วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้หลักฐานสำคัญ ศรีวราห์ โอ่โยงคนบงการ

อ้างเอาจากในรถทนายดาวดิน สุนัยขออียูบีบคสช.ปล่อยนศ. ‘บวรศักดิ์’ยอมตาม‘องคมนตรี’

ผบช.น.เจอหลักฐานชิ้นสำคัญในรถทนาย “ดาวดิน” โยงคนบงการ จ่อออกหมายจับ เพิ่ม ลั่นสาวถึงใครจับหมด “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นักธุรกิจชื่อดังปัดเป็นคนชักใยกลุ่มต้าน ท้าใครมีหลักฐานพร้อมเผชิญหน้าเคลียร์ พท.-ปชป.โดดอุ้ม 14 นศ.จี้นายกฯคืนอิสรภาพ กลุ่มต้านคึกจัดกิจกรรมเขียนความในใจใส่ จม.น้อยถึง นศ. ทหาร-ตร.ไม่ขวาง แค่มาซุ่ม เก็บภาพ ฮิวแมนไรต์วอชชวนอียูร่วมออกแถลงการณ์บีบ คสช.ปล่อยตัวดาวดิน “บิ๊กตู่” บุก จ.เชียงใหม่ ประชุม ครม.สัญจร วางทริปขึ้นดอยสุเทพ-เดินชมตลาดค้าง 1 คืน “บวรศักดิ์” ยอมแก้หมวดศาลตามองคมนตรี ปรับเกณฑ์ ก.ต.คนนอก-ลบคำ “นิติธรรม” ใน ม.219 “วันชัย” แฉ กมธ.ยกร่างฯวิ่งฝุ่นตลบล็อบบี้ สปช.ผ่านร่าง รธน.

จากกรณีกลุ่มนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านการทำรัฐประหารและ คสช. โดยล่าสุดได้มีการจับกุม 14 นักศึกษานั้น

ผบช.น.พบหลักฐานเด็ดในรถทนาย

เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 28 มิ.ย.ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์และเจ้าหน้าที่ทหารได้ร่วมกันทำการจับกุมตัวกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตย ที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง 14 คน ตามหมายจับจากนั้นนำตัวส่งฝากขังที่เรือนจำว่า หลังจากจับกุมตัวกลุ่มนักศึกษา ทางการข่าวได้เบาะแสว่า มีพยานหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงการกระทำความผิดของกลุ่มนักศึกษาซุกซ่อนอยู่ภายในรถฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี ทะเบียน กค 9966 ยโสธร จอดอยู่บริเวณข้างศาลทหารกรุงเทพ รถดังกล่าวเป็นของ น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ อายุ 29 ปี ทนายความจากศูนย์ทนายความสิทธิมนุษยชน หนึ่งในทีมทนายความของนักศึกษาทั้ง 14 คน

เจอมือถือ 5 เครื่อง–ยันตรวจค้นตาม ก.ม.

พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้น พร้อมยึดโทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง ซึ่งเป็นของกลุ่มนักศึกษา ทั้งนี้ตามปกติแล้วการตรวจค้นยานพาหนะ ตามกฎหมายแล้วเจ้าหน้าที่มีอำนาจสามารถตรวจค้นได้ทันที แต่กรณีดังกล่าวได้มีการขอหมายศาลตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง

ตามที่ น.ส.ศิริกาญจน์ อ้างตัวเป็นทนายความของกลุ่มนักศึกษานั้น แต่พนักงานสอบสวนแจ้งว่า ยังไม่มีผู้ใดแสดงตัวเป็นทนายความให้กับกลุ่มนักศึกษาทั้ง 14 คน อย่างเป็นทางการแต่อย่างใด

โยงคนบงการ–จ่อหมายจับเพิ่ม

ผบช.น. กล่าวด้วยว่า การตรวจค้นรถพบวัตถุพยานสำคัญที่คาดว่าอาจจะมีความเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยในรายละเอียดได้เพราะคดีอยู่ในสำนวน หากพบว่าสามารถเชื่อมโยงการกระทำความผิดไปถึงบุคคลใดก็ตาม หรือสืบทราบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่เบื้องหลัง หรือสนับสนุนในการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่ก็จะทำการออกหมายจับ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ขณะนี้ยืนยันว่าคดียังไม่สิ้นสุด จากการตรวจสอบหลักฐานพบว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีก พนักงานสอบสวนน่าจะมีการออกหมายจับบุคคลอื่นเพิ่มอีก และกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ พนักงานสอบสวนจะดำเนินคดี น.ส.ศิริกาญจน์ ด้วยหรือไม่ ก็กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณา

