วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปรับทัพใหม่แก้ไขจุดอ่อน

เท่าที่สดับตรับฟังจากผู้คนทุกวงการดูเหมือนจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ คสช.จะต้องปรับเปลี่ยนบุคลากรโดยมุ่งเน้นไปที่ ครม. เพราะเชื่อว่าหากปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้

มีแต่จะทำให้รัฐบาล และ คสช.จะเป็นฝ่ายทนสถานการณ์ต่อไปไม่ได้

ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า ในสถานการณ์ของประเทศที่ไม่ปกติจน คสช.ต้องเข้ามาแก้ไขปัญหาเอง ซึ่งแน่นอนว่าในด้านความมั่นคงนั้นพออาศัยจนทำให้เกิดความสงบเรียบร้อย แต่ในด้านอื่นๆมีแต่ทรุดตํ่าลง

ยิ่งภาวะของประเทศที่ปัญหาต่างๆรุมเร้าแทบทุกด้านทั้งเรื่องเศรษฐกิจภายในที่ยังไม่ฟื้นตัว กลับมีปัจจัยภายนอกเข้ามาเป็นตัวฉุดรั้งซํ้าเติมเข้าไปอีก

“กรีซ” กำลังเกิดปัญหาหนี้สินถึงขั้นที่ว่าต้องให้ประชาชนทำประชามติว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับอนาคตของประเทศ

ไม่ว่าจะยอมรับเงื่อนไขหรือถอนตัวออกจากอียูล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยไม่มากก็น้อย พูดง่ายๆว่าเจอกันทั้งโลก

ต่างๆเหล่านี้ล้วนทำให้ คสช.เกิดภาวะอ่อนแอไปโดยปริยาย

ที่ว่าอย่างนี้ไม่ใช่ว่า คสช. หรือกองทัพอ่อนแอลง แต่ยังมีอำนาจเต็มๆเหมือนเดิม แต่ภาพรวมของประเทศที่เป็นปัญหานั้น

คือดัชนีวัดความมั่นคงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพราะภาพรวมของปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาพร้อมๆกันอย่างนี้ได้ทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาของพวกเขาได้ แม้จะทำงานกันอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของคณะรัฐมนตรีที่จะต้องใช้ความรู้ความสามารถ การทำงานเชิงรุก เข้าใจถึงจิตวิทยามวลชนที่สนองตอบความต้องการของประชาชน

ถ้ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบงานแต่ละกระทรวงไม่สามารถแสดงตัวตนให้เห็นว่า แก้ไขปัญหาได้ ผลักดันให้ข้าราชการ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญยอมรับในแนวทางและความสามารถในการเป็นผู้นำทัพเพื่อแก้ไขปัญหา

ผมว่าปัญหามันคงไม่ยุ่งเหยิงหยุมหยิมอย่างที่กำลังเกิดขึ้น

อย่าได้แปลกใจว่าการแก้ไขปัญหา “ภัยแล้ง” ที่เกิดขึ้นจน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯต้องเฉ่งอธิบดีกรมชลประทานในการประชุม ครม.สัญจรที่เชียงใหม่ในทำนองว่า บริหารจัดการเรื่องนํ้าไม่ดีพอจนปัญหาลุกลามบานปลาย

จริงๆแล้วต้องเฉ่งรัฐมนตรีเกษตรมากกว่า เพราะเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุดทำไมถึงปล่อยให้เกิดปัญหาการทำงานในลักษณะนี้

หรือแม้แต่ปัญหาในกระทรวงสาธารณสุขที่กำลังบานปลายเกิดความแตกแยกเป็น 2 ฝ่าย จนไม่สามารถทำงานหรือแก้ไขได้แล้ว

แต่เจ้ากระทรวงก็ไม่ทำอะไรเพื่อให้ยุติลงได้

นี่ยังไม่นับถึงกระทรวงอื่นๆที่เกิดปัญหาในลักษณะเดียวกันขนาดว่ายังไม่สามารถตั้งบุคลากรเข้ามาสวมตำแหน่งที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนงานที่จะต้องเดินหน้าร่วมกับงานในกระทรวงอื่นๆ

งานทุกส่วนล้วนมีความสัมพันธ์ที่จะต้องเดินหน้าไปพร้อมๆกัน เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่กระทรวงหนึ่งกระทรวงใดเท่านั้น แต่มันเป็นเรื่องที่จะต้องผลักดันไปด้วยกันจึงจะแก้ไขได้

ถึงเวลาที่จะต้องไบ่เบี้ยบรรดารัฐมนตรีให้ทำงานอย่างกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง เพื่อทำให้ภาพรวมดีขึ้นไม่ต้องมาเกรงอกเกรงใจอะไรกันแล้วจะเปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนเพราะความจำเป็น

เมื่อสภาพการณ์เป็นไปอย่างนี้มันก็เข้าเงื่อนไขที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเริ่มขับเคลื่อน ไม่ว่ากรณีนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว จะเพราะด้วยอุดมการณ์หรือมีผู้ยุยงส่งเสริมก็ตาม

ความจริงใจอย่างเดียวไม่พอแต่มันต้องมองถึงภาพที่เป็นจริงด้วย.

“สายล่อฟ้า”

1 ก.ค. 2558 10:33 1 ก.ค. 2558 10:33 ไทยรัฐ