วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่ผ่อนผัน เรือประมง (ชมคลิป)

ประยุทธ์กร้าว ตังเก-รวมตัวขอให้‘รัฐ’ช่วย

เรือประมงไม่ผ่านอาชญาบัตร พากันเข้าจอดเทียบท่าแน่นขนัดทั่วประเทศ เพราะไม่กล้าออกจับปลากลัวถูกเจ้าหน้าที่จับกุม หลัง ศปมผ.ขีดเส้นตายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป เรือที่ผิดกฎหมายห้ามออกทำประมงเด็ดขาด เชื่อกระทบต่อร้านอาหารและการท่องเที่ยวแน่นอน ผู้ประกอบการรวมตัวเคลื่อนไหวยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ขณะที่ “บิ๊กตู่” นายกฯเข้มดีเดย์มานานแล้วแต่ไม่ยอมให้ความร่วมมือกัน ถามกลับให้รัฐบาลชะลอแล้วองค์กรต่างประเทศเขาชะลอให้หรือไม่ วันนี้เลือกปฏิบัติไม่ได้ ต้องทำเหมือนกันหมด

ตามที่ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ได้ออกคำสั่งตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.58 จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยไม่มีการผ่อนผัน เรือประมงลำใดที่ผิดกฎหมาย และไม่ผ่านการตรวจเช็กเอกสารทั้ง 15 รายการ อาทิ ใบอาชญาบัตร ใบอนุญาตใช้เครื่องวิทยุและอุปกรณ์เซฟตี้จากศูนย์ PIPO แม้แต่รายการเดียวจะไม่สามารถออกทำการประมงได้ หลังจากก่อนหน้านี้มาทางรัฐบาลได้ผ่อนผันให้เรือประมงดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายภายใน 60 วันนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการผ่อนผันว่า บรรยากาศที่ท่าเทียบเรือประมงปัตตานี มีเรือประมงกว่า 600 ลำ ทยอยนำเรือเข้ามาจอด พร้อมติดป้ายผ้าและมีใบปลิวติดประกาศตามชุมชนประมง สะพานปลา และย่านเขตโรงงานอุตสาหกรรม รณรงค์เรียนเชิญพี่น้องเรือประมงและอุตสาหกรรม ร่วมแสดงพลังขอความเห็นใจจากรัฐบาล กรณีการบังคับใช้มาตรา 44 แก้ปัญหาตามประกาศเตือนจากสหภาพยุโรปถึงการจัดให้มีมาตรการในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing : IUU Fishing) ด้วยการบีบคั้นและกดดัน จนไม่สามารถทำมาหากินได้ โดยในใบปลิวยังขอให้ทุกคนได้มารวมตัวและยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมโดยพร้อมเพรียงกัน ที่หน้าลานอนุสาวรีย์ ร.5 หน้าศาลากลางปัตตานี ในวันที่ 3 ก.ค. เวลา 09.00 น. ลงชื่อกลุ่มเรือประมง จ.ปัตตานี



ที่ จ.สุราษฎร์ธานี เรือประมงหลายร้อยลำได้กลับเข้าฝั่งและจอดเทียบท่าเรียงรายตลอดแนวท่าเทียบเรือประมงสุราษฎร์ธานี ท่าเทียบเรือดอนสัก ท่าเทียบเรือเกาะสมุย และท่าเทียบเรือโฉลกหลำ อ.เกาะพะงัน เนื่องจากเรือประมงในจังหวัดสุราษฎร์ธานีกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ไม่สามารถนำเรือออกไปทำการประมงได้ เนื่องจากปัญหาอาชญาบัตรไม่ตรงกับเครื่องมือประมงที่ใช้จับสัตว์น้ำได้ จนได้รับผลกระทบโดยตรงกับมาตรการดังกล่าว ขณะที่ผู้ประกอบการเรือประมงต่างทยอยเดินทางติดต่อยื่นเอกสารต่อเจ้าหน้าที่ในการต่ออาชญาบัตรเรือประมง และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเดินเรือ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพื่อดำเนินการให้ถูกต้อง ขณะที่จังหวัดฝั่งอันดามันทั้งกระบี่ พังงา ภูเก็ต ตรัง และระนอง ได้รับผลกระทบมีเรือประมง เข้าจอดตามท่าเรือต่างๆแน่นขนัดเช่นกัน