ลั่นทำตามหน้าที่สาวถึงใครจับหมด

เมื่อถามว่า การข่าวจะมีนักศึกษากลุ่มอื่นๆ ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกหรือไม่ พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบ กองทัพดูแลด้านความมั่นคงจะเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ และมีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่คอยดูแลอยู่แล้ว ส่วนตำรวจก็สืบสวนไปตามกระบวนการ หากศาลทหารออกหมายจับใคร ตำรวจก็จับไปตามหน้าที่เพราะมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเด็นที่มีการโต้แย้งว่า พลเรือนไม่ควรขึ้นศาลทหาร พล.ต.ท.ศรีวราห์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายขณะนี้ระบุไว้ชัดเจน หากไม่เห็นด้วยก็ขอให้ไปแก้ไขกฎหมาย งานด้านความมั่นคงเป็นหน้าที่ของกองทัพที่ดูแลอยู่แล้ว แต่เมื่อมีคดีเกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ หากศาลออกหมายจับใคร ตำรวจมีหน้าที่จับก็จับไป หากพบว่ามีความผิดถึงใครก็จับกุมคนนั้น ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการเมือง หากพบว่ามีความผิดถึงก็จับทุกอย่างอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว

“ธนาธร” ปัดเป็นคนชักใยกลุ่ม นศ.

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นักธุรกิจชื่อดังที่ถูกโซเชียลมีเดียกล่าวหาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังนักศึกษา ชี้แจงว่า ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการกล่าวหาตนจากช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งมีเนื้อหาคล้อยตามไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของนักศึกษาต่อต้านเผด็จการในนามกลุ่มประชาธิปไตยใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ ในการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ ถ้าเหตุเกิดลำพังเพียงโจมตีตนเท่านั้น คงไม่มีความประสงค์จะตอบโต้อันใด เนื่องด้วยการใส่ความอย่างมดเท็จนี้ไม่ใช่เป็นครั้งแรกและหาได้ตั้งอยู่บนความเป็นจริงไม่ หากแต่ครั้งนี้การใส่ความกระทบกระเทือนถึงกลุ่มนักศึกษาที่กำลังถามหาประชาธิปไตยด้วยการเผชิญหน้าอย่างกล้าหาญกับกลุ่มพลังอประชาธิปไตย ดังนั้นจึงไม่เป็นธรรมกับพวกเขาเท่าไหร่หาก
ตนจะนิ่งเฉย

ท้าใครมีหลักฐานโยงมาเคลียร์กันได้

“ขอชี้แจง 3 ข้อดังนี้ 1.ผมไม่เคยเข้าร่วม มีส่วนรู้เห็น หรือก่อการใดๆ ในขบวนการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์เลย 2.ผมไม่เคยข้องเกี่ยวหรือรับเงินจากคุณทักษิณเพื่อการเคลื่อนไหวทางการเมืองใดๆ และ 3.ผมไม่เคยยุ่งเกี่ยว ชักจูงหรือมีอิทธิพลทางความคิดต่อกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวอยู่ในขณะนี้ใดๆเลย การกระทำของพวกเขาล้วนมาจากเจตจำนงอันแน่วแน่และเป็นอิสระของพวกเขาทั้งสิ้น หากท่านใดมีหลักฐานเป็นอื่น ผมพร้อมเผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา” นายธนาธรกล่าว

กลุ่มต้านจัดกิจกรรมความในใจใส่ จม.น้อย

ด้านความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนต่อต้านรัฐประหาร เมื่อเวลา 12.00 น.ที่กำแพงกาลเวลา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ฝั่งประตูท่าพระจันทร์ กลุ่มต่อต้าน คสช.ใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียนัดหมายประชาชนที่เห็นต่าง รวมตัวทำกิจกรรม “คุกขังเขาได้แต่หัวใจอย่าปรารถนา post it for friends” โดยมีการแจกจ่ายกระดาษ post it เพื่อให้เขียนข้อความในใจถึงกลุ่ม นศ.ขบวนการประชาธิปไตยใหม่ 14 คน ที่ถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษ เพื่อติดไว้เป็นสัญลักษณ์บนกำแพงประวัติศาสตร์ ท่ามกลางบรรยากาศอันคึกคักไปด้วยเหล่ามวลชนเสื้อแดง และนักศึกษาราว 100 คน ที่ต่างพร้อมใจร่วมเขียนข้อความส่งกำลังใจกลุ่ม นศ. เรียกร้องปล่อยตัว และข้อความโจมตี คสช.นับร้อยชิ้น ติดบนกำแพง แต่ไร้แววกลุ่มนักวิชาการ นักเขียน 60 คนที่เพิ่งลงรายชื่อกัน อ้างเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง นศ.ตัวจริง

