วันพุธที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กรีซ(สลบ) จีน(สยบ) ไทย(สงบ)

กรีซ(สลบ) จีน(สยบ) ไทย(สงบ)

  • Share:

ร้านรวงธุรกิจมักจะปิดวันอาทิตย์ ข่าวสารเศรษฐกิจมักจะไม่มีในวันสุดสัปดาห์ นั่นดูจะกลายเป็นอดีตที่แตกต่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน ในเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจในทุกวันนี้ มักจะเกิดประเด็นใหญ่โตในช่วงสุดสัปดาห์ มักจะส่งผลกระทบต่อยอดในสัปดาห์ถัดไปเมื่อทุกอย่างเปิดทำการ สัปดาห์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งสัปดาห์สำคัญของเศรษฐกิจโลก ที่ผู้นำทั่วโลกไปถึงผู้บริหารธนาคารกลางทุกแห่ง ต้องลุ้นกับสถานการณ์กรีซ ไม่มี ไม่หนี ไม่คุย ไม่จ่าย ส่วนจะออกจากสมาชิกกลุ่มเงินยูโรหรือไม่ ถึงนาทีนี้ก็ไม่มีใครรู้ได้ แถมยังต้องปวดหัวกับการลดดอกเบี้ยของแบงก์ชาติจีน ที่ชี้ให้เห็นแล้วว่าจีนก็ไปไม่ไหว

ลีลาระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้นับเป็นเรื่องที่คลาสสิกมาตลอด วันอังคารที่ 30 มิถุนายนนี้ กรีซต้องทำ 3 อย่างพร้อมกัน เริ่มจากต้องจ่ายคืนหนี้ 1,500 ล้านยูโร หรือราว 57,000 ล้านบาท ให้กับไอเอ็มเอฟซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 เจ้าหนี้รายใหญ่ ตามด้วยจ่ายเงินเดือนและบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ปิดท้ายด้วยขอรับเงินเสริมสภาพคล่องฉุกเฉินจากแบงก์ชาติกลุ่มเงินยูโร แต่เพียงแค่ข้อแรก ลูกหนี้อย่างกรีซก็ไม่มีปัญญาจะหาเงินมาจ่ายคืนไอเอ็มเอฟ การเจรจาเกิดขึ้นกับสหภาพยุโรปและรัฐมนตรีคลังกลุ่มยูโรด้วยการส่งแผนปฏิรูปเศรษฐกิจขนานใหญ่ตามมุมมองของกรีซ แต่กลับไม่ใหญ่พอที่จะสร้างหลักประกันให้กับเจ้าหนี้ทั้ง 2 ราย เจ้าหนี้เสนอว่าถ้าอยากจะได้เงิน 15,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 570,000 ล้านบาท เพื่อเอาไปหมุนจ่ายไอเอ็มเอฟให้ทันวันอังคารที่ 30 นี้ ก็ต้องยอมตัดลดงบประมาณรัฐบาลลงอีก เฉือนเงินเดือนรวมถึงเงินบำเหน็จบำนาญมากกว่าที่เสนอมา และต้องเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มให้มากกว่าที่ยื่นมา นี่คือสถานการณ์ลูกหนี้คุยกับเจ้าหนี้ไม่รู้เรื่อง ลีลานักการเมืองของนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ตรีปราส ก็ต้องโยนให้ชาวกรีกตัดสินชะตาชีวิตด้วยตัวเองผ่านการทำประชามติรับหรือไม่รับแผนปฏิรูปเศรษฐกิจกลุ่มเจ้าหนี้ในวันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม ซึ่งรัฐสภากรีซก็ลงมติเห็นดีเห็นงามด้วย แต่ประชาชนชาวกรีกนาทีนี้ไม่มั่นใจกับอนาคตตัวเองแล้ว ทุกคนแห่ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มจนบางแห่งตู้ไม่มีเงินให้ถอนอีกต่อไป โดยเฉพาะสุญญากาศเกิดขึ้นเมื่อไม่เจรจาต่อกับเจ้าหนี้ แน่นอนว่าไม่มีเงินจ่ายคืนไอเอ็มเอฟในวันอังคารนี้ ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนพ่วงเงินบำเหน็จบำนาญให้ข้าราชการในวันสิ้นเดือนนี้ ประชาชนชาวกรีกอยู่ในภาวะกรีซสลบ