ทางด้าน จ.ตราด บรรยากาศตามสถานที่ท่าเทียบเรือต่างๆเต็มไปด้วยเรือประมง โดยเฉพาะที่บ้านท่าเรือจ้าง หมู่ 1 ต.วังกระแจะ อ.เมืองตราด มีเรือประมงนับร้อยลำเริ่มหยุดทำการประมง เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มผู้ประกอบการเรือประมงได้เรียกร้องภาครัฐแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่อง (IUU) ของภาครัฐที่ประกาศไว้ ทำให้เรือประมงจำนวนมากใน จ.ตราด ไม่สามารถออกทำการประมงได้เพราะไม่มีอาชญาบัตร และเครื่องมือประมงไม่ตรงกับเรือประมง ประกอบกับไม่มีไต๋เรือที่เป็นสัญชาติไทย แถมยังมีบางส่วนที่เป็นแรงงานเถื่อน หากเรือเหล่านี้ออกไปทำประมงก็จะถูกจับ



ส่วนบริเวณปากน้ำระยอง ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง เรือประมงทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ ทยอยเข้าสู่ฝั่งเพื่อจอดเทียบท่าก่อนมาตรการควบคุมเข้มเรื่องการทำประมงจะมีผลบังคับใช้ ทำให้บริเวณปากน้ำระยอง ซึ่งเป็นสถานที่มีแพปลาและท่าเทียบจอดเรือ มีเรือประมงจอดแน่น นายวิชิต ศรีชลา นายกสมาคมประมงจังหวัดระยอง กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลนำมาบังคับใช้ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพประมงไทยอย่างหนัก อีกทั้งกระทบต่ออาชีพต่อเนื่องอีกหลายอาชีพและหลายกิจการ จึงอยากจะขอวิงวอนให้รัฐบาลได้ทบทวนและผ่อนผันออกไปก่อน

ที่ท่าจอดเรือประมงสะพานท่าเรือพลี ต.บางปลาสร้อย และบริเวณสะพานใหม่ ต.มะขามหย่ง อ.เมืองชลบุรี พบว่า มีเรือประมงขนาดใหญ่และเล็ก จอดอยู่ประมาณ 100 ลำ นางมะลิ วงษ์บุปผา อายุ 57 ปี เจ้าของเรือประมงมะลิ กล่าวว่า แย่มากถ้าเป็นอย่างนี้ ตนมีเรือเล็กและเลี้ยงหอยพอมีรายได้เลี้ยงครอบครัว หามาได้ก็ขายไปวันๆ ทำแบบครอบครัวประมงพื้นบ้านที่มีเครื่องมือพอจับได้เท่านั้นเอง ไม่เหมือนชาวประมงที่มีเรือใหญ่ ออกไปจับสัตว์น้ำไกลๆได้เยอะ จึงอยากวอนรัฐบาลให้ทบทวนด้วย

ด้านนายกำจร มงคลตรีลักษณ์ นายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า ขณะนี้ทางสมาคมยังไม่มีการขับเคลื่อนใด มีเพียงประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกสมาคมและเรือประมงทุกลำทราบว่า ทาง (ศปมผ.) ได้มีมาตรการเข้มและจะออกตรวจจับเรือทุกลำในวันที่ 1 ก.ค. สถานการณ์หลังชาวประมงทราบข่าวทำให้เครียด แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะกฎหมายบังคับแล้ว เรือไม่ถูกต้องก็ต้องจอดโดยปริยาย เพราะทางการก็ได้ผ่อนผันมาแล้ว 60 วัน ช่วงผ่อนผันชาวประมงก็ไม่สามารถแก้อะไรได้ เพราะเป็นเรื่องของหน่วยงานราชการที่จะแก้ปัญหาตัวนี้ ชาวประมงก็จะรอปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเดียว เลยพากันเครียดทั่วหน้า เพราะไม่สามารถออกทำประมงได้ ทำให้สูญเสียค่าใช้จ่ายและไม่มีเงินหมุนเวียนใช้จ่ายในแต่ละวัน ชาวประมงไม่รวยทุกคน บางครั้งต้องกู้หนี้ยืมสินธนาคาร เรือออกหาปลาไม่ได้เงินหมุนเวียนก็ไม่มีและจะเอาเงินที่ไหนผ่อนธนาคาร ขณะนี้เรือเข้าจอดแล้วประมาณ 80%

นายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวอีกว่า ถ้าเรือจอดนานเครื่องมือทำประมงก็เป็นสนิมกว่าจะออกได้ก็ต้องลงทุนใหม่ รวมทั้งเรื่องของสินค้าที่ต้องส่งให้ร้านอาหาร หากร้านอาหารขาดอาหารทะเล อาจมีผลกระทบถึงการท่องเที่ยวด้วย ที่สำคัญผู้ประกอบการประมงต้องรับผลกระทบเกี่ยวกับค่าแรงที่ต้องจ่ายให้แก่คนงาน ขณะนี้สิ่งที่ชาวประมงมีปัญหามากสุดคือเรื่องของอาชญาบัตร โดยอาชญาบัตรน่าจะมีการออกใบอนุญาตแบบจัดอบรมเพื่อแก้ปัญหา รวมทั้งเรื่องของแรงงานที่ขณะนี้มีการปิดการต่อใบอนุญาตแล้ว ประกอบกับเรือจอดหยุด แรงงานทั้งหมดก็จะไปหางานทำใหม่ ถ้าแรงงานออกไปหมดเราต้องรับแรงงานใหม่พวกนี้ไม่มีบัตรก็ผิดอีก เรือก็ออกไม่ได้ออกไปก็ผิดอีก