ทหาร–ตร.ไม่ขวางแต่มาซุ่มเก็บภาพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารมาขัดขวาง แต่ซุ่มจับตาใกล้ชิดและบันทึกภาพเก็บหลักฐานทั้งหมด รวมข้อความให้กำลังใจ จากนักวิชาการ อย่าง นายเกษียร เตชะพีระ คณะรัฐศาสตร์ มธ. นายพิชญ์ พงษสวัสดิ์ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ นายสุรพศ ทวีศักดิ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ศูนย์การศึกษาหัวหิน นอกจากนี้ยังมีแกนนำอย่างนางสุดสงวน สุธีสร อดีตนักวิชาการมธ.เข้าร่วม

นายเอกชัย ไชยนุวัติ รองคณบดีคณะนิติศาสตร์ ม.สยาม ซึ่งเดินทางมาเขียนข้อความว่า “ผมขี้ขลาด พวกคุณกล้าหาญ” ติดบนกำแพง กล่าวว่า สิ่งที่นักศึกษาทำวันนี้ถือว่ากล้าหาญมาก นักศึกษาบางคนที่ถูกจับ ตนรู้จักเป็นส่วนตัว ยืนยันเด็กพวกนี้ไม่มีใครมาสั่งได้ ถ้าได้พ่อแม่คงสั่งไม่ให้มาร่วม สิ่งที่เด็กๆทำเป็นความชอบธรรม เพราะแค่ต้องการใช้สิทธิ์ในการแสดงออก จึงไม่ควรต้องมาถูกดำเนินคดีแบบนี้ หากผู้มีอำนาจยังคงใช้กำลังมาแก้ไขปัญหา ทุกอย่างจะอยู่ในวงเวียนของการรัฐประหารไม่รู้จบ

ฮิวแมนไรต์วอชฟ้องอียูช่วยบีบ คสช.

นายสุนัย ผาสุก ผู้ประสานงานองค์กรสิทธิมนุษยชน ฮิวแมนไรต์วอช ประจำประเทศไทย ระบุว่า มีการประสานงานไปยังอียู เพื่อให้ร่วมออกแถลงการณ์เรียกร้อง คสช.เร่งปล่อยตัวนักศึกษา โดยไม่มีเงื่อนไข คาดว่าจะมีแถลงการณ์จากอียูภายในสัปดาห์หน้า ขณะนี้สงสัยว่าทำไมคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชน ของไทยถึงไม่ออกมาเคลื่อนไหว ที่น่าแปลกกว่านั้น คือ การที่ นศ.ถูกจับกุมครั้งนี้ รวมทั้งการถูกทหารเข้าลิดรอนแสดงความเห็นทางวิชาการ กลับไม่มีความคิดเห็นใดๆ จากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทยบ้างเลย

จากนั้นกลุ่มมวลชนต้านรัฐประหาร ราว 60 คน นำโดยนางสุดสงวน สุธีสร ทยอยเดินทางไปรวมตัวที่ร้านแมคโดนัล อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อพูดคุยสังสรรค์กัน โดยมีการนัดหมายรวมตัวที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ วันที่ 29 มิ.ย. เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่ม นศ.ด้วย

“บิ๊กต๊อก” สั่งราชทัณฑ์ดูแลให้เรียบร้อย

พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีกลุ่มมวลชนต้านรัฐประหาร นัดหมายรวมตัวที่เรือนจำพิเศษ วันที่ 29 มิ.ย.เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจกลุ่มนักศึกษาที่ถูกควบคุมตัวว่า ไม่ได้สั่งการอะไรไปมากมาย เพราะถือเป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์อยู่แล้ว เพียงแต่กำชับอธิบดีกรมราชทัณฑ์ดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ระมัดระวังอย่าให้มีปัญหา ยืนยันการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบที่มีอยู่ ปฏิบัติเช่นเดียวกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิของผู้ที่ถูกควบคุมตัว แต่ทั้งนี้คงต้องพูดคุยกับนักศึกษาเพื่อให้เกิดความเข้าใจ เพราะถือว่ายังเป็นเยาวชนอยู่ ไม่อยากให้มีการดึงเรื่องกันไปมาจนกลายเป็นเรื่องเป็นราว ส่วนมาตรการอื่นๆ ในการดูแลความเรียบร้อย คงต้องรอดูแนวทางฝ่ายความมั่นคงอีกทางหนึ่ง

