วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หวั่น!ขยะเข้า ครม.สัญจรเป็นแค่หัวข้อแต่ทำจริงไม่ได้

หลังจากที่ “ไทยรัฐ” ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องถึงปัญหาความเดือดร้อนและแนวทางแก้ไขปัญหาขยะเชียงใหม่ เป็นหัวข้อหนึ่งที่ทางจังหวัดเชียงใหม่จะนำเสนอในการประชุม ครม.สัญจรที่เชียงใหม่ในวันที่ 30 มิ.ย.ที่ศูนย์ประชุมและแสดงนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยการเสนอปัญหาขยะของเชียงใหม่ ในการแก้ไขให้เกิดเป็นรูปธรรมในการสร้างโรงกำจัดขยะครบวงจร แต่ก็ยังไม่สามารถกำหนดจุดที่จะสร้างได้ เมื่อผ่านพ้นการประชุมไปก็จะกลับไปสู่ปัญหาเดิมอีก เพราะขยะถือเป็นผลประโยชน์ของกลุ่มที่บริหารงานอย่างไม่โปร่งใสตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 28 มิ.ย. นายเฉลิม สารแปง นายกเทศบาลตำบลเชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ถือว่าเป็นบุคคลหนึ่งที่มีความรู้เกี่ยวกับปัญหาขยะเชียงใหม่ ได้ออกแสดงความคิดเห็นผ่านไปถึงรัฐบาลที่มาประชุม ครม.ที่เชียงใหม่ว่า ขยะเชียงใหม่มีปัญหามาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งมีการพยายามแก้ไขมาตลอด มีการสร้างโรงงานขยะที่โซนเหนือ อ.ฝาง โซนกลางที่ อ.ดอยสะเก็ดโซนใต้ ไม่ได้ทำเพราะมีปัญหาเรื่องการชุมนุมต่อต้านของชาวบ้าน ตอนนี้ที่ อ.ฝาง มีปัญหาถูกปิด และที่ดอยสะเก็ดก็มีปัญหา ในโซนกลางถูกชาวบ้านปิดอีก ตนเห็นว่าการแก้ปัญหาที่ผ่านมาไม่ถูกจุด การแก้ไขปัญหาที่ถูกจุดจริงๆแล้วปัญหาขยะเกิดขึ้นที่ไหน ก็น่าจะให้ทางเทศบาลหรือ อบต.ในพื้นที่แก้ปัญหาเอง โดยรัฐบาลไม่จำเป็นต้องจัดสรรเงินให้เทศบาลหรือ อบจ.ไปทำที่เดียวแล้วเอาขยะไป โดยใช้งบจำนวนมากในแต่ละแห่ง แต่แนวทางแก้ปัญหาง่ายๆน่าจะจัดงบประมาณให้แก้ปัญหาเทศบาลหรือ อบต.ละ 2-3 ล้านบาทเพื่อนำงบประมาณไปทำเตาเผาขยะ หรือทำขยะแบบครบวงจร โดยให้แต่ละที่ทำกันเอง ชาวบ้านมีส่วนร่วมดังนั้นกลิ่นเหม็นที่เกิดขึ้นตรงนี้จะไปโทษใครไม่ได้เพราะเป็นกลิ่นขยะของตัวเอง ขณะที่มหาวิทยาลัยวิจัยเห็นว่าควรจะทำอย่างไรที่จะเหมาะสมในพื้นที่น่าจะทำเช่นนี้ดีกว่าจะเสนอสร้างโรงงานเป็นพันๆล้าน และเกิดม็อบต่อต้านขึ้นมา เพราะใครก็ไม่อยากจะให้ขยะที่อื่นเข้ามาในพื้นที่ตัวเอง จึงเชื่อว่าขยะในชุมชนตัวเอง ทางเทศบาลแต่ละแห่งสามารถทำตรงนี้ได้

“การที่จะใช้บ่อดินยักษ์ฝังกลบนั้นไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เพราะในอนาคตมันก็จะเกิดน้ำเสียและเกิดอะไรขึ้นอีกมากในอนาคตใครจะรับผิดชอบ เหมือนกับที่เกิดหลายแห่งในเชียงใหม่ ตนจึงเห็นว่าขยะใครขยะมันต้องรับผิดชอบกันเอง และหากจะใช้งบประมาณแต่ละแห่งก็ไม่มาก ดีกว่าจะใช้สร้างด้วยงบประมาณนับพันล้านแต่ถูกต่อต้าน ดังนั้นเตาเผาขยะไร้มลพิษที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนำมาใช้ และได้ผลก็น่าจะมีการนำเสนอเป็นแบบอย่างที่ควรจะนำไปทำในท้องที่แต่ละท้องที่ เพราะต้นทุนไม่สูงมาก ติดตั้งเพียง 2-3 ล้านบาท จึงฝากรัฐบาลน่าจะแนวทางตรงนี้บ้านใครบ้านมันให้แก้เหมือนที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่าขยะบ้านใครก็ให้แก้ปัญหากันเอง ดังนั้น รัฐน่าจะจัดสรรงบประมาณตัวนี้มาให้ทางเทศบาลและ อบต.ในการจัดการกับขยะในท้องถิ่นตัวเอง โดยทำประชาพิจารณ์ในเขตตำบลหมู่บ้านของตัวเอง ตนเชื่อว่าเมื่อแก้ไขปัญหาบ้านใครบ้านมัน ไม่มีใครต่อต้านแน่ แต่ปัญหาการต่อต้านที่เห็นอยู่เอาขยะจากบ้านอื่น เทศบาลอื่น อำเภออื่นมาทิ้งที่ตำบลเขา หมู่บ้านเขา ทำให้เกิดความรู้สึกไม่ดี จนมีการต่อต้านให้เห็นตลอด” นายเฉลิมกล่าว ในที่สุด ซึ่งความคืบหน้าจะรายงานต่อไป.