นายกำจรกล่าวอีกว่า ทางสมาคมประมงอยากบอกให้ ศปมผ.ทราบว่าจริงๆแล้วไม่น่าให้หยุดเร็ว น่าจะมีการสำรวจเรือให้เสร็จก่อน และหาข้อยุติว่าเรือเรามีเท่าไร ทั้งเรือเล็ก เรือกลาง และเรือใหญ่ แล้วมาสรุปอีกทีว่า ถ้าเรือที่ไม่ถูกกฎหมายมีมาก รัฐช่วยดำเนินให้ถูกต้องตามกฎหมายจะได้ทำประมงอย่างถูกต้อง เพราะเราไม่มีอาชญาบัตร เราหาที่มาที่ไปของสัตว์น้ำไม่ได้ แต่ถ้าทำถูกต้องก็สามารถบอกได้สินค้าสัตว์น้ำจับได้วันละเท่าไรจับจากแหล่งไหน เป็นการดีที่เรากำลังปรับปรุงจัดระเบียบของกรมประมงใหม่ซึ่งจัดได้ดี แต่อย่าช้าเกินไป จะทำให้ชาวประมงได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่รวมทั้งแรงงานอีกนับแสนคนด้วย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงเรื่องเดียวกันว่า ดีเดย์มาตั้งนานแล้ว เพราะปัญหาคือการไม่ร่วมมือ ไม่ใช่มาดีเดย์วันนี้หรือพรุ่งนี้ ตีเส้นให้สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. แต่ก็ไม่ทำกัน แล้วมาบอกว่าทำไม่ได้ ซึ่งมีกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็แก้ไม่ทัน ให้รัฐบาลชะลอแล้วองค์กรต่างประเทศเขาชะลอให้ท่านหรือไม่ ถ้าไม่แล้วมาถามตนทำไมเพราะฉะนั้นตนต้องมาแก้ไข พรุ่งนี้ใครทำไม่ได้และจะทำอย่างไรกันต่อ มันออกทะเลไม่ได้จะให้ตนผ่อนผันหรืออย่างไร หาก IUU เขาเร่งมาจะทำอย่างไร การค้าประมงทั้งประเทศก็เสร็จหมดเลย

“ผมถามว่าผมจะเลือกอันไหน ท่านจะเลือกกี่พันลำที่ยังไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมาย ที่เรียกร้องให้รัฐบาลชะลอ ผมบอกถ้าปิดไม่ออกก็ไม่ออก ถ้าผิดกฎหมายก็ดำเนินคดี เราปล่อยกันมานานแล้ว เพราะความยากจนทำร้ายคนจน ที่ผ่านมามันก็เลือกปฏิบัติไม่ได้ วันนี้ต้องปฏิบัติเหมือนกันหมด แผ่นดินนี้กฎหมายประเทศไทยก็ต้องใช้กฎหมายเหมือนกันทั้งหมด ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ พลเรือน ทหารก็ต้องทำตามนั้น ผมอธิบายให้เข้าใจ ไม่ใช่ไปรังแกเขา ผมให้โอกาสเขามานานแล้ว แล้วท่านจะทำอย่างไร จะต้องผ่อนผันกันอีกเท่าไร พอสามเดือนวันหน้าก็ขอต่ออีกมันก็เป็นแบบนี้ไปตลอด เพราะประกาศไป 3-6 เดือนมาแล้ว วันนี้ต้องมาดูกติกาประเทศ ซึ่งถ้าท่านจับปลามาแล้วขายไม่ได้จะไปขายกับใคร วันหน้าก็ราคาตก ท่านก็มาเรียกร้องให้ผมมาอุดหนุนราคาปลา มันเละไปหมดทุกเรื่อง สอนคนคิดใหม่” นายกรัฐมนตรีกล่าวในที่สุด

เรือประมงไม่ผ่านอาชญาบัตร พากันเข้าจอดเทียบท่าแน่นขนัดทั่วประเทศ เพราะไม่กล้าออกจับปลากลัวถูกเจ้าหน้าที่จับกุม หลัง ศปมผ.ขีดเส้นตายตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.เป็นต้นไป... 1 ก.ค. 2558 06:58 1 ก.ค. 2558 07:03 ไทยรัฐ