14 นศ.ขอเป็นนักโทษการเมือง

ต่อมาเวลา 17.00 น.ที่ห้องจารุพงษ์ ทองศิลป์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ทีมทนายความของกลุ่มนักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ นำโดยนายกฤษฏางค์ นุตจรัส แถลงว่า จากการที่ทีมทนายความได้เข้าเยี่ยม นศ.ทั้ง 14 คน มีข้อความฝากมายังสื่อมวลชนว่า 1.นศ.ทั้งหมดยืนยันว่าเป็นนักโทษการเมือง ข้อหาทั้งหมดล้วนเป็นข้อหาทางการเมือง ขณะนี้ทุกคนยังมีกำลังใจดีจะขอต่อสู้เพื่อเสรีภาพ และประชาธิปไตย ตามความตั้งใจที่มีอยู่ 2.การยื่นขอประกันตัว ตอนนี้ยังไม่คิด เว้นกรณีใครเจ็บป่วยเท่านั้นเมื่อหายดีก็จะกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำใหม่ 3.จนถึงขณะนี้ นศ.ทั้งหมดยังยืนยันไม่ยอมรับอำนาจศาลทหาร หากจะดำเนินคดีต้องเป็นคดีจากศาลพลเรือนเท่านั้น 4. ทั้งหมดเห็นพ้องว่า หากจะปล่อยตัว นศ.จะต้องปล่อยตัวนักโทษการเมืองคนอื่นๆด้วยโดยไม่มีเงื่อนไข

อ้างมือถือใช้เป็นวัตถุพยานไม่ได้

น.ส.เยาวลักษณ์ อนุพันธ์ ทนายความจาก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน หนึ่งในทีมทนายความ กล่าวถึงเหตุการณ์ถูกเจ้าหน้าที่ค้นรถทีมทนายว่า ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ข่มขู่ทนายความของผู้ถูกกล่าวหา เริ่มตั้งแต่คืน วันที่ 26 มิ.ย. ที่หน้าศาลทหาร จนถึงเช้าวันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่พยายามอ้างจะตรวจค้นยึดโทรศัพท์มือถือของ นศ. มีการล็อกล้อและยื้อกันกว่า 15 ชั่วโมง สุดท้ายเมื่อพนักงานสอบสวนนำหมายค้นมาได้ 5 เครื่อง กลับนำไปที่โรงพักโดยไม่มีการรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมารับ ภายหลังนำกลับมาคืนที่เดิม และรอจนเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานมารับไปในที่สุด ซึ่งทางกฎหมายการทำผิดขั้นตอนของเจ้าหน้าที่เช่นนี้ ถือว่าสิ่งของที่ยึดไปไม่สามารถนำไปเป็นวัตถุพยานในศาลได้อีก

“บิ๊กตู่” ไปแน่เชียงใหม่ถก ครม.สัญจร

พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 29-30 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มีกำหนดการเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 2 จ.เชียงใหม่ และลงพื้นที่ จ.พิษณุโลก โดยช่วงเย็นวันที่ 29 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จะเดินทางไปนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ วัดพระธาตุ ดอยสุเทพราชวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ และก่อนเดินทางเข้าที่พัก จะเดินทางเยี่ยมชมและพบปะประชาชนที่ตลาดหน้าศาลากลาง ต.ช้างเผือก ส่วนวันที่ 30 มิ.ย. นายกฯจะเป็นประธานประชุม ครม. ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ จากนั้นช่วงบ่ายนายกฯ และคณะจะเดินทางต่อไปยัง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ติดตามการบริหารจัดการน้ำ โครงการข้าวและการทวงคืนผืนป่า ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันเดียวกัน

ระดับ รปภ.ปกติ–คนแบ่งสีมีน้อย

พล.ต.สรรเสริญกล่าวว่า ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปตามปกติ เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เข้าใจถึงปัญหา ไม่ได้มองว่า จ.เชียงใหม่เป็นพื้นที่คนเสื้อแดงหรือสีอะไร ถ้าจะมีคนที่ไม่เข้าใจอยู่บ้าง ก็แค่รายสองรายหรือจำนวนหนึ่งเท่านั้น ก็เป็นสิ่งที่สังคมต้องพิจารณาเอา เพราะวันนี้ประเทศไทยต้องอธิบายด้วยเหตุผลข้อเท็จจริง จะเอาอารมณ์เป็นที่ตั้งแล้วบอกว่าต่อต้านการทำรัฐประหาร มันไม่ใช่เวลา

