วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ หามาตรการคุย14 นศ. ยัน ไม่ใช้ ม.44 นิรโทษฯ

นายกฯ เตรียมหามาตรการพูดคุยนักศึกษาเพื่อให้ได้ข้อยุติ ลั่น ไม่ใช้มาตรา 44 นิรโทษฯ ขอประมงอย่าเคลื่อนไหว ขอเข้าใจความจำเป็นที่รัฐต้องดำเนินการเพื่อระยะยาว มอบ วิษณุ หาข้อสรุป กรณีหมอณรงค์ 


วันที่ 1 ก.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ กล่าวถึง การเริ่มบังคับใช้ พ.ร.บ.การประมง ที่มีความเข้มงวดในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย และมีความเคลื่อนไหวจากผู้ประกอบการประมงหลายจังหวัด เนื่องจากความกังวลต่อการค้าขายสินค้าประมง

โดยพลเอกประยุทธ์ ขอให้ชาวประมงเข้าใจถึงความจำเป็นในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งหากไม่ดำเนินการวันนี้ ก็จะเกิดปัญหาระยะยาวในวันข้างหน้า เพราะกระทบกับมาตรฐานการส่งออก ที่เกี่ยวข้องกับการประเมินของสากล ที่มีมูลค่าส่งออกกว่าสองแสนล้านบาท จึงต้องช่วยกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะความร่วมมือจากผู้ประกอบการ ในขณะที่รัฐบาลก็จะวางแนวทางแก้ปัญหาในทุกมิติ และหาแนวทางดูแลผู้ได้รับผลกระทบ คือ ลูกเรือและชาวประมง จึงขอกลุ่มที่กำลังจะเคลื่อนไหว อย่าประท้วงกดดันรัฐบาล เพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้

พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึงความคืบหน้า กรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาว่า ขณะนี้กำลังหามาตรการเปิดช่องทางการพูดคุย เพื่อให้เกิดการยุติ ทั้งนี้ ยอมรับว่าก็ไม่สบายใจในการใช้กฎหมายกับนักศึกษา ขณะเดียวกัน ต้องมองอีกแง่มุมหนึ่งว่า พฤติกรรมที่แสดงออกมาว่าเป็นอย่างไร เป็นกิริยาของเด็กที่บริสุทธิ์หรือไม่ มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งต้องมีการพิสูจน์กันอีกครั้ง โดยขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบ

ส่วนข้อเสนอจากบางฝ่ายต้องการให้ใช้มาตรา 44 นิรโทษกรรมความผิดให้แก่นักศึกษามีความเป็นไปได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนไม่ทำ ทำไม่ได้ ถ้าทำแล้ว ก็จะต้องมีการใช้มาตรา 44 เพื่อนิรโทษกรรม ให้กับบุคคลคนอื่น และจะทำให้ไม่มีวันจบสิ้นกระบวนการ

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวลงนามคำสั่งให้ นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กลับไปดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงสาธารณสุข หลังจากก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งย้ายให้ช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นเพียงการลงนามในข้อสรุป ผลสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ดำเนินการต่อให้ชัดเจนมากขึ้น จึงค่อยดำเนินการให้กลับไปทำหน้าที่เดิม โดยมอบให้ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย นำผลการสอบสวนทั้งหมดมาสรุป ว่า มีความไม่ปกติเกิดขึ้นในกระทรวงสาธารณสุข แต่ไม่ได้มีการระบุความผิดที่ชัดเจน ดังนั้น จึงต้องหาข้อสรุปให้ได้ เพราะปัญหามีความซับซ้อนและมีความเห็นไม่ตรงกันภายในหน่วยงาน

อย่างไรก็ตาม มีความเห็นขององค์กรอิสระต่อการดำเนินงานของ สปสช. ดังนั้นสิ่งที่เป็นห่วงไม่ใช่เรื่องตัวบุคคล แต่เป็นผลกระทบจากความขัดแย้ง เช่น ปัญหาการใช้สิทธิ์ ตามหลักประกัน 30 บาทรักษาทุกโรค และการใช้จ่ายงบประมาณที่ติดค้างอยู่ ยืนยันว่า รัฐบาลกำลังแก้ปัญหาเหล่านี้อยู่ แต่มีบางฝ่ายทำให้เกิดความขัดแย้ง การแก้ปัญหาของ สปสช. จึงจะต้องทำให้เกิดการยอมรับจากทุกฝ่ายในกระทรวงสาธารณสุข

ส่วนเรื่องงบประมาณ ในกระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ตอนนี้มีไม่เพียงพอ หากเทียบกับสวัสดิการของจำนวนประชากร เช่น โครงการ 30 บาท รักษาทุกโรค ก็ถือเป็นโครงการประชานิยม แม้จะมองว่า ไม่มีความพร้อม แต่เป็นโครงการที่มีมาก่อน และเป็นประโยชน์กับประชาชน จึงไม่สามารถยกเลิกได้ ปัญหาสำคัญจึงตกอยู่ที่รัฐบาล ในการหาช่องทางรายได้เพิ่มเติม.

นายกฯ เตรียมหามาตรการพูดคุยนักศึกษาเพื่อให้ได้ข้อยุติ ลั่น ไม่ใช้มาตรา 44 นิรโทษฯ ขอประมงอย่าเคลื่อนไหว ขอเข้าใจความจำเป็นที่รัฐต้องดำเนินการเพื่อระยะยาว มอบ วิษณุ หาข้อสรุป กรณีหมอณรงค์ ... 1 ก.ค. 2558 15:52 1 ก.ค. 2558 16:41 ไทยรัฐ