วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์ ผู้บริหารมีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นทำงาน

เข้ามารับช่วงธุรกิจของครอบครัวอย่างเต็มตัว “เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์” ทายาทคนเล็กของ มร.ฟิลิป เอ.บาชโทลด์ และ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์การทำงาน ทั้งของครอบครัวและบริษัทจิวเวลรี่ชั้นนำมาเต็มตัว จึงนำความรู้เข้ามาต่อยอดธุรกิจของครอบครัวด้วยใจรัก

เทวินทร์ หนุ่มลูกครึ่งไฟแรงคนนี้ เพิ่งเรียนจบจากสถาบัน Berufsbildende Schule Technik Idar-Oberstein ประเทศเยอรมนี เมื่อต้นปีที่ผ่านมา เล่าให้ฟังด้วยภาษาไทยที่ชัดเจนว่า สมัยเด็กค่อนข้างเป็นเด็กซนตามประสาเด็กผู้ชาย คุณพ่อคุณแม่เลยส่งไปเรียนโรงเรียนประจำที่เชียงใหม่ และย้ายมาเรียนโรงเรียนนานาชาติที่ ISB (International School Bangkok) ตั้งแต่เกิดก็เห็นคุณพ่อ-คุณแม่ทำงานปลุกปั้นบริษัท บาชโทลด์ จำกัด ซึ่งนำเข้า “กาโดซ์ จิวเวลรี่” (CADEAUX JEWELRY) และสุดยอดนาฬิกาอย่างโฆรุ่ม (Corum), เซ็นจูรี่ (Century), เลห์มานน์ (Lehmann), ฟาแบร์เฌ (Faberge’) พอที่โรงเรียน ISB มีวิชาที่เกี่ยวกับการทำจิวเวลรี่ เลยลงเรียน และปรากฏว่าค้นพบตัวเองว่าสนใจด้านนี้จริงๆ ซึมซับแบบไม่รู้ตัว จากนั้นตอนมัธยมศึกษาปีที่ 5 เพื่อนคุณพ่อที่รู้จักกันมา 30 กว่าปี ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งแบรนด์กาโดซ์ จิวเวลรี่ เป็นบริษัทผลิตจิวเวลรี่ชั้นนำของประเทศเยอรมนี ชวนไปฝึกงานเกี่ยวกับการทำทอง การทำเครื่องประดับ การไปฝึกงานครั้งนี้ถึงแม้เป็นระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 เดือน แต่เป็นจุดเริ่มต้นให้ผมมั่นใจว่ารักในงานนี้ และอยากจะเรียนรู้ให้มากขึ้น

“โดยส่วนตัวผมชอบศิลปะอยู่แล้ว พอเรียนจบมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ไปเรียนต่อด้านดีไซน์และการทำจิวเวลรี่ที่เยอรมนีใช้เวลา 3 ปีครึ่ง ได้เรียนรู้แก่นแท้ของแบรนด์กาโดซ์ ทั้งรูปแบบการดีไซน์ กระบวนการทำจิวเวลรี่ที่ใส่ใจทุกขั้นตอน และยังได้เรียนรู้การอยู่ด้วยตัวเอง รู้จักแก้ปัญหา ตอนนี้ก็กลับมาช่วยที่บ้านตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา อยู่ในขั้นตอนการเรียนรู้งาน และสร้างความสัมพันธ์ ความสนิทสนม ความไว้ใจกับพี่ๆ พนักงาน เพราะพี่ๆ ทำงานกับบริษัทนี้มานาน บางคน อยู่ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท รู้จักบริษัทดี และรูปแบบการบริหารงานแบบครอบครัว ดังนั้น พนักงาน จึงเป็นหัวใจหลักของการทำงาน หากมีทีมที่ดี ทำงานด้วยความสบายใจ ความสามัคคี ผลงานที่ออกมาก็จะดีตามไปด้วย ผมเข้าใจว่า การทำงานในบริษัทของตัวเอง เราไม่สามารถกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าเข้างานเช้าแล้วเย็นจบ เพราะตั้งแต่ผมเกิดมา ผมเห็นคุณพ่อคุณแม่ทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืน กว่าจะสร้างให้ธุรกิจเติบโตมาจนถึงทุกวันนี้ ตรงนี้สอนผมว่า เราเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ไม่มีวันจบ เราทำงานล่วงเวลาโดยไม่มีค่าโอที เป็นหน้าที่ที่เราต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่แค่ทำเพื่อธุรกิจอย่างเดียว แต่เรามีลูกน้องที่ต้องดูแล”

แม้จะเพิ่งเริ่มต้นชีวิตวัยทำงานอย่างเต็มตัว แต่ผู้บริหารหนุ่มคนนี้บอกว่า อายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น การเข้ามาบริหารงานต่อเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถมากกว่า และรู้สึกตื่นเต้นในการทำงาน คิดกลยุทธ์ และวิธีการทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ สามารถไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ โดยตอนนี้เป้า หมายหลักอยู่ที่การเปิดร้านกาโดซ์ จิวเวลรี่ สาขาใหม่ ที่ชั้น 1 ศูนย์การค้าเกษรพลาซ่า เป็นร้านที่ใหญ่ ที่สุดของกาโดซ์ จิวเวลรี่ ตกแต่งด้วยงานปั้น งานแกะสลักหิน นำเข้าจากประเทศเยอรมนีและสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นผลงานที่มีชิ้นเดียวในประเทศไทย นอกจากนี้อยากทำร้านนี้ให้ประสบความสำเร็จ วางแผนที่จะขยายกลุ่มลูกค้าของกาโดซ์ จิวเวลรี่ จากเดิมที่ครองใจผู้หญิง มุ่งขยายฐานเจาะกลุ่มผู้ชายด้วย...วิสัยทัศน์ผู้บริหารหนุ่มวัย 23 ปี ที่มุ่งมั่นในการทำงาน.

เข้ามารับช่วงธุรกิจของครอบครัวอย่างเต็มตัว “เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์” ทายาทคนเล็กของ มร.ฟิลิป เอ.บาชโทลด์ และ ดร.สร้อยเพชร เรศานนท์ หลังจากที่สั่งสมประสบการณ์การทำงาน ทั้งของครอบครัวและบริษัทจิวเวลรี่ชั้นนำมาเต็มตัว... 30 มิ.ย. 2558 15:37 30 มิ.ย. 2558 15:38 ไทยรัฐ