ห่วงกลุ่มต้านโฟกัสเสรีภาพจนขาดสติ

พล.ต.สรรเสริญ ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของนักศึกษากลุ่มประชาธิปไตยใหม่ ซึ่งออกมาต่อต้านรัฐบาลว่า พล.อ.ประยุทธ์ อยากให้สังคมมีสติ วันนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงที่ต้องรับฟังข้อเท็จจริงและเหตุผล ดังนั้นทุกฝ่ายต้องบริโภคข้อมูลข่าวสารและคิดทุกเรื่องอย่างมีสติจึงจะสามารถผ่านวิกฤติเหล่านี้ไปได้ พล.อ.ประยุทธ์ จึงไม่อยากให้ทุกคนมองเพียงเรื่องเสรีภาพ หรือสิ่งที่เราจะได้รับจากสังคม ทุกคนควรมองสิ่งที่จะปฏิบัติหรือให้กับสังคมด้วย เพื่อที่จะสามารถอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขและร่มเย็น เน้นสร้างสังคมให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่หวาดระแวง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทุกคนรู้จักหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่คิดแต่เสรีภาพกับสิ่งที่เราจะได้จากสังคมเท่านั้น และเชื่อว่าสังคมเราคิดแบบนี้อยู่แล้ว แต่อาจจะมีส่วนน้อยที่ยังไม่ได้ตระหนัก

พท.กาง รธน.ชั่วคราวอัด คสช.

นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการจับกุมตัว 14 นักศึกษาที่เคลื่อนไหวต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า กลุ่มนักศึกษาแค่ประกาศหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้ปลุกระดมประชาชนออกมาต่อต้าน หรือก่อความไม่สงบ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง แต่อย่างใด จึงถือว่าไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 ไม่ได้ผิดในมาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว และไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป แต่ปฏิบัติตามที่พวกคุณเขียนไว้เองในมาตรา 3 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย” ประชาชนย่อมมีสิทธิเสรีภาพแสดงออกตามวิถีแห่งประชาธิปไตย ขอแนะนำถ้าจะให้ชอบตามคำสั่งที่ 3/2558 ให้ไปแก้มาตรา 2 ใหม่เป็นว่า “ประเทศไทยปกครองระบอบเผด็จการ” หรือ “ประเทศนี้พักใช้ระบอบประชาธิปไตยชั่วคราว” จึงจะชอบตามรัฐธรรมนูญ

จวกยุคผู้ดีเดินตรอกขี้ครอกเดินถนน

นายวัฒนา กล่าวว่า คณะรัฐประหารกระทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง มีความผิดฐานกบฏแต่กลับใช้อำนาจออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้แก่ตนเองและพรรคพวก ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่นอย่างรุนแรง ใครไม่เชื่อฟังก็ลงโทษ ในขณะที่น้องนักศึกษามาเรียกร้องสิทธิของพวกเขาที่ถูกยึดไปด้วยความบริสุทธิ์โดยสงบและปราศจากอาวุธ กลับถูกจับกุมดำเนินคดี หรือสังคมไทยได้กลายเป็นสังคม “กาขาว” ที่เป็นยุคของผู้ดีเดินตรอกขี้ครอกเดินถนน ตนว่ารีบคืนอำนาจให้ประชาชนเถอะ ให้พวกเขาได้กำหนดวิถีทางทางการเมืองด้วยตัวเอง อย่าไปคิดแทนประชาชน

เด็ก ปชป.จี้นายกฯ ปล่อย 14 นศ.

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีกลุ่มนักศึกษา 14 คนถูกจับฝากขังในเรือนจำพิเศษกรุงเทพว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ควรใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 นิรโทษกรรมให้นักศึกษากลุ่มนี้ทั้งหมดเพราะไม่มีประโยชน์ที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดกับเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ สิ่งที่น้องๆทำเพราะเชื่อมั่นว่าถูกต้องและบริสุทธิ์ใจ อย่าเพิ่งมองในแง่ร้าย เราเป็นผู้ใหญ่ต้องให้อภัยและเข้าใจในวัยของคนหนุ่มสาว คสช.มีหน้าที่สร้างความเข้าใจให้คนทั้งสังคมเข้าใจ อย่าให้เกิดช่องว่างทั้งในเมืองและชนบท ต้องชี้ให้เห็นว่า การที่เข้ามาปฏิรูปนี้เพราะความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ที่น่ากังวลคือมีคนบางกลุ่มกำลังวางแผนเสี้ยมให้นักศึกษาชนกับทหารโดยอาศัยคำว่าประชาธิปไตยเป็นเหยื่อล่อ อย่าให้มือที่มองไม่เห็นสร้างสถานการณ์แล้วโยนบาปให้ทหารเหมือนกรณีชายชุดดำที่ยังเป็นแผลใจของสังคมมาถึงทุกวันนี้

