ปิดม่านตำนานเจ้าพ่อคาเฟ่ จาก 'เฮียเลี้ยง' ถึง 'สมยศ' ชะตากรรมไม่ต่างกัน

ข่าว

    ปิดม่านตำนานเจ้าพ่อคาเฟ่ จาก 'เฮียเลี้ยง' ถึง 'สมยศ' ชะตากรรมไม่ต่างกัน

    ไทยรัฐออนไลน์

      30 มิ.ย. 2558 15:45 น.

      สามทุ่มคืนที่ผ่านมา (29 มิ.ย.58) ในขณะที่สองผัวเมียวัยเกษียณ ได้มาหาอาหารกินยามค่ำที่ร้านหูฉลาม ย่านถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพฯ ระหว่างเดินออกจากร้านไปยังลานจอดรถ ผู้คนแถวนั้นก็ต้องตกใจ ปัง ปัง! เสียงปืนดังสนั่น 2 ครั้ง เมื่อกลิ่นควันปืนเริ่มจาง ก็พบชายร่างท้วมนอนจมกองเลือด และทราบภายหลังว่าผู้เสียชีวิตคือ "สมยศ สุธางค์กูร" อดีตเจ้าของพระราม 9 คาเฟ่ วัย 62 ปี อดีตผู้ยิ่งใหญ่เจ้าของสถานบันเทิงชื่อดังในอดีต ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ และ ไหล่ซ้าย รวม 2 นัด

      สมยศ ถูกคนร้ายบุกจ่อยิง
      สมยศ ถูกคนร้ายบุกจ่อยิง

      หลังเกิดเหตุ นางรัศมี สุธางค์กูร ภรรยานายสมยศ ได้ตกใจเป็นลมล้มพับไป แพทย์ได้ปฐมพยาบาล และยังไม่สามารถให้การถึงรายละเอียดได้ ขณะที่ตำรวจคาดว่า คนร้ายได้รู้ความเคลื่อนไหวของเหยื่อเป็นอย่างดี กล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายมาดักรอผู้ตายที่เก้าอี้ม้าหิน จนผู้ตายกินอาหารกับเมียเสร็จแล้วออกมาให้ฝ่ายหญิงเป็นคนขับสตาร์ตเครื่อง ผู้ตายเปิดประตูเตรียมก้าวขึ้นรถ มือปืนจึงฉวยจังหวะเข้าไปจ่อยิงอย่างเลือดเย็น แล้วซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ของคู่หูหนีไป ส่วนสาเหตุการสั่งตายครั้งนี้ คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ตำรวจแกะรอยล่ามือปืนต่อไป

      การตายของ "สมยศ" ทำให้ใครหลายคนนึกถึงชายผู้เป็นตำนานคาเฟ่อีก 1 คน เขาคนนั้นคือ "เฮียเลี้ยง" หรือ บุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล เมื่อปี 2541 ด้วยเหตุนี้ "ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์" จะพาท่านผู้อ่านย้อนเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น

      ย้อนนาทีฆ่า "เฮียเลี้ยง" อดีตเจ้าพ่อคาเฟ่

      05.30 น. เช้าตรู่วันที่ 21 มิ.ย.41 ร้อยเวร สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุ คนถูกยิงเสียชีวิตที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ภายในซอยรามคำแหง 74 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ

      เมื่อเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณชั้น 12 ตำรวจพบศพ "บุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล" เจ้าพ่อคาเฟ่จอมแจกทอง สภาพศพใส่เสื้อสีดำ กางเกงยีนส์ลายผู้หญิงเปลือย รองเท้าเหลือเพียง 1 ข้าง ส่วนอีกข้างหนึ่งหายไป และจากการชันสูตรเบื้องต้น พบว่าถูกยิงด้วยปืน .38 ที่กกหูซ้ายและที่มือขวาจนทะลุ รวม 2 นัด นอกจากนี้ ยังพบรอยเลือด และรอยลากจากจุดที่พบศพไปยังหน้าลิฟต์ชั้น 12 ซึ่งห่างจากจุดพบศพ 3 เมตร พบคราบเลือดหยดเป็นทาง บริเวณหน้าลิฟต์ชั้น 10

