วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สร้าง "ผู้ตัดสิน"

แถลงนโยบายและแผนงานกันไปสดๆร้อนๆ สำหรับ “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยคนใหม่ ซึ่งเป็นผู้นำแห่งทุ่งหัวหมากคนแรกที่ก้าวขึ้นมาจาก “คนใน” ของ กกท.เอง

โดยแผนงานที่แถลงออกมาก็มีทั้งแผนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) ระยะกลาง (ไม่เกิน 3 ปี) และระยะยาว (เป็นประจำทุกปี) ซึ่งทุกท่าน ก็คงได้รับทราบกันผ่านทางหน้าสื่อไปหมดแล้ว

เอาเป็นว่า 3 ปีกว่าๆนับจากนี้ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ “บิ๊กเสือ” ทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไว้ลายชาติเสือ ก่อนจะเกษียณอายุราชการไปตามวาระ

ผมเชื่อว่าด้วยความเป็นคนใน ของผู้ว่าการ สกล น่าจะทำให้ท่านมีข้อมูลทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง ทำงานได้อย่างไหลลื่น มีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องไปเริ่มนับหนึ่งใหม่เหมือนกับผู้ว่าการคนนอกที่ผ่านๆมา ซึ่งบางคนกว่าจะคลำทิศทาง เจอหางเสือเรือในการขับเคลื่อนได้ก็ปาเข้าไปเป็นขวบปี

ในส่วนแผนงานของประมุข กกท.ที่วางไว้ สำหรับผมใกล้ตัวที่สุดก็คงเป็นแผนระยะกลาง ที่ว่าด้วยเรื่องของการ “สานฝันฟุตบอลไทยไปสู่ฟุตบอลโลก”

โดยจะเน้นไปในส่วนของการพัฒนานักเตะเยาวชนอายุระหว่าง 13-19 ปีเป็นหลัก ซึ่งจะเน้นให้มีการแข่งขันในระบบลีกของเยาวชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างกระแสการพัฒนาฟุตบอลที่ยั่งยืนเฉกเช่นบรรดาชาติอื่นๆที่เป็นแถวหน้าของวงการฟุตบอลเขาทำสำเร็จกันมาแล้ว

สำหรับแผนงานนี้ กกท.จะร่วมมือกับสโมสรฟุตบอล สถาบันการศึกษา และองค์กรกีฬา ดำเนินการเป็นระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่ช่วงกลางปีนี้ ไปจนถึง เม.ย. ปี 61 โดยเชื่อมั่นว่าจะได้ทรัพยากรนักเตะระดับคุณภาพขึ้นมาประดับทีมชาติในอนาคต

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่า ก็คือแนวคิดที่จะขยายการพัฒนาจากจุดนี้ไปสู่การสร้าง “ผู้ตัดสิน” ระดับเยาวชนสายเลือดใหม่ขึ้นมา เพื่อจะปลูกฝังเรื่องของจรรยาบรรณในการทำหน้าที่อย่างยุติธรรมกันตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งเข้าทำนอง “ไม้อ่อนดัดง่าย” อะไรประมาณนั้น

ต้องขอชมเชยว่านี่คือ “วิชั่นส์” อันยอดเยี่ยมของทาง “บิ๊กเสือ” ที่มองเห็นปัญหาในวงการลูกหนังบ้านเราอย่างแท้จริง ว่าอะไรกันแน่ที่เป็นตัว “ฉุดรั้ง” ความเจริญของฟุตบอลไทยในปัจจุบัน

ใช่แล้วครับ! ปัญหาของท่านเปา หรือผู้ตัดสินที่ไร้มาตรฐาน คือเรื่องใหญ่ที่ต้องเร่งจัดการสะสางกันตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะเจ๊งทั้งระบบ

ไอ้ครั้นจะแก้ให้ดีวันดีพรุ่ง ก็คงเป็นเรื่องยากเพราะที่ผ่านมาเราไม่เคยมีระบบหรือแผนงานที่สร้างเชิ้ตดำระดับคุณภาพป้อนเข้าสู่วงการกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว

เรื่องการตั้ง “โรงเรียนผู้ตัดสิน” เคยพูดกันมาตั้งแต่ปีมะโว้ จนป่านนี้ยังไม่เห็นวี่แวว

ดังนั้น เมื่อท่านผู้ว่าการสกล เขี่ยลูกมาอย่างนี้ ทุกฝ่ายก็ควรเด้งรับและช่วยกันผลักดันให้เกิดขึ้นให้จงได้ในเร็ววัน

งานนี้ถ้า กกท. ทำสำเร็จ เป็นรูปเป็นร่างได้จริง

อนาคตบอลไทยจะสดใสขึ้นอีกแยะเลยทีเดียวเชียว!!!

บี บางปะกง

1 ก.ค. 2558 00:03 1 ก.ค. 2558 00:03 ไทยรัฐ