“วิษณุ” งัดกฎอัยการศึกตีกรอบเสรีภาพ

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 ห้ามมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปนั้น ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 มาตรา 2 ที่ระบุว่าประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขว่า ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพจริง แต่ในรัฐธรรมนูญก็กำหนดไว้ด้วยใน มาตรา 5 ว่าเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญบังคับแก่กรณีใด ให้กระทำตามประเพณีการปกครองประเทศไทย ซึ่งประเพณีการปกครองที่ว่านี้ หมายรวมถึงรัฐธรรมนูญฉบับอื่นๆก่อนหน้าด้วย ซึ่งสิทธิเสรีภาพที่เขียนไว้ มีข้อจำกัดได้ ด้วยกฎอัยการศึก หรือกฎหมาย ดังนั้น คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่กล่าวมาออกตามกฎอัยการศึกจึงถือว่ามีฐานกฎหมายรองรับ

“บวรศักดิ์” แก้ ก.ต.คนนอกตามองคมนตรี

สำหรับความเคลื่อนไหวในการยกร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงกรณีนายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯใน 2 ประเด็นคือ 1.ความไม่ชัดเจนในความหมายคำว่า “ยุติธรรม” ตามมาตรา 219 2.การคัดค้านผู้ทรงคุณวุฒิจากคนนอกมาเป็นคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ว่า นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯฝากมาชี้แจงว่า ข้อห่วงใยทั้งสองข้อดังกล่าวของนายธานินทร์ นอกจากได้ยื่นหนังสือแสดงความเป็นห่วงผ่านทางนายกรัฐมนตรีแล้ว ยังได้ส่งหนังสือแสดงความเป็นห่วงมายังประธาน กมธ.ยกร่างฯด้วย แต่เป็นการทำในนามประชาชนคนหนึ่ง ซึ่ง กมธ.ยกร่างฯพิจารณาแล้ว พร้อมจะปรับปรุงแก้ไขให้ทั้งสองเรื่อง โดยในเรื่องการให้มีผู้ทรง คุณวุฒิจากคนนอกที่ไม่เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษา จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มาเป็น ก.ต.ตามมาตรา 225 นั้น จะแก้ไขเป็นให้มีบุคคลภายนอก 2 คน ที่มาจากการสรรหาของวุฒิสภามาเป็น ก.ต.ตามหลักการเดิมของรัฐธรรมนูญปี 2550

ลบคำว่า “นิติธรรม” ใน ม.219 ด้วย

พล.อ.เลิศรัตน์กล่าวว่า ส่วนข้อห่วงใยเรื่องความไม่ชัดเจนของคำว่า “ยุติธรรม” ในมาตรา 219 ที่ระบุว่า “ให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปโดยยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย” กมธ.ยกร่างฯเห็นว่า จะแก้ไขเป็น “ให้การพิจารณาพิพากษาคดีเป็นอำนาจของศาล ซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปโดยยุติธรรมทางอรรถคดี ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย” โดยตัดคำว่า หลักนิติธรรมทิ้งไป และเพิ่มคำว่า “ทางอรรถคดี” ขึ้นมา เพราะคำว่านิติธรรมอาจเกิดการตีความได้กว้างขวาง ทำให้เกิดความคลุมเครือ พร้อมกับเพิ่มคำว่า ความยุติธรรมทางอรรถคดี เพื่อให้การตีความมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น

“วันชัย” แฉ กมธ.ยกร่างฯวิ่งล็อบบี้

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวถึงการล็อบบี้ให้ สปช.ยอมผ่านร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังพิจารณาปรับแก้ไขเพิ่มเติมว่า กมธ.ยกร่างฯพยายามวิงวอน สปช.ให้ผ่านรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลักการนี้ผิด กมธ.ยกร่างฯต้องยึดหลักการของตัวเอง ถ้าคิดว่าเป็นปัญหาก็ต้องแก้ไข ต้องไม่ยอม แต่ตอนนี้กลับพยายามโอ้โลมปฏิโลมเอาใจให้ สปช.ผ่านความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้แข็งขันไม่ยอม สปช. แต่พอ สปช.จะถูกยุบแน่นอนหลังแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2557 กมธ.ยกร่างฯจึงมาเอาใจเพื่อให้รัฐธรรมนูญผ่านเพื่อ กมธ.ยกร่างฯจะได้ไม่เสียหน้าและได้อยู่ทำหน้าที่ต่อ ซึ่งตนคิดว่าไม่ถูก ตอนนี้พยายามล็อบบี้ว่าเป็นพวกเดียวกันต้องให้รัฐธรรมนูญผ่าน

