วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กก.ปรองดอง ชง สปช. นิรโทษกรรมล้างผิดผู้ชุมนุม-แกนนำ

นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์

กก.สร้างความปรองดองเคาะข้อสรุปแนวทางสร้างปรองดองส่ง สปช. ชงนิรโทษกรรมล้างผิดผู้นำชุมนุม เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ พร้อมให้แกนนำ-ผู้สั่งการระดับสูง ได้อานิสงส์ด้วย แต่มีเงื่อนไขต้องสำนึกผิดก่อน ยันคดีทุจริต คดีอาญา มาตรา 112 ไม่อยู่ในเงื่อนไขได้ล้างผิด...

เมื่อวันที่ 2 ก.ค. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการศึกษาแนวทางสร้างความปรองดองสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ สปช.เป็นประธานเพื่อสรุปแนวทางสร้างความปรองดองเสนอต่อ สปช. ภายหลังการประชุมนายเอนกแถลงผลการประชุมว่า คณะกรรมการฯให้ความเห็นชอบแนวทางสร้างความปรองดองจำนวน 37 หน้า และจะเสนอแนวทางดังกล่าวให้นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสปช.ในวันที่ 6 ก.ค. เพื่อนำแนวทางสร้างความปรองดองไปอภิปรายในที่ประชุมสปช. หาก สปช.ให้ความเห็นชอบจะเสนอให้รัฐบาล คสช. หน่วยงานยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง และ สนช.รับทราบต่อไป

ขณะนี้สังคมไทยต้องการสร้างความปรองดอง ไม่ใช่แค่การปฏิรูป การกลับคืนสู่ประชาธิปไตยกรณีการจับกุม 14 นักศึกษานั้น คณะกรรมการฯ มีความเป็นห่วงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมให้ความช่วยเหลือหากจะให้ไปร่วมเจรจาก็ยินดี เพราะเชื่อว่า นักศึกษาบริสุทธิ์ไม่มีสีเสื้อ และพร้อมเป็นตัวกลางเปิดเวทีให้ทุกฝ่ายได้มาร่วมเสนอความเห็น

นายบัณฑูร เศรษฐศิโรจน์ สปช.ในฐานะคณะกรรมการศึกษาแนวทางเสริมสร้างความปรองดอง กล่าวว่า แนวทางปรองดองที่เสนอมี 6 หัวข้อได้แก่ 1.การสร้างความเข้าใจร่วมของสังคมต่อเหตุความขัดแย้ง 2.การแสวงหาและเผยแพร่ข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ความรุนแรง 3.การอำนวยความยุติธรรม การสำนึกรับผิดชอบและการอภัย เช่น การนิรโทษกรรม 4.การเยียวยาดูแลและฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบ 5.การสร้างสภาวะที่เอื้อต่อการอยู่ร่วมกัน ความขัดแย้งทางสังคมที่ชัดเจนที่สุดขณะนี้คือกลุ่มนักศึกษาดาวดิน ซึ่งเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนออกมายังมีอีกหลายกลุ่มที่ยังไม่ปรากฏ 6.มาตรการป้องกันการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาความขัดแย้ง

ด้านนายภูมิ มูลศิลป์ รองคณบดีนิติศาสตร์ ม.อัสสัมชัญ ในฐานะคณะกรรมการศึกษาแนวทางเสริมสร้างความปรองดอง กล่าวว่า การนิรโทษกรรมเป็นหนึ่งในแนวทางการสร้างความปรองดองที่เสนอมา โดยเงื่อนเวลานิรโทษกรรมจะอยู่ในช่วงปี 2548-2557 แบ่งเป็น 2 ระดับคือ 1.ระดับผู้ชุมนุม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จะแยกผู้ทำผิดเป็น 3 ประเภทคือ 1.1 ผู้ทำผิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมือง อาจให้อัยการพิจารณาไม่สั่งฟ้อง 1.2 ผู้ทำผิดคดีอาญาโดยเนื้อแท้ เช่น ฆ่าคนตาย การมีอาวุธครอบครอง 1.3 ผู้ทำผิดจากมูลเหตุจูงใจทางการเมืองและคดีอาญาโดยเนื้อแท้ ในกลุ่มที่สองและสามจะต้องไปต่อสู้คดีอาญาตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ กระทั่งเมื่อรับโทษไประยะหนึ่งแล้ว ก็สามารถขอรับการอภัยโทษ

นายภูมิ กล่าวว่า 2.การนิรโทษกรรมระดับแกนนำ เจ้าหน้าที่รัฐระดับสั่งการ ควรทำหลังจากที่นิรโทษกรรมระดับประชาชนเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติไปแล้ว 1 ปี และจะทำได้ก็ต่อเมื่อมีข้อเท็จจริงทั้งหมดปรากฏต่อสังคมแล้ว และแกนนำต้องแสดงความสำนึกผิด รวมถึงเหยื่อต้องให้อภัยจึงจะเข้าสู่กระบวนการนิรโทษกรรม แต่หลักเกณฑ์นิรโทษกรรมจะไม่ครอบคลุมถึงคดีทุจริตคดีอาญาโดยเนื้อแท้ คดีมาตรา 112 และคดีละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง หลังจากที่มีการนิรโทษกรรมแล้ว จะไปสู่ขั้นตอนการเยียวยาโดยเท่าเทียมกัน ไม่ให้เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำ มาตรการเยียวยาจะมีทั้งที่เป็นตัวเงินและไม่ใช่ตัวเงินการสร้างอาชีพ การให้การศึกษา จากนั้นจะต้องเปิดเผยข้อมูลข้อเท็จจริง และรายชื่อบุคคลที่อยู่เบื้องหลังเหตุความขัดแย้งทั้งหมดให้สังคมทราบภายหลังจากที่มีการนิรโทษกรรมไปแล้ว 20 ปี ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสาร

นายภูมิ กล่าวว่า ช่องทางการนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุม และแกนนำผู้สั่งการ สามารถทำได้โดยใช้ช่องทางกฎหมายที่มีอยู่แล้วเช่น การที่อัยการสั่งไม่ฟ้อง การอภัยโทษ รวมถึงการออกกฎหมายพิเศษ เช่น สนช. ออกเป็น ก.ม. ครม.ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา หรือคสช.ใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับสิทธิการนิรโทษกรรมหรือไม่ นายภูมิ กล่าวว่า กรณี พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ในระดับแกนนำและผู้สั่งการถ้าจะนิรโทษกรรมได้ต้องเข้าสู่กระบวนการสำนึกผิดก่อน ส่วนคดีอาญาก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรมเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ มีคดีติดตัวหลายเรื่อง.

กก.สร้างความปรองดองเคาะข้อสรุปแนวทางสร้างปรองดองส่ง สปช.ชงนิรโทษกรรมล้างผิดผู้นำชุมนุม เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติ พร้อมให้แกนนำ-ผู้สั่งการระดับสูงได้อานิสงส์ด้วยแต่มีเงื่อนไขต้องสำนึกผิดก่อน 2 ก.ค. 2558 18:46 2 ก.ค. 2558 20:06 ไทยรัฐ