วันอังคารที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไหมอีรี่สาวมือ สินค้าไม่ทำลายสัตว์

“เมื่อก่อนเราทอผ้าไหมพื้นบ้านเหมือนคนอื่นๆ ไปออกงาน เกือบทั้งงานมีแม่บ้านทอผ้าไหมพื้นบ้านเหมือนกันหมด การทำตลาด ย้อมสีธรรมชาติก็เหมือนกัน ทุกกลุ่มกำลังแข่งกันเอง ขืนเราทำอย่างนี้อยู่ อีกไม่นานตลาดต้องตัน เลยอยากเปลี่ยนมาเลี้ยงไหมอีรี่สาวเส้นด้วยมือ เพราะยังไม่มีที่ไหนทำ”

จากแนวคิดนี้ นางทองเลิศ สอนจันทร์ ประธานกลุ่มทอผ้าบ้านหนองหญ้าปล้อง อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น เลยออกหาข้อมูลในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปรากฏว่ายังเป็นแค่งานวิจัยเท่านั้น เลยขอตัวบี้ (ผีเสื้อ) ไหมอีรี่ 100 ตัว มาเลี้ยงขยายพันธุ์เอง ใช้ใบมันสำปะหลังเป็นอาหาร กระทั่งตัวบี้ผสมพันธุ์ วางไข่ เป็นหนอนไหม กลายเป็นตัวบี้ วางไข่ ทำอย่างนี้อยู่ 3 รอบ

ทำให้รู้ว่า หนอนไหมอีรี่เข้าดักแด้ไปแล้ว 15-18 วัน ตัวบี้จะออกจากรังเกือบทั้งหมด ตัวบี้สามารถนำมาเลี้ยงต่อได้หลายรอบ ไม่เป็นโรคง่าย มีแหล่งอาหารให้กินตลอดปี เพราะใบมันสำปะหลังหาได้ง่าย...ผิดกับไหมพื้นบ้านกินได้เฉพาะใบหม่อน แล้วยังต้องรอให้เข้าดักแด้ 25-30 วัน ถึงจะเอามาต้มสาวเส้นไหมได้ แถมการเลี้ยงแบบต่อเนื่องหลายรอบทำไม่ได้

เมื่อรู้ถึงวิธีเลี้ยงไหมอีรี่ จึงถ่ายทอดให้กลุ่มแม่บ้าน ช่วงแรกๆ บริษัทเอกชนรู้ข่าว ส่งตู้เลี้ยงไหมมาให้ชาวบ้านใช้เลี้ยงเป็นอุตสาหกรรมป้อนบริษัท ให้ราคา กก.ละ 300 บาท...ทำไปทำมา รังไหมบางรังมีดักแด้หนอนไหมอีรี่ติดไปด้วย บริษัทต้องการเฉพาะรังเปล่า ห้ามมีหนอนดักแด้ติดไปเด็ดขาด มิเช่นนั้นจะกดราคารับซื้อ

เริ่มเห็นความไม่แน่นอน สมาชิกในกลุ่มจึงกลับมาคุยกัน ได้ข้อสรุปถ้าบริษัทหยุดซื้อเมื่อไรชาวบ้านตาย หนทางเดียวที่จะมั่นคงต้องทำให้ครบวงจร...สาวเส้นไหมทอผ้าไหมด้วยตัวเองและต้องทำด้วยมือเพราะยังไม่มีที่ไหนในประเทศไทยทำกัน

แต่ไม่ว่าจะสาวกี่ครั้ง เส้นไหมขาดไม่ต่อเนื่อง ทองเลิศ คิดถึงตอนเด็ก แม่เคยบอก ดักแด้ไหมพื้นบ้านถ้าเปียกน้ำฝนเส้นจะขาดสาวไม่ได้ วิธีแก้ต้องใช้ขี้เถ้ากับยางมะละกอผสมลงไปในน้ำสาวเส้นไหม ลองทำตามสูตรแม่บอก...กว่าจะได้ส่วนผสมที่ลงตัว ต้องลองผิดลองถูกนาน 3 เดือน ถึงจะสาวไหมอีรี่ได้สำเร็จ

ผ้าทอผืนแรกทำแบบเรียบๆ สีขาว ไปวางขาย ใครเห็นก็เดินผ่าน ชักเริ่มท้อ กลัวจะไปไม่รอด โชคดี ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (ศ.ศ.ป.) มีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Crafts) เข้ามาช่วยเหลือ ส่งอาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้ามาแนะนำเรื่องการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาย้อมสีและช่วยฝึกการออกแบบลวดลายผ้า

ผืนผ้าไหมเลยมีสีสันหลากลวดลาย จากผู้คนเดินมาแล้วผ่านไป กลายเป็นยืนแวะพิจารณาและเลือกซื้อ นางพิมพาพรรณ ชาญศิลป์ รักษาการผู้อำนวยการ ศ.ศ.ป. บอกว่า ผ้าไหมแบบนี้กำลังเป็นที่ต้องการของตลาดญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และจีน โดยเฉพาะตลาดกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติ เพราะการต้มสาวเส้นไหมอีรี่ ไม่ทำร้ายหนอนดักแด้.

เพ็ญพิชญา เตียว

“เมื่อก่อนเราทอผ้าไหมพื้นบ้านเหมือนคนอื่นๆ ไปออกงาน เกือบทั้งงานมีแม่บ้านทอผ้าไหมพื้นบ้านเหมือนกันหมด การทำตลาด ย้อมสีธรรมชาติก็เหมือนกัน ทุกกลุ่มกำลังแข่งกันเอง ขืนเราทำอย่างนี้อยู่ อีกไม่นานตลาดต้องตัน... 30 มิ.ย. 2558 12:28 30 มิ.ย. 2558 12:32 ไทยรัฐ