จีบได้ 126 เสียงโหวตหนุนก็พอ

“กระแสล็อบบี้ให้ผ่านมีมากพอสมควร พยายามอยากให้ผ่านบอกว่า 126 เสียงเขาก็พอใจแล้ว อ้างศักดิ์ศรี เขาลนลานกลัวจนออกหน้าออกตาว่าจะไม่ผ่าน ทั้งที่มีหน้าที่ร่างรัฐธรรมนูญให้ดีที่สุด อย่ามาเอาใจ หรืออ้างว่าเป็นแฝดอินจันทอดทิ้งกันไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าการล็อบบี้คงจะเข้มข้นขึ้นโดยใช้สารพัดวิธีโน้มน้าว สปช. ถึงขนาดพยายามเชิญ สปช.แต่ละกลุ่มไปทำความเข้าใจ ทั้งที่เมื่อก่อนการแก้ไขออกระเบียบเคร่งครัด แต่ตอนนี้ยังไงก็ได้โดยที่รัฐธรรมนูญไม่ได้เปิดช่องไว้ให้ อย่างไรก็ตาม ไม่เชื่อว่าวิธีการล็อบบี้จะสำเร็จเพราะ สปช.รู้สึกว่าก่อนหน้านี้แข็งกร้าวแต่ตอนนี้โอนอ่อนทุกอย่าง จึงจะพิจารณาร่างสุดท้ายแล้วจะตัดสินใจเอง” นายวันชัย กล่าว

งัด 4 ปมชนวนคว่ำ–สับพลิ้วไปเรื่อย

นายวันชัยกล่าวต่อว่า ขณะนี้พบว่า สปช. แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ทั้งที่พอใจและไม่พอใจในหลายเรื่อง เช่น 1.กรณีนายกฯคนนอก กลุ่มที่ต้องการให้มาจาก ส.ส.เท่านั้น ก็ไม่พอใจอาจประสานกับพรรคการเมืองแสดงออกว่าไม่เอาเรื่องนี้ 2.กรณีที่มาของ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่แค่ปรับลดจำนวนลง ก็ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย 3.กรณีที่มาของ ส.ว.สรรหา ก็มีทั้งพอใจและไม่พอใจรวมถึงพรรคการเมือง 4. กรณีสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กับผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่แยกเหมือนเดิม ไม่เป็นไปตามที่ กมธ.ยกร่างฯระบุว่าจะควบรวม แสดงว่า กมธ.ยกร่างฯไม่มีจุดยืนและหลักที่มั่นคง เอนไปตามกระแส เพราะมีวัตถุประสงค์ต้องการให้รัฐธรรมนูญผ่าน โดยคิดว่าอะไรที่ สปช. พรรคการเมือง หรือรัฐบาลต้องการก็พยายามปรับเปลี่ยน ทั้งที่ไม่ตรงกับหลักการที่ตัวเองวางไว้แก้ปัญหาจากอดีตจนถึงอนาคต

กลุ่มสตรีฯบี้หญิงเท่าเทียมชาย

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรี ขบวนผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) และองค์กรเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ จัดสัมมนาเสียงผู้หญิงต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของเครือข่ายสตรี เกี่ยวกับความเท่าเทียมของชายหญิง และสัดส่วนของผู้หญิงที่จะมีส่วนตัดสินใจทางสังคมทุกระดับ ที่ควรบรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

จากนั้น น.ส.อุษา เลิศ ศรีสันทัด ผอ.มูลนิธิผู้หญิง พร้อมด้วยเครือข่ายสตรีฯ ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ผ่านนางนรีวรรณ จินตกานนท์ รองประธาน กมธ.ยกร่างฯ เรียกร้องให้ กมธ.ยกร่างฯเพิ่มเติมเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่มีความเสมอภาคระหว่างเพศ และสัดส่วนชายหญิง ทางการเมืองที่เท่าเทียมกัน ทั้งนี้ หลังจากที่ กมธ.ยกร่างฯส่งร่างสุดท้ายให้กับ สปช.แล้ว หากร่างฯ ดังกล่าวเนื้อหาไม่เป็นไปตามข้อเสนอของกลุ่มผู้หญิงจะเคลื่อนไหวกดดัน สปช.ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ

แจ้งข้อหาอดีตบิ๊กสรรพากรโกงแวต

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีที่ ป.ป.ช.สั่งอายัดทรัพย์ทองคำมูลค่า 179 ล้านบาท ของนายสาธิต รังคสิริ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร กรณีการทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.3 พันล้านบาทว่า ล่าสุดคณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 4.3 พันล้านบาท ที่มีนายภักดี โพธิศิริ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ ได้แจ้งข้อหากรณีการทุจริตคืนภาษีมูลค่าเพิ่มให้นายสาธิตทราบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอให้นายสาธิตมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา คาดว่าประมาณเดือน ก.ค.-ส.ค.น่าจะมีสรุปผลคดีนี้ได้ ส่วนการอายัดทรัพย์ทองคำมูลค่า 179 ล้านบาทของนายสาธิต ขณะนี้ได้ส่งเรื่องไปให้คณะอนุกรรมการไต่สวนกรณีการร่ำรวยผิดปกติที่มี น.ส.สุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน เพื่อพิจารณาตรวจสอบทรัพย์สินส่วนอื่นๆเพิ่มเติมที่นอกเหนือจากทองคำว่า จะมีการสั่งอายัดทรัพย์สินในส่วนอื่นๆเพิ่มเติมหรือไม่

