วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจตนารมณ์ของใคร?

คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญรีบตอบสนองอย่างรวดเร็วทันใจต่อองคมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น ได้แก่ความไม่ชัดเจนของคำว่า “ยุติธรรม” ที่ให้พิจารณาพิพากษาคดีให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม และเรื่องการให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก อย่างน้อย 1 ใน 3 เป็นกรรมการในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม หรือ ก.ต.

อาจมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมา คณะกรรมาธิการฯ ยอมรับความเห็นบุคคลสำคัญในทันที แต่ฟังความเห็นฝ่ายอื่นๆ โดยเฉพาะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มากน้อยแค่ไหน? โฆษก กมธ.ท่านหนึ่งชี้แจงเรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญว่าแก้ไขให้ตรงกับบริบทการเมืองและสังคมไทย เพื่อความสบายใจ แต่ขอยืนยันว่ายึดหลักการและเจตนารมณ์ประชาชน

เป็นการยอมรับว่าร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อาจมีหลายประเด็นที่ไม่ตรงกับบริบทการเมืองไทย จึงยอมแก้ไขเพื่อความสบายใจและเหมาะสม แต่หลายประเด็นสอดคล้องกับการเมืองไทยจึงให้คงอยู่ต่อไป ตัวอย่างเช่นให้มี ส.ว. 200 คน ส่วนหนึ่งมาจากเลือกตั้งจังหวัดละ 1 คน ส่วนที่เหลือราว 123 คน มาจากการสรรหาจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ซึ่งก็คือ ส.ว. แต่งตั้งนั่นเอง

ส.ว.สรรหาหรือแต่งตั้งอาจสอดคล้องกับการเมืองไทย เพราะมีมาตั้งแต่เมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 แม้จะเรียกว่า “ส.ส. ประเภท 2” ในระยะแรก แต่ต่อมากลายเป็น ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งและเป็นฐานการเมืองสำคัญ ในการสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร เช่น รัฐธรรมนูญ 2521 สืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารผ่าน ส.ว. แต่งตั้งนานกว่าสิบปี

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จึงสืบทอดเจตนารมณ์ต่อไป แต่ไม่สืบทอดเรื่องนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.ที่เขียนบังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ 2517 เป็นครั้งแรก หลังชัยชนะในการต่อสู้ของนักศึกษาประชาชน แต่รัฐ-ธรรมนูญฉบับนั้นมีอายุแค่ 2 ปี ก็ถูกยุบเลิกไปในปี 2519 หลักการนายกฯต้องมาจาก ส.ส.ถูกรื้อฟื้นขึ้นใหม่หลังเหตุพฤษภาทมิฬ 2535 และสืบทอดโดย รธน.2540 และ 2550

หลักการนายกรัฐมนตรีต้องมาจาก ส.ส.เขียนไว้ในรัฐธรรมนูญไทยอย่างน้อย 41 ปี เขียนตามหลักการระบบรัฐสภาทั่วโลก แม้หลายประเทศจะไม่ได้บังคับไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ถือเป็นประเพณีที่จะเลือกนายกรัฐมนตรีจาก ส.ส. น่าเสียดายที่ร่างรัฐ-ธรรมนูญใหม่ยอมถอยหลังกลับคืนสู่ระบบนายกรัฐมนตรีคนนอก โดยอาจจะอ้างว่าสอดคล้องกับบริบทการเมืองแบบไทยๆ

แต่ก็ต้องขอแสดงความเห็นใจ ต่อ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญทุกท่านที่อาสาเข้ามารับหน้าที่สำคัญ แม้ทุกคนจะยืนยันว่าไม่มีใบสั่ง แต่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายเคยพูดเป็นปริศนาไว้ เมื่อตอนเริ่มร่างรัฐธรรมนูญ ปริศนานั้นก็คือ “ลงเรือแป๊ะต้องตามใจแป๊ะ” จึงน่าสงสัยในคำชี้แจงที่ว่าเขียนรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์คือ เจตนารมณ์ของใคร?

30 มิ.ย. 2558 09:43 30 มิ.ย. 2558 09:43 ไทยรัฐ