วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับ ผจก.ใหญ่! เครือข่ายยานรก บงการค้า ‘เฮโรอีน’ ข้ามชาติ

ชุดสืบสวน ภ. 5 สร้างผลงานชิ้นโบแดง รวบตัว ‘กิตติพันธ์ เอกสุริยโชค’ มนุษย์หลายชื่อ ผจก.ใหญ่ที่ควบคุมเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ถูกหมายจับเมื่อ 4 ปี ก่อนหลังบงการลูกน้องส่งผงขาว 43 กก. พบจ่ายเงินเปลี่ยนชื่อ ทำบัตร ปชช.ใหม่... 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ก.ค. 58 ที่ห้องประชุมกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พล.ต.ต.ประหยัชว์ บุญศรี รองผบช.ภ.5 ฝ่ายปราบปรามยาเสพติด และ พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมด้วยนายชูชีพ คชรินทร์ ผอ.ส่วนตรวจสอบทรัพย์สิน และบังคับโทษปรับ ป.ป.ส.ภาค 5 ร่วมกันแถลงข่าว การจับกุมตัว นายกิตติพันธ์ เอกสุริยโชค หรือ นายอะซือผะ เลาหมี หรือ นายวีระพล เลาหมี อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 10 ต.เชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

ทั้งนี้ เป็นการจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดลำพูน ที่ จ.257/2554 ลงวันที่ 25 ก.ค. 2554 ในฐานความผิดร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย ทางตำรวจติดตัวจนสามารถจับกุมได้ที่ ร้านอาหารเอ็มเคสุกี้ ในห้างโลตัส สาขาตลาดคำเที่ยง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ โดยจับกุมได้ในเวลา 17.00 น. วันที่ 1 ก.ค. 58 ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.ประหยัชว์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2554 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทุ่งหัวช้าง จ.ลำพูน ได้จับกุมตัว นายมงคล รุ่งการเจริญ หรือ แมวป่า และนายสุริชัย ธนรัตน์ศิริกุล หรือ สินหมี่ พร้อมของกลางเฮโรอีน จำนวน 123 แท่ง หรือน้ำหนัก 43 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในช่องลับใต้หลังคาแครี่บอยของรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นวีโก้สีทอง ทะเบียน ตฐ 2977 กทม. โดยจับกุมได้บริเวณถนนทุ่งหัวช้าง-แม่อาว บ้านทุ่งข้าวหาง หมู่ 1 ต.ตะเคียนปม อ.ทุ่งหัวช้าง ผู้ถูกจับกุมทั้งสองรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างมาจาก นายอะเลผะ หรือ นายผี ยี่ปา และนายกิตติพันธ์ ให้นำเฮโรอีนไปส่งให้กับกลุ่มผู้รับที่กรุงเทพฯ

ต่อมา ทางตำรวจได้ออกติดตามล่าตัวนายอะเลผะ หรือนายผี ยี่ปา เป็นผู้อำนวยการใหญ่เครือข่ายยาเสพติด ในการประสานการค้ายาเสพติด และควบคุมสั่งการอยู่ในแหล่งผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ากบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้แต่งตั้งลูกเขย คือนายกิตติพันธ์ ให้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการใหญ่ ของเครือข่ายในการประสานการค้ายาเสพติด และควบคุมสั่งการอยู่ในประเทศไทย มีเครือญาติกระจายตัวเป็นเครือข่ายใหญ่ และถูกจับกุมไปแล้ว 3 เครือข่าย ดังนี้

เครือข่ายที่ 1 นายสัมพันธ์ ยี่ปา ถูกชุดปราบปรามยาเสพติดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จับกุม เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2557 พร้อมเฮโรอีน จำนวน 117 แท่ง ประมาณ 40 กิโลกรัม

