วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เขื่อนแม่งัด-เขื่อนภูมิพล น่าห่วง แล้งจัด วอนใช้น้ำประหยัด

เขื่อนแม่งัด-เขื่อนภูมิพล น่าห่วง แล้งจัด วอนใช้น้ำประหยัด

  • Share:

แล้งหนัก! สภาพน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ แห้งลงจนแพหลายแห่งที่รับนักท่องเที่ยว เห็นร่องลึกของน้ำ ขณะที่ ผอ.โครงการส่งน้ำ กำแพงเพชร เผยปีนี้วิกฤติสุด คาดจะมีพื้นที่ทางการเกษตรเสียหายประมาณ 5 หมื่นไร่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 2 ก.ค. 58 ที่ จ.เชียงใหม่ นายคมสัน สุวรรณอัมพา ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยเขต 10 เปิดเผยถึงสถานการณ์ภัยแล้ง หากเป็นไปตามชลประทานเชียงใหม่ และกรมอุตุนิยมวิทยา ช่วงนี้จะประสบภัยแล้ง เนื่องจากฝนทิ้งช่วง โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมนี้ ส่วนเดือนสิงหาคมจะมีฝนเข้ามาบ้าง ซึ่งทางกรมบรรเทาสาธารณภัยขอแจ้งไปทุกเขต ให้เข้าช่วยเหลือพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของเครื่องจักรกลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถดูดส่งน้ำระยะไกลในพื้นที่ภาคเหนือ และตะวันออกเฉียงเหนือในเรื่องของน้ำบริโภค ในการดูดส่งน้ำโดยประสานงานร่วมกับการประปาส่วนภูมิภาคไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่

สภาพน้ำในเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

ส่วนเรื่องฝนหลวงที่ทำกันอยู่ ยังต้องพึ่ง 2 ส่วน ทั้งลมมรสุม และฝนหลวงที่จะมาช่วย ซึ่งยังเร่งกันอยู่ ในการทำฝนหลวงพื้นที่เป็นวงกว้าง แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณของเมฆ ที่จะทำให้เกิดฝนด้วย และหากฝนหลวงที่ทำไปตกพื้นที่เหนือเขื่อนก็จะเป็นผลดีมาก จะมีปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้น สามารถปล่อยไปหล่อเลี้ยงใต้เขื่อนได้ อย่างไรก็ตาม ได้เตือนประชาชน และเกษตรกร งดเว้นปลูกพืชใช้น้ำมาก ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยากำลังติดตามมรสุมที่อาจจะเข้ามา และส่งผลกระทบกับภาคเหนือ ซึ่งศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 มีเครื่องมือ เครื่องจักร โดยเฉพาะพื้นที่แล้ง จัดเตรียมรถบรรทุกน้ำ สำหรับอุปโภค บริโภคเป็นหลัก ส่วนมาตรการเน้นหนักของรัฐบาลได้เน้นเรื่องการเจาะบ่อน้ำบาดาล หน่วยทหารพัฒนา และกรมน้ำบาดาล ได้ดำเนินการพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง และขึ้นมาทางภาคเหนือตอนบน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 10 พร้อมสนับสนุน โดยประชาชนสามารถแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ซึ่งหน่วยเหนือจะแจ้งไปยัง 18 ศูนย์เขตทั่วประเทศ ในช่วงที่ผ่านมาได้ให้การช่วยเหลือภัยแล้งเป็นน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค ที่อำเภอกัลยาณิวัฒนา และน้ำสำหรับเกษตรกรชาวสวนลำไย พื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ผลเป็นอย่างดี

