วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอย 3 คดีดัง โศกนาฏกรรม ‘ฆ่ายกครัว’ !

สายเตารีดรัดคอ ก่อนผูกคอตายประชดเมีย หลังทิ้งหนี้ไว้ก้อนโต !

เกิดเป็นโศกนาฏกรรมสุดสลดอีกครั้ง เมื่อผู้เป็นพ่อใช้สายเตารีดรัดคอลูกแท้ๆ ดับคามือ 3 ศพ ก่อนผูกคอตายตามเป็นศพที่ 4 ประชดภรรยาหนีพร้อมทิ้งหนี้สินก้อนโตไว้ให้ โดยเหตุสะเทือนขวัญครั้งนี้ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. 58 พนักงานสอบสวน สภ.สิชล รับแจ้งเหตุ ฆ่าตัวตายหมู่ 4 ศพ ที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.นครศรีธรรมราช ภายในห้องนอนพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี เด็กชายวัย 8 ปี และ เด็กหญิงวัย 4 ปี นอนเรียงกันบนที่นอน 3 ศพ สภาพตัวแข็งทื่อ น้ำลายฟูมปาก ลำคอมีรอยเขียวช้ำคล้ายถูกรัด เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง ส่วนศพที่ 4 เป็นชายวัย 40 ปี ผู้เป็นพ่อของเด็กทั้งสามคน ใช้สายเตารีดผูกคอห้อยอยู่กับอิฐบล็อกช่องลม บนพื้นใกล้ศพมีเก้าอี้ล้มอยู่ 1 ตัว เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงเช่นกัน

จากการสอบสวน ทราบว่า ชายวัย 40 ปี อยู่กินกับภรรยา และมีลูกด้วยกัน 3 คน ก่อนเกิดเหตุสลดไม่กี่วันทั้งคู่เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องหนี้สินนอกระบบก้อนโตที่ฝ่ายภรรยาเป็นผู้ก่อขึ้น จนสามีไม่มีปัญญาชดใช้ ภรรยาจึงหอบเสื้อผ้าหนีออกจากบ้าน โดยทิ้งลูกทั้ง 3 คน และหนี้สินจำนวนมากให้สามีรับผิดชอบ เป็นเหตุให้ชายวัย 40 ปี เครียดหนักไปนั่งดื่มสุราที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในตลาดสิชล เมื่อเมาได้ที่จึงกลับบ้านพร้อมกับอาศัยจังหวะที่ลูกๆ นอนหลับสนิทอยู่บนที่นอน ปรี่เข้าไปใช้สายเตารีดไฟฟ้ารัดคอลูกทีละคน และฆ่าตัวตายตาม เพื่อหนีปัญหาชีวิต

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่า ก่อนเกิดเหตุ ประมาณ 23.00 น. ผู้เป็นพ่อได้โพสต์ภาพลูกๆ และข้อความคล้ายอำลาในเฟซบุ๊กของตน เป็นการสั่งเสียก่อนก่อเหตุสลดในที่สุด

เครียด ตกงาน ยิงหัวดับยกครัว 4 ศพ !

ขณะที่ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ได้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้น เมื่อพ่อค้าหนุ่มวัย 46 ปี อดีตลูกจ้างร้านขายอุปกรณ์ช่างย่านคลองถม เครียดจัดจากปัญหาการเงิน ใช้ปืนยาว .22 ดับชีวิตภรรยาและลูกอีกสองคนตายยกครัวที่บ้านหลังหนึ่ง ย่านจรัญสนิทวงศ์

เหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 58 พนักงานสอบสวน สน.บางขุนนนท์ รับแจ้งเหตุ มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตในบ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ ตรวจสอบภายในห้องนอนชั้น 2 พบร่างผู้เสียชีวิต 4 ศพ เป็นสามีภรรยาและลูกชายวัย 13 ปี กับลูกสาววัย 9 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอน สภาพศพทั้งหมดมีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ใกล้กันพบปืนยาว .22 หรือปืนลูกกรดพาดอยู่บนหน้าอกของสามี นอกจากนี้ ตรวจสอบโดยรอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือรื้อค้นทรัพย์สินแต่อย่างใด

สำหรับสาเหตุการตายหมู่ครั้งนี้ ตำรวจสันนิษฐานว่า เกิดจากพ่อค้าหนุ่ม ผู้เป็นสามีตกงานมากว่า 3 ปี และยังได้หยิบยืมเงินจากญาติพี่น้องและเพื่อนสนิทไปพอสมควร อีกทั้งบ้านหลังที่เกิดเหตุยังติดจำนองด้วย ส่วนภรรยาไม่ได้ทำงาน เป็นแม่บ้านอย่างเดียว ตำรวจเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากความเครียดเรื่องเศรษฐกิจที่ไม่สามารถหาเงินมาจุนเจือครอบครัว รวมถึงบ้านกำลังจะถูกยึดทำให้พ่อค้าหนุ่มตัดสินใจจบชีวิตตนเองและครอบครัวดังกล่าว

