วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลดแอกรัฐวิสาหกิจใกล้ความจริง ตั้งบรรษัทแห่งชาติคืบหน้า คานอำนาจเงื้อมมือการเมือง

นายบรรยง พงษ์พานิช ประธานในฐานะคณะกรรมการนโยบาย และกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด กล่าวถึงการดำเนินการแปรรูปรัฐวิสาหกิจว่า เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะที่ผ่านมา การเป็นเจ้าของทรัพยากรที่สูงมากของรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง มูลค่า 11.8 ล้านล้านบาท มีการบริการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ มีความสามารถในการดำเนินการต่ำกว่ามาตรฐานรัฐวิสาหกิจที่ดีทั่วโลกและไม่สามารถแข่งขันกับภาคเอกชนได้

ทั้งนี้ สาเหตุหลักที่รัฐวิสาหกิจไม่มีประสิทธิภาพ คือ โครงสร้างการกำกับดูแลในปัจจุบัน คือ การอยู่ภายใต้กระทรวงและระเบียบราชการที่ไม่มีความคล่องตัว คนร.จึงพยายามวางโครงสร้างใหม่ที่ทำให้รัฐวิสาหกิจสามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลุดพ้นจากการเข้าแทรกแซงทางการเมือง ภายใต้เป้าหมาย 4 ด้าน คือ 1.รัฐวิสาหกิจมีหน้าที่ทำภารกิจหลักของตัวเองและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ 2.มีความสำเร็จอย่างยั่งยืน 3.โปร่งใส ไม่ทุจริต ไม่รั่วไหล และ 4.บริหารสินทรัพย์ของประเทศให้ได้ประโยชน์สูงสุด”

ขณะที่นายวิรไท สันติประภพ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับความคืบหน้าในการวางโครงสร้างกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจในขณะนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการร่างกฎหมายเพื่อที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี และเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายในเดือน ก.ย.นั้น จะมีการตั้งองค์กรความเป็นเจ้าของ โดยแบ่งเป็น “บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติ” ดูแลรัฐวิสาหกิจ 12 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ และให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ดูแลรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายตั้งโดยเฉพาะ ซึ่งไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งทั้งสองหน่วยงานนี้จะขึ้นกับ คนร.ใหม่ และ คนร.ใหม่จะขึ้นตรงกับคณะรัฐมนตรี

“บรรษัทรัฐวิสาหกิจแห่งชาติจะมีกระทรวงการคลังถือหุ้น 100% ผู้ทำงานไม่ได้เป็นข้าราชการ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญในลักษณะโครงสร้างคล้ายกับ กบข. ซึ่งกำลังร่างกลไกในการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามาทำงานทั้งใน คนร. ใหม่ และบรรษัทฯให้สามารถเลือกคนที่ดีมีความรู้ความสามารถ และไม่โดนปลดเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยบรรษัทฯจะรับโอนหุ้นและอำนาจการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจมาไว้ที่บรรษัทฯมีอำนาจในการตัดสินใจงบลงทุนรัฐวิสาหกิจ ต่อรองการดำเนินนโยบายที่ไม่เหมาะสมกับรัฐบาล มีอำนาจในการตั้งกรรมการ ผู้บริหาร และประเมินผลรัฐวิสาหกิจ อย่างไรก็ตาม ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจเพิ่มยุบหรือแปรรูปรัฐวิสาหกิจ”

“เมื่อโครงสร้างใหม่เป็นเช่นนี้ นักการเมืองที่อยากจะเข้ามานั่งกระทรวงนั้น กระทรวงนี้เพราะต้องการประโยชน์ หรือครอบงำรัฐวิสาหกิจคงทำได้ยากขึ้น ผมไม่รู้ว่าจะอยากมีใครอยากจะมานั่งเป็น รมว.ไอซีที หรือ รมว.พลังงานอีกไหม ถ้าไม่ได้คุมงบลงทุนหรือบริหารจัดการทีโอที แคท หรือไม่มี ปตท. หรือ กฟผ.อีก”.

เป็นแนวทางที่จำเป็นต้องดำเนินการ เพราะที่ผ่านมา การเป็นเจ้าของทรัพยากรที่สูงมากของรัฐวิสาหกิจ 56 แห่ง มูลค่า 11.8 ล้านล้านบาท มีการบริการจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ มีความสามารถในการดำเนินการต่ำกว่ามาตรฐานรัฐวิสาหกิจที่ดีทั่วโลก 2 ก.ค. 2558 01:58 2 ก.ค. 2558 01:59 ไทยรัฐ