ขณะที่ในทวีปเอเชีย การขยายตัวทางเศรษฐกิจย่อมมีขึ้นมีลง ไม่จีรังยั่งยืน นายกรัฐมนตรีจีน หลี่ เค่อเฉียง ยอมรับชัดเจนว่า เศรษฐกิจจีนปีนี้จะโตต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 1990 หรือในรอบ 25 ปี โดยจะมีอัตราขยายตัวเหลือเพียงแค่ 7% จากสารพัดปัจจัยลบรุมเร้าเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 2 ของโลก วันนี้ตลาดส่งออกจากจีนไปต่างชาติก็ไม่ฟื้นอย่างที่คิดไว้ ขณะที่กำลังซื้อคนจีนในประเทศก็เกิดอาการแผ่วอย่างเห็นได้ชัด กระทบมาจากรายได้ส่งออกร่อยหรอต่อเนื่อง คนจีนจึงเหลือแต่กำลังเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาลจีนที่ต้องการเปิดหูเปิดตาคนจีนกับโลกภายนอกให้มากขึ้น แต่นั่นก็ไม่สามารถชดเชยรายได้เศรษฐกิจที่ลดหายไปมากมายกับตลาดส่งออก ธนาคารกลางจีนจึงตัดสินใจเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 7 เดือนที่ผ่านมา ด้วยการสั่งลดดอกเบี้ยทั้ง 3 ประเภทลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน ทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของแบงก์ชาติจีนลงอีก 0.25% เหลือ 4.85% ลดดอกเบี้ยเงินฝากลงอีก 0.25% เหลือ 2.0% และยังลดสัดส่วนเงินทุนสำรองของธนาคารทุกแห่งลง 0.5% แม้เศรษฐกิจจีนจะขยายตัวเร็วอย่างน่าทึ่งเฉลี่ยปีละกว่า 8% ขึ้นไปในช่วงยุคกว่าทศวรรษที่ผ่านมาก็ตาม แต่สำหรับปีนี้รวมถึงในอนาคต เศรษฐกิจจีนต้องสยบกับปัจจัยลบรอบด้านที่เหนือการควบคุมด้วยมาตรการของตัวเอง

มาถึงเมืองไทยนี้รักสงบ ซึ่งเป็นท่อนหนึ่งของเพลงชาติไทย ทำให้คนทั่วโลกรู้ว่าในความเป็นจริงแล้ว คนไทยและประเทศไทยเป็นชาติที่ต้องการให้มีความสงบเกิดขึ้น มากกว่าที่จะเกิดความขัดแย้งต่างๆ แต่เมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจที่ถูกกระทบจากปัญหาภายในบ้านเราเองมาเกือบทศวรรษ ถูกกดดันจากเศรษฐกิจโลกไม่ฟื้นตัว หรือฟื้นช้ากว่าที่วาดฝันไว้ รับผลลบจากราคาสินค้าเกษตรไม่ฟื้นตัวต่อเนื่อง ฉุดกำลังซื้อหาใช้จ่ายของประชนชนที่ส่วนใหญ่ขาดรายได้ มุ่งเก็บเงินสดให้นานที่สุด ล่าสุด ตัวเลขส่งออกไทยเดือนพฤษภาคมยังคงหาก้นเหวไม่เจอด้วยการทำสถิติส่งออกย่ำแย่ที่สุดอีกครั้ง ติดลบ 5% แถมตัวเลขนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบมาผลิตสินค้าก็ยังทรุดฮวบ ติดลบเฉียด 20% ทำสถิติตกต่ำมากที่สุดในรอบกว่า 5 ปีผ่านมา อาจพูดได้ชัดมากขึ้นว่า ส่งออกไทยปีนี้ติดลบเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง ซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา จะมีเหลือก็เพียงตัวเลขท่องเที่ยวและการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาล ที่ก็ไม่สามารถชดเชยมูลค่าเศรษฐกิจไทยได้ดีเท่ากับการส่งออก สถานการณ์เศรษฐกิจไทยทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่วิกฤติการเจรจาหนี้ของกรีซจะกลายเป็นประเด็นใหญ่โตของโลก เกิดขึ้นก่อนที่แบงก์ชาติจีนจะสั่งลดดอกเบี้ยสู้ศึกท้าทายกำลังซื้อของคนจีนทั่วไปและกำลังการลงทุนของนักธุรกิจจีน ที่สำคัญ ยังส่งสัญญาณกดค่าเงินหยวนให้เอื้อต่อการส่งออกสินค้าจีนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ปัจจัยลบรุมเร้ารอบทิศ แต่ต้องรอบคอบให้รอบด้าน สถานการณ์ที่เห็นอยู่นี้ไม่ต่างจากมนุษย์ที่ถูกห้อมล้อมด้วยแรงกดดันทุกรูปแบบ ในบางครั้งบางครา เศรษฐกิจอาจไม่หวือหวา มีชะลอตัวบ้าง สำคัญที่วิธีคิดและการปรับศักยภาพให้ยืดหยุ่นได้ทุกสถานการณ์ ก่อนกลับมาแข็งแกร่งในอนาคตดกันต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้