ด้าน เพื่อนสนิทของพ่อค้าหนุ่ม เผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาขอยืมเงินจำนวน 2,000 บาท บอกว่าจะเอาเงินพาลูกเมียไปหาของดีๆ กิน อาจเป็นมื้อสุดท้าย ซึ่งเพื่อนก็รู้สึกเอะใจ แต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดเหตุสุดสลดเช่นนี้

เงินไม่พอใช้ ครอบครัวป่วย ซดยาพิษ แขวนคอดับ !?

เรียกได้ว่าเป็นคดีสะเทือนขวัญส่งท้ายปี 2557 กันเลยทีเดียว หากยังจำกันได้เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 57 เป็นข่าวดังข้ามปีขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ เมื่อชายวัย 64 ปีเครียดสะสม ซดยาพิษ พร้อมแขวนคอยกครัว ในตึกแถวเก่า ย่านถนนอินทรพิทักษ์ ฝั่งธนบุรี

ที่เกิดเหตุบริเวณเตียงนอนชั้นล่างพบศพหญิงชรา วัย 89 ปี ข้างๆ พบศพหญิงวัย 61 ปี ตรวจสอบไม่พบร่องรอยการต่อสู้ ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบริเวณชั้น 2 พบศพผู้เสียชีวิตใช้เชือกไนลอนสีน้ำเงินผูกคอที่ขื่อหน้าประตูห้องนอน อีก 3 ราย เป็นชายอายุ 64 ปี หญิงวัยรุ่น อายุ 16 ปี และเด็กชาย อายุ 14 ปี ข้างๆ พบเก้าอี้พลาสติกสีแดงล้มอยู่ 3 ตัว และยังพบขวดน้ำอัดลมขนาด 1 ลิตร จำนวน 2 ขวด คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้ผสมยาฆ่าแมลงให้สมาชิกในครอบครัวดื่มก่อนผูกคอเสียชีวิต เนื่องจากสภาพศพทั้งหมดมีปากและเล็บสีคล้ำคล้ายถูกสารพิษ นอกจากนี้ ที่เกิดเหตุชั้น 2 พบจดหมายลาตาย คาดว่าเป็นลายมือของหญิงวัยรุ่น อายุ 16 ปี มีข้อความตัดพ้อ น้อยเนื้อต่ำใจที่แม่ไม่ดูแล ปล่อยให้อยู่ลำบากกับพ่อ

สำหรับมูลเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า เกิดจากความเครียดเรื่องเงิน โดยหัวหน้าครอบครัววัย 64 ปี เคยขายของอยู่ย่านเยาวราช แต่ต้องหยุดงานมาดูแลแม่และน้องสาวที่มีอาการป่วยทางประสาท

อย่างไรก็ตาม ภรรยาผู้ตาย ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจ โดยให้การว่าอยู่กินกับผู้ตายมาหลายปีมีลูกด้วยกัน 2 คน แต่แม่ของผู้ตายมักหาเรื่องด่าทอ จึงเกิดความเครียดและแยกกันอยู่ประมาณ 7-8 ปีแล้ว แต่ก็ยังส่งเงินให้ลูกๆ มาโดยตลอด กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ลูกสาวได้โทรไปขอเงิน 30,000 บาท เพื่อมาใช้จ่ายและรักษาอาการป่วยของคนได้บ้าน แต่ตนก็ไม่ได้ให้ไป อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกสาวน้อยใจ จึงเกิดเหตุน่าสลดในครั้งนี้

กังวลแทนคนข้างหลัง ตัดสินใจจบชีวิตทั้งครอบครัว !