      เจ้าหน้าที่คาดว่า "เฮียเลี้ยง" ได้ประจันหน้ากับมือปืน ที่ชั้น 10 กระสุนนัดแรกได้ยิงเข้าที่ฝ่ามือ นายบุญเลี้ยง ได้วิ่งหนีตายมาถึงบันไดหนีไฟชั้น 11 โดยเจ้าหน้าที่พบกางเกงยีนส์ลีวาย 501 กุญแจรถเบนซ์ตกอยู่ ซึ่งมีร่องรอยการต่อสู้และเศษผม กระทั่งขึ้นไปชั้น 12 เมื่อเปิดประตูบันไดหนีไฟ มาที่ลิฟต์ พยายามกดลิฟต์เพื่อหนีลงชั้นล่าง แต่ไม่ทัน คนร้ายตามมาจ่อยิงอีก 1 นัด จากนั้นได้ลากศพมาทิ้งที่บันไดหนีไฟ

      นายบุญเลี้ยง ถูกไล่ยิง กระทั่งเสียชีวิต
      นายบุญเลี้ยง ถูกไล่ยิง กระทั่งเสียชีวิต

      รปภ.คอนโดฯ ดังกล่าว ระบุว่า เฮียเลี้ยง ได้มาหาหญิงสาวคนสนิท ที่ห้อง 44/356 บริเวณชั้น 10 โดยเห็นนายบุญเลี้ยงเดินเข้ามา แค่เพียงชั่วครู่ก็ได้ยินเสียงปืน จึงขึ้นมาตรวจสอบที่ชั้น 5 ก็ไม่พบอะไร แต่เอะใจจึงขึ้นมาชั้น 12 ก็พบว่านายบุญเลี้ยงเสียชีวิตแล้ว ส่วนพยานอีกคน เป็นผู้อาศัยในคอนโดฯ ดังกล่าว ช่วงก่อนตี 4 พบชายหนุ่ม อายุราว 25-28 ปี ผิวขาว หน้าตาดี แต่งตัววัยรุ่น ใส่เสื้อยืด สวมแจ็กเก็ตทับ กางเกงยีนส์ ใส่หมวกแก๊ปยืนหน้าลิฟต์ เมื่อขึ้นไปสักพักก็ได้ยินเสียงปืน และคนไล่กวดกัน

      ในเบื้องต้น ตำรวจตั้งประเด็นสังหารไว้ 3 ประเด็น คือ ขัดผลประโยชน์คาเฟ่ โดยเฉพาะกับ นายสมยศ สุธางค์กูร ปมชู้สาว และฆ่าชิงทรัพย์

      สมยศ ปัด สั่งฆ่า "บุญเลี้ยง"

      หลังเกิดเหตุ นายสมยศ ได้ออกมาปฏิเสธทันที ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี โดยรู้จักกันตั้งแต่ปี 2527 เคยร่วมลงทุนด้วยกัน แต่ต่อมานายบุญเลี้ยงให้นายสมยศถอนหุ้นออก จึงได้มาเปิดพระราม 9 พลาซ่า

      "ในระหว่างเปิดกิจการยอมรับว่ามีความขัดแย้งกันมาตลอด และรุนแรงถึงขนาดมีผู้ใหญ่มาไกล่เกลี่ย 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการแย่งตัว ไชยา มิตรชัย ที่ได้มีการติดต่อไว้ให้มาแสดงที่พระราม 9 พลาซ่า แต่ถูกตัดหน้า ครั้งที่ 2 ก็เช่นกัน ที่มีการติดต่อโก๊ะตี๋ อารามบอย ไว้ ส่วนเรื่องความขัดแย้งนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ถึงขนาดต้องฆ่ากัน" สมยศ กล่าว หลังจากเฮียเลี้ยงถูกฆาตกรรม

      บุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล
      บุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล

      รวบอดีตเด็กรับรถทอรัสผับ สารภาพ ฆ่าชิงทรัพย์ ปัดมีใครจ้างวาน

      3 วันให้หลัง พล.ต.ต.กฤษฎา พันธุ์คงชื่น ผบก.น.4 นำทีมจับกุม นายขจรศักดิ์ หรือหนุ่ย หรือ เอ็ม กลิ่นเฟื่อง อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งพักอยู่ที่แฟลตแห่งหนึ่ง ภายในซอยอมรวิวัฒน์ ถ.นวมินทร์ แขวงคันนายาว ซึ่งเป็นอดีตเด็กรับรถทอรัสผับ ซอยทองหล่อ ซึ่งนายขจรศักดิ์ รับสารภาพว่า ได้กระทำไปเพื่อชิงทรัพย์ โดยไม่มีเจตนาอื่นแอบแฝง หรือมีใครจ้างวาน

      ตำรวจคุมตัวไปตรวจค้นที่บ้านพัก พบโทรศัพท์มือถือของนายบุญเลี้ยง พร้อมแบตเตอรี่ เครื่องชาร์จ กุญแจ 2 คู่ เงินสด 1,800 บาท และหลักฐานอื่นๆ ตำรวจจึงตั้งข้อหาชิงทรัพย์และฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยใช้อาวุธ

      นายขจรศักดิ์ กล่าวว่า ได้เห็นหญิงแต่งตัวหรูหรา ซึ่งทราบว่าได้มีความสัมพันธ์กับนายบุญเลี้ยง จึงได้ขโมยปืนพ่อมาแล้วมาดักหวังชิงทรัพย์เพื่อนำเงินไปใช้หนี้พนันฟุตบอล แต่สบโอกาสพบนายบุญเลี้ยงจึงลงมือจี้ แต่นายบุญเลี้ยงต่อสู้ จึงมีการไล่ล่ากันขึ้น หลังจากยิงนายบุญเลี้ยงก็ลากศพออกจากลิฟต์ เพื่อค้นหาทรัพย์ จากนั้นได้ใช้เสื้อห่อทรัพย์สินหลบหนี จากนั้นก็นำปืนไปทิ้งที่สระน้ำ กลางสะพานติดกับแฟลตการเคหะคลองจั่น ขณะที่ผู้สื่อข่าวถามว่า "ทำไมไม่เอานาฬิกาโรเล็กซ์ไป ผู้ต้องหากล่าวว่า "อาจจะเพราะไม่เห็นนาฬิกา"

      สมยศ สุธางค์กูร
      สมยศ สุธางค์กูร

      การตายของนายบุญเลี้ยง ทำให้สังคมเคลือบแคลงเป็นอย่างยิ่ง โดยกระแสสังคม ณ ขณะนั้น ก็ยังคงพุ่งเป้าไปที่ นายสมยศ ถึงขนาด ตลกคาเฟ่ ยังเอามาล้อเลียน นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวเองก็ยังคงติดใจว่าเหตุใด การฆ่าชิงทรัพย์ถึงไม่แตะต้องนาฬิกาโรเล็กซ์

