ข่าว
100 year

ส่งต่อและเวียนน้ำใช้ ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง

ลมกรด3 ก.ค. 2558 05:01 น.
SHARE

อิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนินโญส่งผลให้สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไป เมืองไทยวันนี้ก็ได้รับผลกระทบจากเอลนินโญเข้าเต็มเปา ทำให้เกิดภัยแล้งถึงขั้นวิกฤติ ฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่าปกติมาก น้ำในเขื่อนมีเหลือเพียงน้อยนิด แม่น้ำสายหลักลดระดับลงอย่างน่าใจหาย คูคลองเริ่มแห้งขอด

กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานประเมินว่าต้องรอถึงปลายเดือน ก.ค.กว่าฝนจะเริ่มตก แล้วถ้าทั้งสองหน่วยงานนี้ประเมินผิด อะไรจะเกิดขึ้น?

ตอนนี้ชาวบ้านได้แต่ตั้งความหวังให้การทำฝนหลวงได้ผลตามเป้า จะได้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง ก็ต้องลุ้นกันว่า ปฏิบัติการทำฝนหลวงจะสามารถช่วงชิงความชื้นในอากาศได้ทันหรือไม่ มีปริมาณฝนมากน้อยเพียงใด และจะตกในพื้นที่ไหนบ้าง

วิกฤติคราวนี้หนักหน่วงเอาการ ถึงขนาดที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เกิดอาการหงุดหงิดใส่ อธิบดีกรมชลประทาน ระหว่างที่ไปเยี่ยมชมบูธนิทรรศการโชว์โมเดลการบริหารจัดการน้ำเมื่อวันก่อน ซึ่งบิ๊กตู่ออกงิ้วใส่อธิบดีที่ไม่สามารถตอบคำถามได้กระจ่างแจ้ง ก่อนจะสั่งการให้กรมชลประทานต้องหาที่เก็บกักน้ำให้ได้ และต้องขุดลอกเพื่อเชื่อมต่อระบบน้ำ

บังเอิญผมเพิ่งได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความเห็นกับ คุณอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย ซึ่งเป็นอดีตประธานคณะกรรมการผันน้ำลงทะเลทางฝั่งตะวันออก ทำให้ได้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ และดูจะเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับสิ่งที่บิ๊กตู่สั่งการกรมชลประทาน เลยขอเอานำมาเล่าสู่กันฟัง

เริ่มจากหลักการที่ว่า “น้ำคือชีวิตของเกษตรกร อย่าปล่อยให้น้ำไหลลงทะเลโดยเปล่าประโยชน์”

ถึงแม้เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมน้ำหลาก แต่เหตุการณ์น้ำท่วมหรืออุทกภัยนั้นไม่ได้เกิดบ่อยๆ ผิดกับภัยแล้งซึ่งเกิดขึ้นเกือบทุกปีในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ

สถานการณ์ภัยแล้งครั้งนี้สะท้อนถึงความผิดพลาดในการวางแผน บริหารจัดการน้ำของหน่วยงานภาครัฐ เพราะหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องไม่เข้าใจปัญหาอย่างถ่องแท้ มัวแต่คิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดน้ำท่วม ก็เลยปล่อยน้ำจากเขื่อนจนเหลืออยู่ในระดับ “ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น” เมื่อฝนไม่ตกตามฤดูกาลจึงทำให้เกิดภัยแล้งสาหัสกว่าทุกปี

คุณอุเทนยังแนะนำว่า สิ่งที่ต้องทำตอนนี้คือ ทำอย่างไรก็ได้เพื่อกักเก็บ “น้ำที่มีอยู่น้อยนิดในขณะนี้” ไว้ให้ได้มากที่สุด ทั้งการสร้างเขื่อนกั้นน้ำชั่วคราว ฝาย หรือคันกั้นน้ำจากธรรมชาติ รวมไปถึงการผันน้ำจากแนวหลังเขื่อนหรือประตูระบายน้ำต่างๆให้กลับมาอยู่ในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้มากที่สุด เพื่อต่อลมหายใจของภาคกสิกรรมโดยเฉพาะผู้ที่ได้เริ่มลงเมล็ดพันธุ์ไปแล้ว

ที่สำคัญต้องรู้จักการ “ส่งต่อและเวียนน้ำกลับมาใช้ใหม่” โดยใช้ “เครื่องสูบน้ำ” สูบจากนอกประตูน้ำเข้าไปยังคูคลอง รวมไปถึงการนำวิธีทำเขื่อนซ้อนเขื่อนไปประยุกต์ใช้ในคูคลอง กักน้ำไว้ใช้เป็นช่วงๆ

ก็เป็นหลักวิทยาศาสตร์ที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน และไม่ต้องใช้งบประมาณมากนัก ถ้าบิ๊กตู่เอาไปปรับใช้ ผมเชื่อว่าจะช่วยกู้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ และยังเอาไปใช้วางระบบแก้ปัญหาระยะยาวได้ด้วย.

ลมกรด

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หมายเหตุประเทศไทยลมกรดปรากฏการณ์เอลนินโญอากาศเปลี่ยนแปลงภัยแล้งปริมาณน้ำใช้กรมชลประทานประยุทธ์ จันทร์โอชาบริหารขัดการน้ำอุเทน ชาติภิญโญ

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้