วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทรงผมมันฟ้อง! ถูกจับกระชากสร้อย มีภาพยืนยัน ยังปฏิเสธ

อดีตผู้รับเหมา เมียทิ้ง ไม่มีงาน ชวนช่างทาสีขี่รถกระชากสร้อยทอง 2 สลึง ก่อเหตุข้างศาลจังหวัด แต่มีพลเมืองดีขี่รถไล่ตาม ก่อนใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพมามอบให้ ตร. พบทรงผมแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ตามจับได้พร้อมของกลาง...

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ก.ค.58 พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.ชาญณรงค์ มากพิสุทธิ์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร.ต.อ.ศัลย์ พินิจพัฒนา ร.ต.ท.บรรจง พาโคตร รอง สว.สส.ร่วมกันแถลงข่าวจับกุม นายชูชาติ บัวบาน อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 102/37 ซ.เคหะร่วมเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ และนายนุกูล บุญตา อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103/1 ม.10 ต.เขาพระงาม อ.เมือง จ.ลพบุรี พร้อมของกลาง พระเลี่ยมทอง 1 องค์ รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน ขธม 88 อุดรธานี เสื้อผ้า รองเท้าผ้าใบ หมวกกันน็อก ที่ใช้สวมใส่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ และภาพถ่ายหลังก่อเหตุ ขณะหลบหนีการไล่ติดตามของพลเมืองดี


พล.ต.ต.ชัยญัติ สายถิ่น ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเวลา 18.50 น. วันที่ 28 มิ.ย.58 ร.ต.อ.ทิฐินันท์ ศรีเชียงหวาง พงส.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.ปาลิตา มุขภักดี อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 114/12 หมู่ 7 ต.หนองบัว อ.เมืองอุดรธานี เจ้าของร้านอาหารพรรณเพียงเดือน ชุมชนโนนพิบูลย์ ว่า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ตามลำพัง เพื่อไปเดินออกกำลังกายที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม ถึงข้างศาลจังหวัดอุดรธานี ถนนพานพร้าว ได้มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน สวมชุดสีดำ ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ เข้ามาประกบดึงเอาสร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึงหลบหนีไป จึงร้องให้พลเมืองดีขี่ไล่รถติดตามไป

ต่อมา หลังรับแจ้ง 1 วัน ได้มีพลเมืองดีเป็นชาย นำภาพถ่ายคนร้ายที่ก่อเหตุวิ่งราวสร้อยคอทองคำ ที่ถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือ มามอบให้ตำรวจ พบว่าเป็นชาย 2 คน คนขับคือนายชูชาติ สวมหมวกกันน็อก สวมเสื้อคลุมสีดำ ส่วนคนซ้อนท้ายคือนายอนุกูล สวมเสื้อยืดดำ กางเกงสีดำ รองเท้าผ้าใบยี่ห้อ Converse สีขาวคาดแดง ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงินดำ ทะเบียน ขธม 88 อุดรธานี หลบหนีไปที่วงเวียนถนนริมหนองสิม เขตเทศบาลนครอุดรธานี ตำรวจจึงตรวจสอบจากกล้องวงจรปิดตามสี่แยกต่างๆ และติดตามจับกุมตัวทั้งสองได้พร้อมของกลางที่บ้านพักนายชูชาติ ที่บ้านสร้างแป้น ต.สร้างแป้น อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี


จากการสอบสวน นายอนุกูล ให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกับนายชูชาติ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์จริง ตนเป็นช่างสี ส่วนนายชูชาติเป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง และรับซ่อมแซมบ้าน รู้จักกันที่กรุงเทพฯ ต่อมาตนถูกตำรวจลพบุรีจับเมื่อปี 2555 ข้อหาขายยาบ้าและพกพาอาวุธปืน ติดคุก 2 ปี 9 เดือน ส่วนนายชูชาติ ถูกตำรวจอุดรธานีจับเมื่อปี 2551 ข้อหาจำหน่ายยาบ้า ติดคุก 2 ปี 6 เดือน เมื่อพ้นโทษออกมาก็กลับมาทำงานรับจ้างทาสี ขณะที่นายชูชาติไปรับเหมาก่อสร้างที่กรุงเทพฯ แต่ได้แยกทางกับภรรยา จึงกลับมาอยู่ จ.อุดรธานี 

นายอนุกูล สารภาพต่อไปว่า ก่อนเกิดเหตุตนไม่มีงานทาสี จึงชวนภรรยาไปหานายชูชาติ ซึ่งเป็นเจ้านายเก่า และได้รับตนเข้าทำงานเป็นช่างทาสี ได้ค่าแรงวันละ 400 บาท ทำงานได้ 2 วัน งานก็หมด นายชูชาติได้ชักชวนตนไปขี่รถตระเวนหางานซ่อมแซมบ้านในตัวเมืองอุดรธานี แต่ไม่มีใครจ้าง สุดท้ายนายชูชาติจึงชวนตนกระชากสร้อยคอทองคำผู้เสียหาย นำไปขายได้เงิน 8,700 บาท นำเงินมาแบ่งกันใช้ กระทั่งถูกตำรวจจับได้พร้อมของกลาง

"ตำรวจได้แยกสอบสวน ซึ่งนายอนุกูลได้รับสารภาพหมดเปลือก ส่วนนายชูชาติ ยังปากแข็งให้การปฏิเสธ แม้ว่าตำรวจจะมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายจากกล้องโทรศัพท์มือถือของพลเมืองดี และกล้องวงปิดตามสี่แยกต่างๆ รวมทั้งตัวผู้เสียหายเองและพลเมืองดีจดจำตำหนิรูปพรรณโดยเฉพาะใบหน้าและทรงผมของคนร้ายทั้งสองได้ก็ตาม ถือว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องหา ก็ว่ากันไปตามพยานหลักฐาน และขอขอบคุณพลเมืองดีที่ติดตามคนร้ายหลังก่อเหตุ ถ่ายภาพมามอบให้ตำรวจ จนสามารถจับกุมคนร้ายได้" ผบก.ภ.อุดรธานี กล่าวในที่สุด

ทั้งนี้ จุดสังเกตสำคัญของนายอนุกูล คือ ทรงผมที่ตัดไถขึ้นไปรอบศีรษะแล้วปล่อยด้านบนไว้ ซึ่งภาพถ่ายที่พลเมืองดีถ่ายไว้และนำมามอบให้ตำรวจ มองเห็นได้อย่างชัดเจน.  

อดีตผู้รับเหมา เมียทิ้ง ไม่มีงาน ชวนช่างทาสีขี่รถกระชากสร้อยทอง 2 สลึง ก่อเหตุข้างศาลจังหวัด แต่มีพลเมืองดีขี่รถไล่ตาม ก่อนใช้โทรศัพท์ถ่ายภาพมามอบให้ ตร. พบทรงผมแปลกแหวกแนวไม่เหมือนใคร ตามจับได้พร้อมของกลาง... 2 ก.ค. 2558 13:22 2 ก.ค. 2558 15:13 ไทยรัฐ