วันพุธที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
หมอกควันปกคลุมใต้ตอนล่าง ผลพวงภูเขาไฟ 'ซินาบุง' ปะทุ

หมอกควันปกคลุมใต้ตอนล่าง ผลพวงภูเขาไฟ 'ซินาบุง' ปะทุ

  • Share:

กอ.รมน. แจงภูเขาไฟซินาบุง บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย พ่นเถ้าถ่าน ส่งผลหมอกควันปกคลุมภาคใต้ตอนล่างของไทย ตรวจสอบล่าสุด คุณภาพอากาศอยู่ในระดับกลาง ยังไม่กระทบต่อสุขภาพของประชาชน ...

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 มิ.ย. 58 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ และโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากสถานการณ์หมอกควันที่ได้แผ่ปกคลุมพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ซึ่งเป็นผลมาจากการปะทุ และพ่นเถ้าถ่านของภูเขาไฟซินาบุง บนเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย ตั้งแต่ปี 2556 ถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุด เมื่อ 14 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมาได้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน และชาวประมงในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างเป็นอย่างมาก

จากกรณีดังกล่าว พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้รับทราบสถานการณ์ตั้งแต่เริ่มแล้ว โดยได้แสดงความห่วงใยและกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์หมอกควันในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 สงขลา พบว่าล่าสุดเมื่อ 28 มิถุนายน 2558 ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน (PM 10) มีค่าระหว่าง 43-66 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศอยู่ในระดับปานกลาง ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ประกอบกับอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในห้วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดฝนตกในหลายพื้นที่ ส่งผลให้สถานการณ์หมอกควันคลี่คลายไปอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ในห้วงนี้ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวัง และติดตามคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง เพราะนอกจากหมอกควันที่เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟแล้ว ยังเกิดจากอิทธิพลของไฟป่าในประเทศอินโดนีเซียในห้วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม ของทุกปี ซึ่งส่งผลกระทบกับพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หน่วยงานด้านสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนเรียบร้อยแล้ว

สำหรับสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุโต๊ะแดง จังหวัดนราธิวาส ในห้วงเมษายน 2558 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นพื้นที่พรุ ที่ใหญ่และอุดมสมบูรณ์เชิงนิเวศวิทยามากที่สุดในประเทศไทย แม้ว่าขณะนี้สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่สภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยบูรณาการและกำหนดมาตรการป้องกันแก้ไข ทั้งด้านกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งการสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้ตระหนักถึงปัญหาจากการบุกรุกเผาป่า และเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ป่าไม่ให้ถูกทำลาย เพราะนอกจากจะทำให้เสียสภาพป่าสมบูรณ์ และทำลายระบบนิเวศวิทยาของป่าพรุแล้ว ยังส่งผลให้เกิดมลพิษที่เกิดอันตรายกับพี่น้องประชาชนอีกด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้