แพทย์หญิงพรรณพิมล วิปุลากร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ถึงความเครียดดังกล่าวว่า ส่วนใหญ่เกิดจากความตึงเครียดเรื้อรัง โดยอาจจะรู้สึกว่าปัญหาที่พบนั้นไม่มีทางออก ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรืออาจจะเกิดจากภาวะซึมเศร้า

ทั้งนี้ เหตุที่ไม่ฆ่าตัวตายเพียงคนเดียว แต่กลับเลือกที่จะฆ่าคนรอบข้างด้วยนั้น เนื่องจากว่าคนบางกลุ่มจะรู้สึกว่าคนรอบข้างเป็นคนภายใต้ความรับผิดชอบของตัวเอง สังเกตได้ว่าส่วนใหญ่คนที่กระทำการในลักษณะเช่นนี้ จะเป็นหัวหน้าครอบครัว เพราะจะมีความกังวลใจ โดยการคิดว่าหากตัวเองไม่มีชีวิตอยู่ คนรอบข้างที่เหลือจะต้องใช้ชีวิตด้วยความลำบาก ไม่มีใครดูแล จึงกังวลเรื่องความเป็นอยู่ของคนรอบข้าง ซึ่งคนที่เกิดปัญหาในลักษณะนี้ เนื่องจากเมื่อมีความตึงเครียดถึงจุดๆ หนึ่ง จะทำให้เขาเกิดทัศนคติ หรือความคิดด้านลบอย่างมาก

ดังนั้น ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เครียดสะสม ช่วงอารมณ์ตกต่ำหรือติดลบนานมากๆ จะทำให้มีการตัดสินใจบางอย่างออกมาแทนสมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัว เพื่อให้ทุกคนไม่มีความลำบากและไม่มีความเครียดในการใช้ชีวิตอีกต่อไป รวมถึงปัญหาจะจบไปพร้อมๆ กับการตัดสินใจเหล่านั้นด้วย

“อาการเครียดจะแบ่งเป็นระยะๆ เริ่มจากความตึงเครียด ประกอบกับความเครียดที่ทำให้สะสมเรื้อรังจากปัญหาหลายๆ อย่าง ยิ่งแก้ก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งรู้สึกว่าปัญหาเหล่านั้นไม่สามารถหาทางออกได้ ตามมาด้วยการเกิดอารมณ์ความรู้สึกท้อแท้ บางคนก็ซึมเศร้า บางคนก็อยากจะเลือกจบปัญหาด้วยการจบชีวิตของตัวเอง กระทั่งความคิดเหล่านี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องหาวิธีการว่าจะจบชีวิตด้วยวิธีใด และหลังจากนั้นจะเป็นระยะการเตรียมการ ซึ่งระหว่างนั้นจะเกิดความคิดสับสนว่าจะทำหรือไม่ทำอยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง จะรู้สึกว่าหมดหวังกับตัวเองจนทำให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว!” แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต อธิบาย

สังเกตการณ์ 3 ระยะ เข้าช่วยเหลืออย่างทันท่วงที !

แพทย์หญิงพรรณพิมล อธิบายต่อว่า จะแบ่งความเครียดออกเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรก เมื่อรู้ว่าเกิดความเครียด อาจจะช่วยแก้ปัญหาตั้งแต่ระยะแรก โดยการพูดคุยเพื่อให้ความตึงเครียดลดลง รวมถึงหาทางแก้ปัญหาร่วมกัน นอกจากนี้ จะมีสายด่วนที่คอยให้คำปรึกษา เช่น กรมสุขภาพจิต หรือหน่วยงานอื่นของภาครัฐ

ระยะที่ 2 ถ้าสมาชิกในครอบครัวเกิดความตึงเครียดมานาน เวลาผ่านไปก็ยังไม่ดีขึ้น เริ่มมีภาวะท้อแท้ ซึมเศร้า อาจจะต้องหาคนรอบข้างที่ไม่ใช่คนในครอบครัวเข้ามาร่วมช่วยแก้ปัญหา

ระยะที่ 3 ระยะนี้เป็นระยะที่ค่อนข้างรุนแรง จะมีความเครียดจนถึงขั้นอยากจะทำร้ายตัวเอง เริ่มมีอาการพูดอยู่ซ้ำๆ เช่น ท้อแท้ หมดหวัง หรือถึงขั้นอยากตาย ให้สังเกตว่าบุคคลนั้นมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปหรือไม่ เช่น ปกติไม่เคยสนใจปืน แต่กลับหยิบปืนขึ้นมาทำความสะอาด หากเกิดกรณีเช่นนี้ คนใกล้ตัวต้องเร่งแก้ไขหรือขอความช่วยเหลือทันที เนื่องจากไม่สามารถทราบได้ว่าบุคคลนั้นจะลงมือคิดสั้นเมื่อไหร่ ทั้งนี้ ให้ขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างที่บุคคลนั้นไว้ใจและเคารพนับถือก็อาจช่วยบรรเทาความเครียดได้.

ย้อนรอยโศกนาฏกรรมสุดสลด ฆ่ายกครัว 3 คดีดังสะเทือนใจสังคมไทย ! 30 มิ.ย. 2558 19:03 30 มิ.ย. 2558 23:53 ไทยรัฐ