วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
คุมทำแผน! หนุ่มคนสนิทฆ่าอัยการ บอกเหมือนได้ปลดปล่อย (ชมคลิป)

คุมทำแผน! หนุ่มคนสนิทฆ่าอัยการ บอกเหมือนได้ปลดปล่อย (ชมคลิป)

  • Share:

คุมตัวหนุ่มคนสนิท ทำแผนฆ่าอัยการที่สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหามีอาการปกติไม่ได้เคร่งเครียด ซ้ำยังบอกว่า นอนหลับสบาย รู้สึกเหมือนได้ปลดปล่อย ปฏิเสธไม่ได้เอาสร้อยทอง แหวนเพชร และพระเครื่องไป ตำรวจจึงต้องเรียกสอบผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด...     

จากกรณีมีคนร้ายใช้ของแข็งทำร้ายนายพยงค์ ดอกไม้หอม อายุ 54 ปี อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ปฏิบัติหน้าที่ประจำศาลแขวงสุราษฎร์ธานี เสียชีวิตภายในห้องพัก บ้านพักอัยการ เลขที่ 150/259 หมู่บ้านอัยการ หมู่ 4 ถนนดอนนก เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี โดยมีทรัพย์สินประกอบด้วยสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท พร้อมพระเครื่องหายไป เบื้องต้นตำรวจมุ่งประเด็นการสอบสวนเกี่ยวกับการชิงทรัพย์ ชู้สาว และความขัดแย้งส่วนตัว โดยคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิด เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 29 มิ.ย. 58 ที่ผ่านมา

จนกระทั่งช่วงเย็นของวันที่ เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. นายนิวัฒน์ จงสุข อายุ 37 ปี หนุ่มคนสนิทของผู้ตาย และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ได้ติดต่อผ่านศูนย์ดำรงธรรม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่  โดยมี พล.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร ผบช.ภ.8 เป็นผู้รับตัวมอบตัว  ซึ่งผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ฆ่าด้วยสาเหตุส่วนตัว หลังจากมีปากเสียงทะเลาะกับผู้ตาย 

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ก.ค. ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.วิษณุ ม่วงแพรศรี รอง ผบช.ภ.8 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.สมเกียรติ แก้วมุข รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน พ.ต.ท. สมบุญ ศรีวิรุฬห์โชติ นักวิทยาศาสตร์ สบ.3 ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 8 เบิกตัวนายนิวัฒน์ จงสุข ผู้ต้องหา มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นดี เปรียบเทียบกับพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ จาการสังเกตกิริยาอาการของนายนิวัฒน์ ผู้ต้องหา ไม่ได้มีอาการวิตกกังวลหรือเครียดแต่อย่างใด พูดคุยกับผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยดีอย่างคนปกติ โดยบอกกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า เมื่อคืนนอนหลับสบาย ไม่ได้เครียด เหมือนกับเป็นการปลดปล่อย และพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ ตนยอมรับในสิ่งที่ได้กระทำลงไป

อย่างไรก็ตาม ในการสอบปากคำนายนิวัฒน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทนายความอาสาเข้าร่วมรับฟังการสอบปากคำด้วย โดยที่นายนิวัฒน์ไม่ได้ร้องขอแต่อย่างใด

เจ้าหน้าที่คุมตัวผู้ต้องหา ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

พ.ต.อ.สมเกียรติ แก้วมุข รอง ผบก.ภ.จ.สุราษฎร์ธานี ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กล่าวว่า การสอบปากคำผู้ต้องหาถือว่าเรียบร้อยสมบูรณ์ ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนเป็นอย่างดี และยินยอมทำแผนประกอบคำสารภาพในข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนการสอบสวนปากคำพยานที่เกิดเหตุและพยานแวดล้อม ใกล้เสร็จสมบูรณ์เช่นกัน เหลือเพียงการสอบปากคำพยานเพิ่มอีกเล็กน้อย คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนและส่งฟ้องผู้ต้องหาได้ภายใน 2 สัปดาห์ เนื่องจากต้องรอผลการตรวจชันสูตรศพ และพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

ด้าน พล.ต.ต.วิษรุ ม่วงแพรศรี รอง ผบช.ภ.8 กล่าวว่า กรณีทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีสร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 10 บาท พร้อมพระเครื่อง แหวนเพชร 1 วง หายไปนั้น ในการสอบปากคำนายนิวัฒน์ ผู้ต้องหา อ้างว่า ไม่ได้เป็นผู้นำทรัพย์สินของผู้ตายไป จึงได้กำชับให้ชุดสืบสวน และพนักงานสอบสวน เร่งสืบหาทรัพย์สินที่สูญหายไป โดยให้นำผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาสอบปากคำทั้งหมด

หลังทำแผน เจ้าหน้าที่ นำตัวนายนิวัฒน์ ไปขออนุญาตศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีฝากขัง

ต่อมาเวลา 11.39 น. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายนิวัฒน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังบ้านเลขที่ 150/259 หมู่ 4 ถนนดอนนก เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ท่ามกลางความสนใจของชาวบ้านที่ทราบข่าว แต่เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปภายในหมู่บ้านเกิดเหตุ โดยการทำแผนเริ่มตั้งแต่ผู้ตายกับนายนิวัฒน์เดินทางมาถึงบ้านพัก และมีปากเสียงทะเลาะกันตั้งแต่อยู่ในรถ ก่อนเดินเข้าบ้าน เริ่มลงมือทุบตีชกต่อย โดยนายนิวัฒน์ อ้างว่าถูกผู้ตายใช้ด้ามพร้าเข้าทำร้ายก่อน จึงได้ใช้พัดลมป้องกันตัวและใช้เป็นอาวุธทุบตีผู้ตายหลายครั้ง หลังจากนั้นได้อาบน้ำชำระร่างกาย แล้วเดินออกจากบ้านพักไปขึ้นรถโดยสารตุ๊กตุ๊ก ว่าจ้างให้ไปส่งที่ท่ารถบริเวณตลาดเกษตร 2 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กม. แล้วเดินทางด้วยรถโดยสารประจำทางไปยัง จ.ภูเก็ต

โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้นำตัวนายนิวัฒน์ไปขออนุญาตศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีฝากขังยังเรือนจำกลางสุราษฎร์ธานี โดยไม่ขอตัวกลับไปควบคุมต่อ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้