วันอังคารที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กป้อม วอน กลุ่มต้านอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว รบ.ขอเวลาทำงานอีกปีเศษ

บิ๊กป้อม วอน กลุ่มต้านอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว รบ.ขอเวลาทำงานอีกปีเศษ

  • Share:

"ประวิตร" มอบ นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ เร่งผลักดัน ให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ยก ผลงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นต้นแบบ ชี้ เหตุการณ์ลดลง 50% ชี้ เจ้าหน้าที่เข้าใจงาน วอน กลุ่มต้านอย่าเพิ่งเคลื่อนไหว ขอเวลาปีเศษทำงาน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 ก.ค. 58 ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานมอบนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2558 2564 โดยมี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.)
นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ผู้บีญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง กรม 50 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

นายอนุสิษฐ กล่าวรายงานการประชุม ว่า นโยบายความมั่นคงแห่งชาติ มีจุดมุ่งหมายเพื่อใช้เป็นกรอบและทิศทางให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคส่วนต่างๆ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมและตระหนักสำคัญถึงงานด้านความมั่นคง ทั้งมิติภายในและนอกประเทศ โดยมีสาระสำคัญ งานความมั่นคงในกรอบนโยบาย 2 ส่วน คือ นโยบายเสริมสร้างความมั่นคง ที่เป็นแกนหลักของชาติ เช่น การสร้างความมั่นคงสถาบันหลักของชาติ การสร้างความเป็นธรรมปรองดอง และนโยบายความมั่นคงแห่งชาติ ทั่วไป 13 ประการ เช่น นโยบายจัดระบบบริหารจัดการชายแดน นโยบายปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวให้นโยบายตอนหนึ่งว่า งานด้านความมั่นคงในปัจจุบันมีหลายมิติ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องในหลายๆ ด้าน ทั้งในเรื่องเศรษฐกิจความเป็นอยู่ของประชาชนความเหลื่อมล้ำ ภัยแล้ง ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลทำงานหนักมากในเรื่องความมั่นคง ทั้งในเรื่องของต่างประเทศ การแก้ไขปัญหาการประมองผิดกฎหมาย หรือ ไอยูยู ที่ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารไปดำเนินการ ตลอดจนการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ที่มอบให้ตำรวจและทหารดำเนินการ ดังนั้นงานทางด้านความมั่นคง ไม่ใช่หน้าที่ของตำรวจทหารเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกันทั้งหมดเพื่อสร้างรากฐานกับประเทศต่อไป และทางนายกฯ ได้วางโรดแม็ปในการทำงาน และในระหว่าง ร่างรัฐธรรมนูญ นายกฯ ได้พยายามแก้ปัญหาของชาติในทุกมิติ โดยเฉพาะในเรื่องเศรษฐกิจที่ทั่วโลกประสบอยู่ และตระหนักดี ซึ่งทางรัฐบาลพยายามที่จะดูแลเพื่อให้เกิดความมั่นคงในอนาคต สิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ทุกวันนี้เพื่อสร้างรากฐานให้ประเทศ ให้มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จึงอยากให้หัวหน้าส่วนราชการ เอางานด้านความมั่นคงทุกมิติไปพัฒนา ให้เกิดความมั่นคง แม้แต่กรณี การเรียกร้องแรงงานขั้นต่ำเป็น 360 บาท ถ้าหากเราปรับเปลี่ยน แบบสะเปะสะปะ รับรองได้ว่า ต่อไปโรงงานในประเทศไทยไม่มี ต้องย้ายไปทำที่อื่นกันหมด จึงอยากให้ทุกท่าน รับรู้รับทราบ และนำประชาชนมามีส่วนร่วมในการสร้างรากฐาน งานด้านความมั่นคงของประเทศ ตนจะยกตัวอย่างงานที่เห็นได้ชัดเจน คือ การทำงานใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า เหตุการณ์ต่างๆ ลดลง 50 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ มีความเข้าใจในการทำงาน และรู้ว่า การทำความเข้าใจกับประชาชนให้มามีส่วนร่วม จะทำให้งานประสบความสำเร็จ

พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังมีเรื่องการสร้างรถไฟรางคู่ รถไปความเร็วสูง ที่นายกฯ กำลังดำเนินการอยู่ ถือว่าเป็นการสร้างพื้นฐานการคมนาคม ในการเคลื่อนย้ายประชาชนในอนาคต และเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ประเทศลาว เวียดนาม จีน มาเลเซีย เป็นเรื่องที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ทั้งสิ้น ไม่ได้อยู่เฉยๆ พวกท่านเป็นข้าราชการประจำ ที่มีความสำคัญทุกหน่วยงาน ต้องช่วยกันผลักดันให้นโยบายของทางรัฐบาลสัมฤทธิ์ผล เพราะอาศัยทางรัฐบาลอย่างเดียวไม่สามารถทำได้ หากไม่มีข้าราชการคอยช่วย อย่างไรก็ตาม ทางสมช.จึงได้กำหนดนโยบายความมั่นคงแห่งชาติฉบับนี้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานได้จัดทำแผนงาน โครงการ และนำสรรพกำลังทุกส่วนไปสนับสนุนงานด้านความมั่นคง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศ โดยนโยบายและแผนงานความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับนี้ครอบคุมทั้ง 16 หัวข้อ โดยมีกรอบการดำเนินงาน 7 ปี จึงขอให้ส่วนราชการจงตระหนักในมิติความมั่นคง 4 ประการ 1. ความมั่นคงที่เป็นรากฐานของประเทศให้ประเมินสถานการณ์ทั้งในและนอกประเทศตลอดเวลา พร้อมทั้งกำหนดนโยบายยุทธศาสตร์ แผนงานที่เหมาะสม เมื่อประเทศมั่นคงก็จะเกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ พร้อมทั้งให้ทุกหน่วยงานหาวิธีทางเพื่อให้เกิดพลังสนับสนุน เช่น การสร้างความสามัคคี ความปรองดอง การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

2. รัฐบาลให้ความสำคัญในการนำพาประเทศ ให้มีความก้าวหน้าบนพื้นฐานของประเทศที่มั่นคง ประชาชนอยู่ดีกินดี ขอให้ทุกหน่วยงานได้ตระหนักถึงความสำคัญ ให้ทำแผนการปฏิบัติงาน ในระดับกระทรวง ทบวง กรม จนถึงระดับท้องถิ่น บูรณาการงานภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานหลัก

3. ให้ความสำคัญเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในสังคมไทยอย่างยั่งยืน ให้สังคมสงบสุข ให้ตระหนักถึง การเฝ้าระวังป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตลอดจนการจัดการงานด้านชายแดนทั้งทางบก และทางอากาศ

4. ให้ความสำคัญมิติงานด้านการต่างประเทศ เน้นการสร้างตวามสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนบ้านระหว่างประเทศ ที่เป็นประโยชน์ต่อชาติ

พล.อ.ประวิตร กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญ ในมิติดด้านความมั่นคง และผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรม เพราะปัจจุบันสถานการณ์อยู่ในช่วงเปลียนผ่าน ขอให้สร้างความรับรู้ให้กับประชาชนในทุกแขนงให้เข้าใจว่า ในปัจจุบันรัฐบาลกำลังแก้ปัญหา และเดินตามโรดแม็ป แต่ก็ยังมีการออกมาเคลื่อนไหว ขอว่า อย่าเพิ่งออกมา เราขอเวลา แค่ปีเศษในการทำงาน แล้วเมื่อรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ มีการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดต่อไป ก็มาสานต่อ ขอให้ทุกคนได้เข้าใจ และทราบว่า นายกฯ และตนเข้ามาทำงานไม่ใช้ต้องการอำนาจหรือผลประโยชน์ ถ้ามีใครมากล่าวอ้างว่า โครงการนี้เป็นของตนให้เอาตัวมา เพราะเราทุกคนทำเพื่อประเทศ

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้