วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“กระทรวงหมอ” แก้ก่อนแตก

การแต่งตั้ง “หมอ” เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข 2 คนของรัฐบาล คสช.จะเป็นความผิดพลาดที่ทำให้ปัญหาความขัดแย้งภายในบานปลายมากขึ้นไปอีก เพราะแทนที่จะเข้าไปแก้ไขกลับกลายเป็นคู่ความขัดแย้งเสียเอง

เนื่องจากไปยืนอยู่อีกข้างหนึ่งอย่างเต็มตัวทั้งๆที่ทราบกันดีว่าในกระทรวงนี้เกิดอะไรขึ้น รัฐมนตรีในฐานะผู้บริหารสูงสุดมีหน้าที่เข้าไปแก้ไขด้วยการยืนอยู่ตรงกลาง

ฝ่ายไหนผิดฝ่ายไหนถูกจะได้ปัดเป่าเพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหา เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบุคลากรของสาธารณสุขเอง

ที่สำคัญก็คือประชาชนจะได้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

วันนี้กระทรวงสาธารณสุขแตกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆคือเจ้าหน้าที่ในส่วนของกระทรวงและ สปสช.อันเป็นองค์กรที่เข้ามาบริหารจัดการและควบคุมการใช้จ่ายงบประมาณเกือบหมด

แต่ละฝ่ายต่างก็มีผู้สนับสนุนที่ไม่ยอมให้กันและกันแม้แต่น้อย ฝ่ายหนึ่งคิดอะไรจะทำอะไรก็จะถูกอีกฝ่ายต่อต้านเป็นอย่างนี้มาตลอด

ฝ่ายกระทรวงเห็นว่าการบริหารจัดการงบประมาณควรเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของกระทรวงที่ควรจะเป็นตัวหลัก มีการเสนอให้แก้ไข สปสช.ซึ่งนั่งกอดเงินมาตลอดไม่ยินยอมอ้างว่าจะนำเงินไปใช้ไม่ถูกทิศถูกทาง

พูดง่ายๆว่าไม่ไว้วางใจกัน!?!

ทั้งๆที่กำลังเกิดปัญหาในการใช้จ่ายงบประมาณโดยเฉพาะเรื่อง “บัตรทอง” ที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการรักษาทุกโรคฟรีจนทำให้โรงพยาบาลต่างๆประสบภาวะขาดทุนเป็นหนี้เป็นสินกันเป็นจำนวนมาก

สปสช.นั่นประกาศตัวเสมอว่าทุกคนล้วนเป็น “คนดี” ไม่มีการทุจริตคอร์รัปชัน ดังนั้น การบริหารงบประมาณจึงเกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้

ที่คิดกันอย่างนี้ก็คงเนื่องมาจากที่ผ่านมาเมื่อนักการเมืองเข้ามาเป็นผู้บริหารกระทรวงทำให้เกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชันทางที่ดีก็คือให้ สปสช.ทำเองดีที่สุด

แต่เมื่อมีอำนาจควบคุมตรงนี้ก็เลยถือโอกาสกอดเอาไว้ไม่ยอมปล่อยมือ ไม่ยอมรับฟังความเห็นที่สะท้อนภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

เมื่อ นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน เข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการและมีจุดยืนอยู่ข้าง สปสช.จนไม่สามารถทำงานร่วมกับ นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวง เนื่องจากไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันโดยเฉพาะการเสนอให้กระทรวงรับผิดชอบงบประมาณนับแสนล้านและให้ปรับการใช้งบประมาณเสียใหม่

สุดท้าย คสช.สั่งเด้ง “หมอณรงค์” ไปอยู่ทำเนียบแม้จะให้มีตำแหน่งรองรับอยู่ก็ตาม

และผลจากการร้องเรียนให้ตรวจสอบการใช้งบประมาณของ สปสช.ปรากฏออกมาว่ามีการใช้งบผิดประเภท คสช.จึงใช้อำนาจตาม ม.44 สั่งเด้ง นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช.

อีกทั้ง ป.ป.ช.ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีที่มีการกล่าวหา นพ.รัชตะ และ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าจงใจแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน สวรส.มีผลประโยชน์ทับซ้อน

ทั้งนี้ เพราะกรรมการ 3 คนเป็นบุคคลที่เคยได้รับทุนวิจัยต่อเนื่องมาตลอดและไม่มีการกลั่นกรองจึงเป็นบุคคลที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

เมื่อสถานการณ์เป็นไปอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้เห็นถึงความขัดแย้ง

ที่ชัดเจนด้วยการแบ่งกันเป็น 2 ฝ่ายที่พร้อมเผชิญหน้ากันทุกรูปแบบ

คำถามก็คือประชาชนได้อะไร? บุคลากรของ สธ.ได้อะไร?

ทางเดียวที่จะแก้ไขปัญหาก็คือ การแก้ไขให้ตรงจุดนั่นคือ

เปลี่ยนรัฐมนตรีเสียใหม่เพื่อเข้ามาเคลียร์ทุกเรื่องทั้งตัวบุคคลและองค์กรที่ดำรงอยู่

แต่ก็ต้องได้บุคคลที่รู้ปัญหาและเป็นกลางด้วย.

“สายล่อฟ้า”

2 ก.ค. 2558 09:09 2 ก.ค. 2558 09:09 ไทยรัฐ