วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อย่าห่วงกรีซล้มละลาย ฝนแล้งบ้านเราน่าห่วงกว่า

เป็นข่าวใหญ่พาดหัวทุกสื่อทั่วโลกไปเลยครับ สำหรับข่าวการเบี้ยวหนี้ของรัฐบาลกรีซ ซึ่งครบกำหนดที่จะต้องชำระแก่เจ้าหนี้รายแรก อันได้แก่ ไอเอ็มเอฟ เมื่อวันอังคารที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

เพราะหลังจากเปิดฉากการเจรจากับเจ้าหนี้ต่างๆ จนมีข่าวว่าจะตกลงกันด้วยดี เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน แต่ในที่สุดก็จบลงด้วยการยุติการเจรจา แบบตกลงกันไม่ได้ต่างคนต่างไป เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว

พอมาถึงวันอาทิตย์ รัฐบาลกรีซก็ประกาศปิดธนาคารและสถาบันการเงิน 1 สัปดาห์ พร้อมประกาศมาตรการควบคุมเงินทุนเพื่อยับยั้งความตึงเครียด และความแตกตื่นของประชาชนชาวกรีซ เพื่อมิให้แห่ไปถอนเงิน อันจะเป็นผลให้สถาบันการเงินล้มครืนลงได้

แต่การแก้ความตึงเครียดของกรีซกลับไปสร้างความตึงเครียดให้นักลงทุนในตลาดโลกแทน เพราะพอรุ่งขึ้นวันจันทร์ ตลาดหุ้นทั่วโลกก็ร่วงกราวลงมาทันที โดยเฉพาะที่อเมริการ่วงมากกว่าเพื่อน ดาวโจนส์ตลาดเดียวรูดถึง 350 จุด มากที่สุดในรอบปีนี้

ขณะที่ผมเขียนต้นฉบับนี้ประมาณเย็นๆ ของวันอังคารบ้านเรา ซึ่งเส้นตายการชำระหนี้งวดแรก 1,760 ล้านเหรียญใกล้จะมาถึงคงไม่มีปาฏิหาริย์อื่นใดที่จะมายับยั้งได้อย่างแน่นอนแล้ว รัฐบาลกรีซน่าจะเบี้ยวการชำระหนี้งวดแรกไปแล้ว เมื่อต้นฉบับของผมลงตีพิมพ์ เพราะนอกจากการเจรจาจะยุติไปอย่างว่าแล้ว รัฐบาลกรีซยังหันมาใช้วิธีทำประชามติถามประชาชนเสียอีกว่าจะ “เห็นด้วย” หรือ “ไม่เห็นด้วย” กับข้อเสนอของเจ้าหนี้ต่างๆ อันเป็นเหตุให้รัฐบาลกรีซไม่สามารถตกลงด้วยได้

แต่เนื่องจากการทำประชามติจะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ (5 ก.ค.) กว่าจะรู้ผลก็ผ่านเส้นตายเส้นแรกไปหลายวันแล้ว...ดังนั้น การเบี้ยวก้อนแรก 1,760 ล้านเหรียญ หรือประมาณ 60,000 ล้านบาท น่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

ส่วนประชามติของประชาชนหากออกมาว่า “เห็นด้วย” คือยอมรับเงื่อนไขเจ้าหนี้ค่อยเอามาใช้กับการชำระงวดหลังๆ ก็แล้วกัน เพราะรัฐบาลกรีซยังมีหนี้ที่จะต้องชำระรวมทั้งสิ้นถึง 367,000 ล้านเหรียญ

ซึ่งถ้าคูณมาเป็นเงินไทยก็คงประมาณ 11 ล้านล้านบาท

ยังจะต้องใช้หนี้อีกหลังแอ่น ต้องประหยัดต้องรัดเข็มขัดเลือดตาแทบกระเด็นแน่นอน กว่าจะชำระหนี้มหึมาที่ว่านี้ได้หมด

แต่ก็จะยังดีตรงที่ประเทศจะไม่ล้มละลาย จะไม่ต้องออกจากยูโรโซน เพราะเจ้าหนี้อาจจะขยายเวลาชำระหนี้ให้ หรือให้ยืมก้อนใหม่มาชดเชยก้อนเก่า พอจะเอาตัวรอดไปได้

ตรงข้ามกับถ้าโหวตไม่เห็นด้วย หรือไม่ยอมรับข้อเสนอของเจ้าหนี้ ...ก็แปลว่ากรีซต้องล้มละลายลูกเดียว

ต้องหลุดจากยูโรโซนและยากที่จะไปค้าขายกับใคร เพราะจะไม่มีเครดิต ไม่มีเงินตราต่างประเทศ ไม่สามารถซื้อของต่างประเทศได้เลย การลงทุนทุกอย่างหยุดหมด เงินจะเฟ้อมหาศาล คนจะตกงานเพิ่มขึ้นอีกมาก ฯลฯ

น่าจะลำบากยากเข็ญกว่าการยอมรับเงื่อนไขเจ้าหนี้

แต่ไม่ว่าอย่างไรการล้มละลายของกรีซก็ไม่น่าจะเป็นผลกระทบ กระเทือนต่อเศรษฐกิจโลกมากนักในเชิงตัวเลข

เพราะขนาดเศรษฐกิจของกรีซเพียงแค่ 0.2 เปอร์เซ็นต์ ของขนาดเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แค่น้ำหยดเดียวในสระขนาดใหญ่เท่านั้นเอง

หนี้มหาศาลของกรีซที่เอ่ยถึงเมื่อสักครู่ส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้ต่อสถาบันการเงินกลาง เช่น ไอเอ็มเอฟ ธนาคารกลางยุโรป ผลกระทบแม้จะมีแต่ก็จะไม่มากเท่ากับการเป็นหนี้รัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งโดยตรง

นักวิเคราะห์ทั่วโลกรวมทั้งนักวิเคราะห์ไทยเราด้วย จึงเชื่อว่าผลกระทบจากการล้มละลาย (หากต้องล้ม) ของกรีซไม่น่าจะกว้างขวางนัก

อย่างไรก็ตาม ก็มีนักเศรษฐศาสตร์กลุ่มน้อยที่ออกมาเตือนว่าสิ่งที่จะต้องระวังก็คือทฤษฎีโดมิโน่ต่างหาก เพราะถ้าจะว่าไปก็มีรัฐบาลอีกหลายๆประเทศที่จ่อว่าจะไม่มีปัญญาชำระหนี้อยู่เหมือนกัน

กรีซล้มแล้ว รัฐบาลอื่นๆที่ว่าจะล้มตามหรือเปล่า?

เท่านั้นแหละข้อห่วงใยที่นักเศรษฐศาสตร์กลุ่มน้อยเขาฝากไว้

สำหรับบ้านเรา ข่าวว่าตลาดหุ้นก็ไม่ตกอะไรมากในวันแรก ผมรอไม่ทันสำหรับวันที่ 2 แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมากเช่นกัน

สรุปแล้ว สำหรับบ้านเราเรื่องภัยแล้ง เรื่องขาดแคลนน้ำ อันจะเป็นผลต่อการเกษตรกรรม และการอุปโภคบริโภคน่าเป็นห่วงกว่าเยอะครับ

ติดตามกรีซไปเรื่อยๆ อย่าไปตระหนกอะไร พร้อมกับช่วยกันภาวนา (ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนี่) ให้ฝนฟ้ากลับมาตกหลายๆห่าในเดือนกรกฎาคม เพื่อความสุขของคนไทยดีกว่าครับ...

“ซูม”

1 ก.ค. 2558 10:20 1 ก.ค. 2558 10:20 ไทยรัฐ