งก็ต้อง 'ไม้นวม'

  • Share:

กางตำรากฎหมายเข้ม

ท่าทีของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ต่อประเด็นร้อน ยืนยันกรณีการจับกุม 14 นักศึกษา

กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ประเทศไทยคือประเทศไทย

ไม่สนองค์กรนอกประเทศ ไม่แคร์โลก

ถ้าว่ากันตามการบริหารปกครองบ้านเมืองในมุมหนึ่ง ก็ถือว่า “บิ๊กตู่” ว่าไปตามหลักนิติรัฐ ยึดการบังคับใช้กฎหมาย เพียงแต่การบริหารบ้านเมือง นอกจากหลักนิติศาสตร์ ถือ “ไม้แข็ง” ขึงขังอย่างเดียวไม่ได้

ต้องมีหลักรัฐศาสตร์มาใช้ควบคู่

กรณีการแสดงออกของขบวนการนักศึกษาในการเคลื่อนไหวชุมนุมต่อต้านอำนาจรัฐ วิธีการบริหารจัดการของรัฐบาลในจุดที่มีข้อจำกัด ถึงระมัดระวังกับการจัดการกลุ่มนักศึกษา ของแสลงท็อปบูต

ในไฟต์บังคับต้องคุมโหมด “ความมั่นคง” ให้อยู่ จึงมีการบังคับใช้กฎหมายเข้าจับกุมแกนนำ ส่งขึ้นศาลทหาร นำตัวเข้าคุมขังในเรือนจำร่วมกับผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์

ขณะเดียวกันเริ่มส่งแรงกระเพื่อม ทั้งการขยับของกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการ ศิลปิน นักเขียน

รวมทั้งปัจจัยภายนอก สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดาหน้าออกเเถลงการณ์

เรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติการดำเนินคดีอาญา ปล่อยตัวนักศึกษา ทบทวนการใช้กฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก เสรีภาพในการชุมนุม ขอให้พิจารณาคดีในศาลพลเรือน

องค์กรโลกจับจ้อง แหย่มือเข้ามายื้อดาบรัฐบาล

แต่ที่น่าห่วง นอกจากจังหวะที่ “บิ๊กตู่” ทำท่าจะลุยแรงเสียดทาน ขณะที่คนในรัฐบาลประสานเสียงชี้เป้า มีขั้วการเมืองเก่า–ผู้เสียประโยชน์ ชักใยเบื้องหลัง

ไปจนกระทั่งกระตุ้นกลุ่มนักเรียนอาชีวะให้ขยับออกมาชนกับกลุ่มนักศึกษาต้านรัฐบาล

จุดไฟเผาไฟ สายลมประวัติศาสตร์ เหตุตุลาฯ 2519 ส่อพัดหวน

ไม่แปลกที่ผู้เคยผ่านเหตุแตกแยกทางความคิดในอดีต รับรู้บทเรียนเลือด จะออกมากระตุกเตือนบท “ไม้แข็ง” ยึดกฎหมาย

ระวังเหตุบานปลาย “น้ำผึ้งหยดเดียว”

เรียกร้องรัฐบาล มองการเคลื่อนไหวของนักศึกษาเป็นเรื่องธรรมชาติ ต้องจับเข่าพูดคุย ผ่อนคลายการดำเนินคดี ปรับเปลี่ยนสถานที่ควบคุม ไปจนถึงการนิรโทษกรรมปล่อยตัว

ถึงจุดที่ต้องปรับมาใช้ไม้นวม ผ่อนหนักผ่อนเบา ชะลอแรงกระเพื่อม

น่าจะเป็นสูตรที่ “บิ๊กตู่” ต้องขบคิดเหมือนกัน

ขณะเดียวกัน อีกปมร้อน กรณีสมาคมเรือประมงหลายแห่งจอดเรืองดออกทะเล ประท้วงการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลต่อกรณีการประมงผิดกฎหมาย ดีเดย์ 1 ก.ค. ตามที่อียูส่งคำเตือนมายังประเทศไทย

“บิ๊กตู่” ยืนยันไม่ผ่อนผัน ทำผิดก็ดำเนินคดี ไม่ปลดล็อกประมงผิดกฎหมาย

เข้มตามเงื่อนไของค์กรต่างประเทศกำหนด

ทางหนึ่งก็เป็นความจำเป็น และก็มีบางส่วนสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มประมงพื้นบ้าน องค์กรพัฒนาเอกชน ที่เห็นด้วยกับการบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบเรือประมงในภาคอุตสาหกรรม

คุมเครื่องมือจับสัตว์น้ำ อวนลาก อวนรุน ที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และทำลายภาคประมงชายฝั่ง

แม้จะมีผลกระทบเรื่องอาหารทะเลในประเทศ แต่ก็จำเป็นและแค่ชั่วคราว

เมื่อเทียบกับตลาดส่งออกสินค้าทะเลในยุโรป

เพียงแต่ที่น่าสนใจ คิวเข้มกฎหมายจัดการภาคประมงรอบนี้ดูจะสวนทางกรณีการจับกุม 14 นักศึกษา รัฐบาลเข้มกฎหมายจัดการภายใน “ไม่สนโลก”

แต่ปมประมงต้องเต้นตาม “สัญญาณต่างประเทศ”

สะท้อนว่าที่จริงรัฐบาลเองก็มีทางเลือกในการจัดการปมปัญหาภายในต่างๆ เลือกชั่งน้ำหนักได้

จังหวะไหนควรใช้ไม้แข็ง หรือผ่อนคลายด้วยไม้นวม.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้