วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหนือแล้งหนักหลายพื้นที่ น้ำกว๊านพะเยาแห้ง สันดินโผล่

เหนือแล้งหนักหลายพื้นที่ น้ำกว๊านพะเยาแห้ง สันดินโผล่

  • Share:

สถานการณ์ภัยแล้งขยายวงกว้าง หลายจังหวัดในภาคเหนือเริ่มวิกฤติ พะเยาน่าห่วง กว๊านพะเยาแห้ง สันดินโผล่ ตัวแทน ปชช.ยื่นเรื่องเสนอจังหวัด ทำประตูน้ำรอบกว๊าน ขณะที่ แพร่ เร่งประกาศเขตภัยพิบัติ หลังข้าวโพดแห้งตายกว่าหมื่นไร่

เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณแหล่งน้ำต่างๆ ในจังหวัดพะเยา ยังคงน่าเป็นห่วง หลายแห่งปริมาณน้ำลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะกว๊านพะเยา ปริมาณน้ำเริ่มแห้งขอด สามารถมองเห็นเนินดินกลางกว๊านหลายจุด ปริมาณน้ำต่ำกว่า 15 ล้าน ลบ.ม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการวางแผนจัดการน้ำเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร โดยล่าสุดมีการหยุดจ่ายน้ำ พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรชะลอการทำนาจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน ทั้งนี้เพื่อให้มีน้ำเพียงพอหล่อเลี้ยงต้นข้าวจนกว่าจะเข้าสู่ฤดูฝน ซึ่งหากภายใน 2 สัปดาห์ ไม่มีฝนตกลงมา ก็อาจกระทบกับต้นกล้าในนาข้าวของเกษตรกร เนื่องจากการขาดน้ำ


ขณะเดียวกัน นายราษี ณ ลำปาง ประธานสภาประชาชนจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยนายชุมพล ลีลานนท์ ผู้ประสานงานฯ ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงนายชูชาติ กีฬาแปง ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เพื่อให้พิจารณาจัดทำประตูน้ำรอบกว๊านพะเยารวมกว่า 20 แห่ง เพื่อใช้ในการ เปิด-ปิด และ ระบายน้ำ โดยนายชุมพล ระบุว่า ทางสภาประชาชนจังหวัดพะเยา ได้มีการสำรวจพบว่า ความลึกของท้องน้ำกว๊าน กับท้องนา มีความลึกใกล้เคียงกันส่งผลให้เมื่อในฤดูฝนหากมีการปิดประตูระบายน้ำท้ายกว๊านพะเยา และเมื่อมีปริมาณน้ำสูงเกินกว่ามาตรฐานเพียงเล็กน้อยหรือราว 10 เซนติเมตรเท่านั้น ก็จะส่งผลให้น้ำเอ่อท่วมนาข้าวที่อยู่เหนือกว๊านพะเยา ได้รับความเสียหาย


ทั้งนี้ ควรมีการจัดทำประตูน้ำราว 20 แห่ง เพื่อใช้เปิดรับน้ำตอนฤดูฝน และปิดกักเก็บน้ำช่วงฤดูแล้ง ซึ่งจะทำให้กว๊านพะเยาสามารถกักเก็บน้ำได้มากกว่าปัจจุบันที่เก็บได้เพียง 33 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งตรงนี้คาดว่า จะสามารถบรรเทาปัญหาภัยแล้งได้ โดยจะใช้งบประมาณดำเนินการเพียงแค่ราว 10 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งดีกว่าขุดลอกที่ใช้งบประมาณมาก แต่ไม่ค่อยเกิดประสิทธิภาพ โดยทางจังหวัดได้ให้เจ้าหน้าที่เข้ารับเรื่อง เพื่อเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยาประกอบการพิจารณาดำเนินการต่อไป

ส่วนสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ อ.สอง จ.แพร่ นายณัฐพล ทองไหล นายก อบต.เตาปูน เผยว่า ในเขต ต.เตาปูน อ.สอง จ.แพร่ มีพื้นที่ทำการเกษตรโดยเฉพาะข้าวโพด ประมาณ 12,000 ไร่ ขณะนี้เสียหาย เนื่องจากไม่มีน้ำฝนทิ้งช่วง ส่วนที่ปลูกใหม่หลังจากล้มอันเก่าออกไปก็ยังไม่มีน้ำก็รอที่จะแห้งตายกว่า 200 ไร่ นอกนั้นก็เป็นไร่นาข้าวที่เกษตรกรหว่านกล้าไว้ตอนนี้แห้งตายกว่า 2,000 ไร่ ส่วนน้ำเพื่อใช้บริโภคและใช้อื่นๆ ชาวบ้านก็ใช้วิธีไปสูบเอาน้ำจากแหล่งน้ำอื่นมาใช้ ทาง อบต.ก็ทยอยนำไปแจกจ่ายเกือบทุกวัน ซึ่งพื้นที่การเกษตรทั้งหมดของ ต.เตาปูน นี้ก็จะใช้น้ำจากแม่น้ำยมทั้งสิ้น แต่ขณะนี้แม่น้ำยมแห้งขอด ปัญหาที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือชาวบ้านในทันทีได้เนื่องจากต้องรอการประกาศเขตภัยพิบัติ ซึ่งทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแพร่ต้องเป็นผู้ประกาศ ชาวบ้านจึงได้ขอร้องให้เร่งการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

และในขณะที่ สภาพภัยแล้งในพื้นที่ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ด้านนายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ อดีตนายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 6 กำแพงเพชร เปิดเผยถึงสถานการณ์ ผลกระทบจากภัยแล้งว่า ปีนี้ชาวไร่อ้อยกระทบหนักมาก พื้นที่ปลูกอ้อยเสียหายคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ายังไม่มีฝนตกลงมาอีกอาจจะเสียมากกว่านี้ สงสารแต่ชาวนาที่ปรับเปลี่ยนพื้นที่นามาทำอ้อย นอกจากจะเสียหายแล้วราคาอ้อยปีหน้าก็ไม่ดี เท่าที่ทราบขณะนี้ราคาอยู่ที่ตันละ 770-780 บาท เท่านั้น ซึ่งราคานี้ชาวไร่อ้อยขาดทุนตั้งแต่อยู่ในไร่แล้ว และถ้าต้องตัดมีค่าจ้างตัด ค่าจ้างขนจะขาดทุนไปมากกว่านี้อีก ชาวนาเลิกนาก็เดือดร้อนเพราะราคา หันมาทำอ้อยก็เดือดร้อนเพราะแล้งและราคาตกเหมือนกัน

ในส่วนของพื้นที่ อ.ลานกระบือ พบว่าพื้นที่นาข้าวถูกปล่อยทิ้งว่างให้รกร้างทั่วไป สาเหตุเพราะไม่มีน้ำจะทำนา เจาะบ่อก็ไม่เจอตาน้ำ และพื้นที่ของ อ.ลานกระบือ ก็อยู่ปลายคลองส่งน้ำโครงการชลประทานท่อทองแดง ปีนี้ท่อทองแดงรับน้ำจากแม่น้ำปิงมาน้อยมาก น้ำจึงเดินทางมาไม่ถึงปลายคลอง ทำให้ชาวนาต้องปล่อยนาให้รกร้างเพราะไม่สามารถทำนาได้ ประกอบกับฝนก็ไม่ตก จึงแล้งไปกันใหญ่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้