วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับได้แล้ว! ฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 14 หลังพ่อขึ้นป้ายร้องทุกข์ (ชมคลิป)

จับได้แล้ว! ฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 14 หลังพ่อขึ้นป้ายร้องทุกข์ (ชมคลิป)

  • Share:

จับแล้วฆาตกรฆ่าข่มขืน ด.ญ.วัย 14 ที่นครพนม ชุดสืบสวนภาค 4 ลงพื้นที่รวบตัว 2 ผู้ต้องหา ผช.ผบ.ตร.รุดแถลงข่าวเอง ยืนยันมั่นใจไม่ใช่แพะ มีหลักฐานแน่นหนา แม้ว่าผู้ต้องหาจะปฏิเสธ ขณะที่พ่อเหยื่อที่เคยขึ้นป้ายร้องทุกข์ รุดขอบคุณตำรวจ

จากคดีฆ่าข่มขืน  เด็กหญิงวัย 14 ปี ชาวบ้าน อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ผ่านไป 2 ปี แต่คดีไม่คืบหน้า จนพ่อของผู้ตายต้องขึ้นป้ายร้องทุกข์ กระทั่ง ผบช.ภ 4 สั่งให้ตำรวจมือดีลงแกะรอย และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 คน เตรียมขยายผลถึงเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุ



เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 ก.ค. 58  ที่ บก.ภ.จ.นครพนม พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ. ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนพล บริบูรณ์ ผบก.ภ.จ.นครพนม พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.4 พ.ต.อ.โชคชัย อินทะนิน ผกก.สภ.ศรีสงคราม พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.กิตติพงษ์ จิตรคาม รอง ผกก.สืบสวน ช่วยราชการสืบสวน 1 บก.สส.ภาค 4 และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าล่าสุด เกี่ยวกับคดีฆ่าข่มขืนเด็กหญิงวัย 14 ปี หลังจากพ่อของเหยื่อ ออกมาร้องทุกข์ให้ตำรวจ สภ.ศรีสงคราม เร่งรัดคดีจับฆาตกรที่ฆ่าข่มขืนลูกสาว ด้วยการขึ้นป้ายร้องทุกข์บนฝาบ้าน เนื่องจากคดีถูกดองมานานเกือบ 2 ปี หลังเกิดเหตุตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค. 56

ทั้งนี้ ภายหลัง พล.ต.ท.บุญเลิศ ใจประดิษฐ ผบช.ภ.4 ได้ทราบถึงเรื่องดังกล่าว ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ณัฐนนท์ ประชุม ผกก.สส.1 บก.สส.ภ.4 ระดมกำลังตำรวจชุดสืบสวนมือดี ลงพื้นที่รื้อคดี สืบสวนติดตามแกะรอยคนร้าย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 58 ภายหลังมีการรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล ไปจนถึงหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอที่เก็บได้จากศพในวันเกิดเหตุ จนสามารถขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ 117/2558 และ จ 118/2558 เข้าจับกุมตัว 2 ผู้ต้องหาคือ นายสาคร ไชยกา อายุ 29 ปี และนายปรียะพงษ์ ดวงภักดี อายุ 26 ปี มาสอบสวนและดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม โดยปราศจากเหตุอันสมควรร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครอง และผู้ดูแล และร่วมกันปิดบัง อำพราง ซ่อนเร้น หรือกระทำการใดๆ แก่ศพหรือสภาพแวดล้อมในบริเวณที่พบศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นในประการที่น่าจะให้การชันสูตรพลิกศพหรือผลทางคดีเปลี่ยนแปลงไป

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นทางผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ อ้างไม่รู้ไม่เห็น และขอให้การในชั้นศาล

ภายหลังแถลงข่าว นายศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่เคยดูแลติดตามช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียหาย รวมถึงพ่อของเหยื่อ และญาติพี่น้อง ได้เข้ามอบช่อดอกไม้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ช่วยติดตามคดีให้ พร้อมเรียกร้องให้ดูแลทุกข์สุขประชาชน โดยไม่มีสองมาตรฐาน ทั้งคนจนคนรวย ซึ่งพ่อของเด็กหญิง กล่าวว่า การสูญเสียครั้งนี้ไม่มีอะไรที่ชดเชยได้ สิ่งเดียวขอเพียงจับคนร้ายมาชดใช้รับกรรม และขอให้ขยายผลจับให้ได้ทั้งหมด ฝากไปถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในการทำงานของตำรวจอยากให้เป็นที่พึ่งของชาวบ้านจริงๆ ไม่อยากให้มี 2 มาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นคดีของคนจนหรือคนรวย

ด้าน พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผช.ผบ.ตร. ที่เดินทางมาร่วมแถลงข่าว กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันมั่นใจในตัวผู้ต้องหาว่า กระทำผิดจริง และไม่หนักใจเนื่องจากในการสืบสวนสอบสวนมีพยานหลักฐาน ทั้งพยานบุคคล รวมถึงหลักฐานการตรวจดีเอ็นเอ คราบอสุจิของผู้ก่อเหตุที่เคยเก็บหลักฐานไว้หลังเกิดเหตุ ชัดเจน เพียงพอ ที่จะเอาผิดผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน รวมถึงพยานแวดล้อมที่พบเห็นผู้ต้องหาร่วมกันกระทำการติดตามน้องแวว ก่อนหายตัวไป ถึงแม้ผู้ต้องหาจะปฏิเสธในข้อกล่าวหา

พล.ต.ท.ปัญญา กล่าวด้วยว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้ เป็นเป้าหมายที่เคยถูกนำตัวมาสอบสวนแต่พยานหลักฐานไม่เพียงพอ จึงเกิดความล่าช้า และรอพยานบุคคลให้การเพิ่มเติม นอกจากนี้ เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาก็จะได้เร่งสอบสวนขยายผลติดตามเพื่อนที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดี เพราะยังมีอีกหลายคนที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนสาเหตุจากแนวทางการสืบสวนเชื่อว่า มีการวางแผนร่วมกันในกลุ่มผู้ต้องหาหลายคนที่คึกคะนองจากการดื่มสุรา เนื่องจากผู้ตายเป็นเด็กหน้าตาดี และมองว่าอาศัยอยู่กับยาย ไม่มีคนดูแล จึงใช้ความสนิทสนม เพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกันก่อเหตุ และฆ่าปิดปากอำพรางคดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้