ด้าน พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ผบช.ภ.5 ได้มีคำสั่งด่วนไปยัง สภ.ต่างๆ ในพื้นที่ ให้เข้าทำหน้าที่ตำรวจ เฝ้าระวังเรื่องปัญหาการแย่งน้ำของชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากสถานการณ์ภัยแล้งที่หนักหนาสาหัส พร้อมทั้งดูแลในเรื่องโจรผู้ร้าย ที่จะเข้าไปขโมยเครื่องสูบน้ำของเกษตรกรชาวสวนชาวไร่ ที่นำไปตั้งไว้ตามแหล่งน้ำต่างๆ ด้วย พร้อมสอดส่องดูสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ เพื่อจะได้ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวเข้าไปช่วยเหลือได้

ปล่อยน้ำออกมาเพื่อช่วยพื้นที่การเกษตร

ขณะที่ นายจักรกฤษณ์ สินพรหมมา ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ขณะนี้ น้ำในเขื่อนภูมิพลเหลือน้ำที่จะใช้การได้ประมาณ 2 เปอร์เซ็นต์เศษ เท่านั้น โดยตั้งแต่ 2 วันที่ผ่านมา แทบจะไม่มีน้ำไหลเข้าเขื่อน แต่ทางเขื่อนต้องปล่อยน้ำออกมาวันละ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร 

เมื่อน้ำออกจากท้ายเขื่อนผ่าน อ.สามเงา และ อ.บ้านตาก จะถูกเกษตรกรสูบไปใช้ในพื้นที่ทางการเกษตรบางส่วน แต่เมื่อไหลถึงโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง ซึ่งได้รับการจัดสรรน้ำให้ในช่วงนี้ วันละประมาณเกือบ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งๆ ที่แต่เดิมเคยรับอยู่ที่ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร และลดลงมาเหลือ 14 ล้านลูกบาศก์เมตรก็ตาม 

ระดับน้ำแห้งต่ำอย่างน่าใจหาย

โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง มีพื้นที่รับผิดชอบในเขต จ.กำแพงเพชร ด้านเหนือประกอบด้วย อ.เมือง บางส่วน อ.พรานกระต่าย และ อ.ลานกระบือ รวมไปถึงพื้นที่เขตติดต่อเช่น อ.บางระกำ ของ จ.พิษณุโลก อ.คีรีมาศ จ.สุโขทัย รวมพื้นที่ประมาณ 8 แสนไร่เศษ ซึ่งที่ผ่านมา สามารถรับน้ำจากแม่น้ำปิงเข้าถึงพื้นที่เหล่านี้ได้สบายๆ แต่ช่วงนี้อย่าว่าแต่เขตพื้นที่ จังหวัดที่ติดต่อกับจังหวัดกำแพงเพชรจะไม่มีน้ำแล้ว แม้แต่ในด้านปลายคลองชลประทานในพื้นที่ จ.กำแพงเพชร น้ำก็ยังเดินทางไปไม่ถึง โดยคาดว่า จากที่ชาวนาทำนาปีในฤดูกาลนี้ประมาณ 2 แสนไร่เศษ จะเสียหายประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 50,000 ไร่ ซึ่งถือว่าปีนี้เป็นปีที่วิกฤติสุด ตั้งแต่ปี 2530 ที่ผ่านมา

น้ำที่ปล่อยโดยโครงการชลประทานวังบัว

ในส่วนของน้ำที่เหลือจากโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่อทองแดง แล้ว จะเข้าโครงการชลประทานวังบัว ในเขต ต.เทพนคร อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ซึ่งจะรับน้ำเข้าพื้นที่ทางการเกษตรอีกจำนวน 1 ล้านลูกบาศก์เมตร จากนั้นก็ถึงโครงการชลประทานวังยาง ในเขต อ.คลองขลุง อีกแห่งละ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งก็เคยรับน้ำจากเดิม 14 ล้านลูกบาศก์เมตรเช่นกัน 

จากนั้นน้ำที่เหลือจะไหลผ่าน อ.ขาณุวรลักษบุรี ของ จ.กำแพงเพชร และไปถึง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ ซึ่งตลอดลำน้ำปิง มีสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้ากว่า 40 สถานี สูบน้ำเข้าพื้นที่ทำนา เมื่อถึง อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จะเหลือประมาณ 1.5 ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้