      ต่อมา เจ้าของพระราม 9 พล่าซ่า จึงได้ออกมาแถลงข่าวอีกครั้ง นายสมยศ เล่าไปถึงกรณีความขัดแย้งแย่งตัวลิเกเงินล้าน "ไชยา มิตรชัย" และได้ไหว้วานให้ พ.ต.เฉลิมชัย มัจฉากล่ำ หรือ "ผู้พันตึ๋ง" ซึ่งเป็นเพื่อนคนสนิทไปนำตัวไชยา แต่ปรากฏว่าวันนั้น บุญเลี้ยง มากับทหาร ตำรวจ และ ชาญ มีศรี อดีตนายกสมาคมผู้สื่อข่าวบันเทิง จึงได้พูดคุยทำความเข้าใจ อย่างไรก็ดี ในเวลาต่อมา "ผู้พันตึ๋ง" ก็ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ขณะที่ นางอดา อดุลยฤทธิกุล ภรรยานายบุญเลี้ยง ไม่เชื่อว่าเป็นการชิงทรัพย์

      หลังจากการสอบสวนขยายผล ตำรวจ สน.หัวหมาก ตั้งข้อหาหนัก นายขจรศักดิ์ 1. ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2. ฆ่าผู้อื่น 3. ฆ่าผู้อื่นเอาไว้ซึ่งประโยชน์แก่การที่ตนกระทำผิด เพื่อปกปิดความผิด 4. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ 5. พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรโดยไม่มีใบอนุญาตให้มีและพก

      ทั้งนี้ ระหว่างที่ถูกฝากขัง นายขจรศักดิ์ พยายามฆ่าตัวตายด้วยการแขวนคอ พร้อมเขียนจดหมายลาตายด้วย แต่ไม่สำเร็จ

      ลิเก นักร้อง ตลก นักพูด ยันคนวงการมวย ถูกเรียกสอบ

      จากนั้น ตำรวจได้มีการเรียกตัว ผู้เกี่ยวข้องกับนายบุญเลี้ยง และสมยศ มาสอบปากคำ เริ่มตั้งแต่ ไชยา มิตรชัย, โก๊ะตี๋ อารามบอย,จตุพล ชมภูนิช, อาภาพร นครสวรรค์, ดี๋ ดอกมะดัน, หม่ำ จ๊กมก, สมิงขาว, นายนิวัฒน์ เหล่าสุวรรณวัฒน์ หรือ แชแม้ โปรโมเตอร์ เป็นต้น ซึ่งการสอบสวน จะเจาะไปที่ความขัดแย้ง เรื่องการชิงตัวมาแสดงในคาเฟ่ของตัวเอง และการแจกทองบนเวทีมวย ที่ต่างฝ่ายต่างแข่งขันเกทับกัน

      สุดท้าย ก็ได้มีการยื่นฟ้องศาล ซึ่งศาลอาญาพิพากษา ได้พิจารณาหลักฐาน พยาน และคำประกอบคำรับสารภาพของจำเลย สอดคล้องกัน จึงพิพากษาให้ประหารชีวิต นายขจรศักดิ์ กลิ่นเฟื่อง แต่จำเลยให้การรับสารภาพ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุกตลอดชีวิต และให้จำเลยคืนของกลางและใช้เงินผู้เสียหาย 24,200 บาท และต่อมาวันที่ 31 ส.ค.42 ศาลอาญาอ่านคำพิพากษาอุทธรณ์ โดยยืนตามศาลชั้นต้น เนื่องจากปราศจากข้อสงสัย

      จากเหตุฆาตกรรม "เฮียบุญเลี้ยง อดุลยฤทธิกุล" 21 มิ.ย.41 กระทั่งมาถึงการลอบสังหาร เสี่ยสมยศ สุธางค์กูร วันที่ 29 มิ.ย.58 ห่างกันราว 17 ปี ถือเป็นการปิดตำนานคาเฟ่ที่เคยรุ่งโรจน์จนถึงจุดตกต่ำ ความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต คงตายไปพร้อมกับบุคคลทั้งสองด้วย สิ่งที่ยังอยู่ ก็คือ ชีวิตนักแสดงตลก ที่ต้องพบชะตากรรมที่ฝืดเคือง กับช่องทางทำมาหากินที่เหลือน้อยลง!

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 24 ตุลาคม 2564 เวลา 09:33 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์