“บุญทรง–ภูมิ” ส่อหนาวเจอจีทูจีภาค 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ป.ป.ช.ลงมติชี้มูลความผิดกรณีการทุจริตการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ต่อนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ ไปแล้ว ป.ป.ช.ได้มีการไต่สวนกรณีการทุจริตซื้อขายข้าวจีทูจีในรอบสอง โดยได้ตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนางปราณี ศิริพันธ์ อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ภายหลังจากพบเหตุควรสงสัยว่า การซื้อขายข้าวจีทูจีรอบใหม่กับ 4 บริษัทจากประเทศจีน รวมปริมาณกว่า 14 ล้านตัน ส่อไปในทางมิชอบ เนื่องจากทั้ง 4 บริษัท มิได้เป็นตัวแทนจากรัฐบาลจีนให้มาซื้อขายข้าวแบบจีทูจีกับรัฐบาลไทย และมีการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม โดยมีนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนนั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นในระดับหนึ่ง และพบว่า นายบุญทรงและนายภูมิอาจจะเกี่ยวข้องในกรณีการทุจริตซื้อขายข้าวจีทูจีในครั้งนี้อีกด้วย รวมไปถึงนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ แต่ยังต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ชัดเจนอีกครั้ง จึงจะสามารถสรุปสำนวน และแจ้งข้อกล่าวหาผู้ถูกกล่าวหาได้

รบ.เชื่อคำสั่งเด้ง–ดองไม่ทำ ขรก.เฉื่อย

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีข้าราชการท้องถิ่นมีรายชื่อถูกคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 16/2558 โยกย้ายในกรณีถูกสอบการทุจริตว่า อย่างที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ระบุถ้าสอบแล้วไม่พบการทุจริตก็คืนกลับสู่หน้าที่ เมื่อถูกตรวจสอบก็แสดงให้เห็นว่าเกิดข้อผิดสังเกตในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเจ้าตัวย่อมรู้ดี ใครก็ตอบแทนไม่ได้ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆจะถูกตรวจสอบ เมื่อถามว่า การที่ข้าราชการระดับล่างถูกตรวจสอบจำนวนมาก จะเป็นผลให้ข้าราชการไม่กล้าขยับทำอะไรหรือไม่ ม.ล.ปนัดดาตอบว่า อยู่ที่ความรับผิดชอบของหัวหน้าส่วนราชการจะต้องรับผิดชอบขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จให้ได้ ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีลงพื้นที่ขันนอตข้าราชการระดับล่างนั้น เป็นการไปแนะนำกรอบการทำงานตามโรดแม็ป

“โต้กลับ-นศ.”มาหน้าคุกจี้ปล่อยเพื่อน

ต่อมาเวลา 20.00 น. ที่บริเวณหน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ บิดาผู้เสียชีวิตในเหตุสลายการชุมนุมปี 53 และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นศ.ธรรมศาสตร์ นัดหมายมวลชนราว 50 คน เดินทางมารวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ เรียกร้องให้ปล่อยตัว นศ.ท่ามกลางการจับตาใกล้ชิดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ทั้งนี้ทางกลุ่มได้จุดเทียนขึ้น จากนั้นตะโกนว่า “ปล่อยนักศึกษาๆ” ก่อนร้องเพลงร่วมกัน และนำเทียนที่จุดไว้มาวางเรียงเป็นรูปหัวใจ เวลาต่อมากลุ่ม นศ. “ขบวนการประชาธิปไตยใหม่” จำนวน 15 คน นำลูกโป่งสีขาว 14 ใบ เท่าจำนวน นศ.ที่ถูกคุมขัง มาปล่อยลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า โดยมีการอ่านแถลงการณ์เรียกร้อง ปล่อยตัว นศ. ทั้ง 14 คน แล้วจึงร่วมร้องเพลงบทเพลงแห่งสามัญชน” ก่อนแยกย้ายกลับในที่สุด

ผบช.น.เจอหลักฐานชิ้นสำคัญในรถทนาย “ดาวดิน” โยงคนบงการ จ่อออกหมายจับ เพิ่ม ลั่นสาวถึงใครจับหมด “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” นักธุรกิจชื่อดังปัดเป็นคนชักใยกลุ่มต้าน 29 มิ.ย. 2558 05:58 ไทยรัฐ