วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
มาดูกับมาดาม: 'Terminator Genisys' กำเนิดคนเหล็ก

มาดูกับมาดาม: 'Terminator Genisys' กำเนิดคนเหล็ก

  • Share:

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านที่รัก สัปดาห์นี้มาดามมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ อภิมหาอมตะที่หลายคนรอคอยมาฝาก “Terminator Genisys” หรือหนังคนเหล็กที่คอหนัง (หรืออาจไม่คอหนัง) ทั่วโลกน่าจะรู้จักกันดี...ใครที่เคยสงสัย (หรืออาจจะไม่เคยคิดถึงเลยก็ได้) ว่า “คนเหล็ก” นั้นมีที่มาที่ไปมาจากไหน ทำไมต้องถูกส่งตัวมาบนโลก (ในสภาพเปลือยทั้งตัว) ภาคนี้มีคำตอบให้ค่ะ

ตัวอย่างภาพยนตร์ "Terminator Genisys" (2015)

นอกจากนี้ ภาคนี้ยังโดดเด่นด้วยการกลับมาของซุป'ตาร์คนดังระดับโลกอย่าง “Arnold Schwarzenegger” ในบท “Guardian” หรือ “ผู้พิทักษ์” แต่คราวนี้เขาไม่ได้มาคุ้มครอง “John Corner” เหมือนในภาคแรกนะคะ แต่มาคุ้มครองและเป็นเหมือน “พ่อ” ให้กับ “Sarah Corner” แม่แท้ๆ ของจอห์น

ยังจำกันได้ไหม ภายใต้หน้ากากผิวหนังมนุษย์หน้าตาย คือร่างหุ่นยนต์สังหารมือพระกาฬ

ที่ไม่ธรรมดาคือ...ผู้พิทักษ์วัยแก่แต่เก๋าคนนี้ ไม่ได้มาลุยคนเดียวเหมือนภาคก่อนๆ แต่หอบหิ้ว “ผู้พิทักษ์” ซึ่งเป็นมนุษย์ทั้งแท่งอย่าง “Kyle Reese” (นำแสดงโดย Jai Courtney หรือที่เราคุ้นหน้ากันดีจากวายร้ายใน Divergent, 2014 และลูกชายหัวดื้อของ John McClane ใน A Good Day to Die Hard, 2013) มาร่วมภารกิจลับสุดโหดนี้ด้วย และเขาคนนี้ล่ะค่ะ ที่กลายมาเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง...

ฉากขโมยเสื้อผ้า...คุ้นๆ ไหมคะ?
ดูมาดซะก่อน "Sarah Corner" ในวัยสาว (รับบทโดย Emilia Clarke)

แต่ที่เริ่ดไม่แพ้กันคือ “Emilia Clarke” ดาราสาวผู้มารับบท “Sarah Corner” ค่ะ เชื่อว่าแฟนพันธุ์แท้หลายคนคงจำหน้าเธอได้ดี...ใช่แล้วค่ะ เธอคือ “Daenerys Targaryen” ราชินีสายเลือดมังกรจากซีรีส์เรื่องดัง Game of Thrones ซึ่งในหนังคนเหล็กนี้ เธอสลัดภาพสาวสวยที่มักใช่เสน่ห์ของเธอเพื่ออำนาจและการล้างแค้น กลายเป็นสาวห้าวสุดโหด แถมยิงปืนแม่นจนบรรดาชายหนุ่มหลายคนในเรื่องยังอาย

มาดเข้มๆ ของ "Sarah Corner" (Emilia Clarke)
"Sarah Corner" การพลิกบทครั้งสำคัญของ Emilia Clarke

ปิดท้ายด้วยคนเหล็กเหล็กไหล (รุ่น T-1000) หรือตัวร้ายฆ่า (แทบ) ไม่ตายในมาดตำรวจหนุ่มที่หลายคนคุ้นเคยกันดี ในภาคนี้ก็กลับมาป่วนให้คุณๆ ใจหายใจคว่ำกันอีกรอบค่ะ เพียงแต่หน้าตาไม่ใช่วายร้ายหน้าตายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นซุป'ตาร์เกาหลีคนดังอย่าง “Byung-hun Lee” ซึ่งเคยฝากผลงานบู๊ๆ ในแวดวงฮอลลีวูดไว้หลายเรื่อง แต่เรื่องที่แฟนชาวไทยน่าจะจำเขาได้ดีที่สุด คงหนีไม่พ้น G.I. Joe: Retaliation, 2013…ขอบอกเลยว่าเป็นตัวร้ายที่หน้านิ่งมาก กล้ามเนื้อบนใบหน้าแทบไม่ขยับ สมกับเป็นหุ่นยนต์นักฆ่าจริงๆ

นักฆ่าเหล็กไหล T-1000 รับบทโดย Byung-hun Lee ซุป'ตาร์คนดังของเกาหลี
โฉมหน้าหุ่นยนต์สังหารที่เราคุ้นเคยกันดี

ใครที่หมายจะเจอบทบาทการบู๊หน้าตายในตำนานคนเหล็กของคุณพี่อาร์โนลด์ ภาคนี้คงไม่ผิดหวังค่ะ คุณลุงเขา “Really Be Back” จริงๆ สมกับที่เคยลั่นวาจาไว้ จนกลายเป็นวลีเด็ดจากภาคแรก “I’ll be back” แต่ที่เพิ่มเติมมาคือมาดนุ่มนวลอบอุ่น แต่แฝงไปด้วยอารมณ์ขันของเขา ที่จะทำให้คุณๆ อมยิ้มกันทั้งเรื่องเลยค่ะ

เมื่อพี่คนเหล็กรุ่นเก๋าต้องเป็นกุนซือให้แก๊งเด็กใหม่

นอกจากลีลาบู๊ในตำนานที่กลายเป็น “Signature” ของหนังคนเหล็กเกือบทุกภาคแล้ว ภาคนี้ยังบอกเล่าเรื่องราว “ต้นกำเนิด” ของเหล่าคนเหล็กว่ามีที่มาที่ไปจากไหน และมายังโลกมนุษย์เพราะอะไรอีกด้วย รวมไปถึง “ปมต้นกำเนิด” ว่าเพราะอะไร “John Corner” กับ “Sarah Corner” ถึงตายไม่ได้ และที่ไฮไลต์สุด...คุณๆ จะได้รู้กันสักทีว่าพ่อแท้ๆ ของจอห์น คอร์เนอร์คือใครกันแน่?

"John Corner" ในอนาคต เขาคือผู้หยั่งรู้อนาคตหรือใครกัน? (รับบทโดย Jason Clarke)
คุณผู้อ่านว่าใครเป็นคนร้ายหรือ "นักฆ่า" ตัวจริงคะ?

แต่ที่ต้องปรบมือให้แบบจริงๆ จังๆ คือจังหวะกระตุกของเรื่องนี้ค่ะ จริงๆ หนังแอ๊คชั่นแบบนี้ไม่จำเป็นต้องมีจังหวะแบบนี้มากก็ได้ค่ะ เน้นภาพสมจริงและอลังการมากกว่า แต่เรื่องนี้จังหวะนี้ดีมากเลยค่ะ ขนาดว่าคุ้นเคยกับฉากบู๊ๆ กันดียังอดกระตุกตามไปไม่ได้หลายรอบทีเดียว...แล้วเอาจริงๆ มันก็มันส์เป็นบ้าเลยล่ะค่ะ

จนกว่าจะพบกันใหม่
มาดามอองทัวร์
Twitter: @MadamAutuer

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้