เครือข่ายที่ 2 มีนายไทเหวิ่น แซ่ลี้ พร้อมกับพวกอีก 7 คน ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนตำรวจภูธรภาค 5 จับกุมเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2552 พร้อมของกลางเฮโรอีน จำนวน 6.5 กิโลกรัม จับกุมในพื้นที่สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เครือข่ายที่ 3 มีนายอภิวัฒน์ ยี่ปา หรือ การันภาสกุล เป็นลูกชายของนายอะเลผะ น้องภรรยานายกิตติพันธ์ ถูกเจ้าหน้าที่ของศูนย์สกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จับกุมพร้อมของกลางเฮโรอีนจำนวน 154 แท่ง หรือ 45 กิโลกรัม จับได้ที่บริเวณด่านตรวจแก่งปันเต๊า ต.แม่นะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 30 ก.ค. 2556 โดยเฮโรอีนทั้ง 3 เครือข่าย อยู่ในการอำนวยการ ควบคุมสั่งการของนายกิตติพันธ์ทั้งสิ้น

ด้าน พล.ต.ต.ประจวบ วงศ์สุข ผบก.สส.ภาค 5 ได้เผยถึงการเข้าจับกุมว่า ทางชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.5 พ.ต.ท.ปริญญา ชัยเววา รอง ผกก.สส.1 พร้อมกับพวก ได้สืบทราบว่า นายกิตติพันธ์ หรือ อาซือผะ หรือวีระพล ได้เข้ามาปรากฏตัวในพื้นที่ตัวเมืองเชียงใหม่ จึงได้ออกติดตามล่าตัวจนเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 1 ก.ค. 58 ทางชุดสืบสวนได้พบนายกิตติพันธ์ พาสาวสวยคนหนึ่งเข้าไปนั่งกินอาหารที่ร้านสุกี้ภายในห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาตลาดคำเที่ยง

ทาง พ.ต.อ.ธวัชชัย จึงได้วางกำลังตำรวจล้อมไว้ก่อนที่จะเข้าไปประชิดตัว และแสดงตัวพร้อมหมายจับ นายกิตติพันธ์ถึงกับหน้าถอดสี แต่เมื่อเห็นหมายจับ นายกิตติพันธ์ ก็ได้ปฏิเสธทันที บอกว่าตำรวจมาจับผิดคน พร้อมทั้งนำบัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อและรูปถ่ายในบัตร ชื่อ นายเบเบ เลาชี อยู่บ้านเลขที่ 191 หมู่ 4 ต.เวียงเหนือ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน แต่ทางตำรวจไม่สนใจ ควบคุมตัวมาที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5

ภายหลังสอบสวน พบว่าหลังจากหลบหนีการจับกุม นายกิตติพันธ์ เปลี่ยนไปใช้บัตรประชาชนชื่อ นายคายหยิง แซ่เฉือน อยู่บ้านเลขที่ 4/518 ถ.ป๊อปปูล่า (อาคาร P2 ) เมืองทองธานี ต.บางพูด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ต่อมาเห็นตำรวจตามติด จึงทำบัตรประชาชนใหม่ ในชื่อ นายเบเบ เลาชี โดยการทำบัตรประชาชน ในชื่อ นายคายหยิง แซ่เฉือน ทำที่ จ.ภูเก็ต เสียค่าดำเนินการ 40,000 บาท และต่อมาได้เปลี่ยนบัตรประชาชนในชื่อ นายเบเบ เลาชี ที่ จ.เชียงใหม่ เสียค่าบริการ 35,000 บาท ซึ่งบัตรประจำตัวประชาชนที่ นายกิตติพันธ์ มีอยู่ สามารถใช้ดำเนินธุรกรรมต่างๆ และใช้อำพรางตน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่า ตนเป็นบุคคลอื่น ทำให้รอดพ้นจากการจับกุมมาได้ตลอด ในเรื่องนี้ทางตำรวจจะได้ตรวจสอบว่า เป็นบัตรปลอม หรือสวมชื่อคนอื่นหรือไม่ โดยจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป.

ชุดสืบสวน ภ. 5 สร้างผลงานชิ้นโบแดง รวบตัว ‘กิตติพันธ์ เอกสุริยโชค’ มนุษย์หลายชื่อ ผจก.ใหญ่ที่ควบคุมเครือข่ายค้าเฮโรอีนข้ามชาติ ถูกหมายจับเมื่อ 4 ปี ก่อนหลังบงการลูกน้องส่งผงขาว 43 กก. พบจ่ายเงินเปลี่ยนชื่อ ทำบัตรปชช.ใหม่... 2 ก.ค. 2558 15:20 2 ก.ค. 2558 16:02 ไทยรัฐ