วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สธ.เตรียมปล่อย กักตัวโรคเมอร์ส

สธ.เผยผลตรวจชายโอมานพบเชื้อเมอร์ส ในปัสสาวะเท่านั้น นัดถกผู้เชี่ยวชาญอีกรอบ เตรียมให้ผู้ป่วยออกจากห้องแยกโรค ขณะที่ผู้สัมผัสผู้ป่วยตามตัวได้ครบแล้ว ผลการตรวจไม่พบไข้ หรืออาการบ่งชี้โรคเมอร์ส คาด 1-2 วัน จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ขณะที่เกาหลีใต้ ผู้ติดเชื้อเมอร์สตายเพิ่มอีก 1 ราย รวมยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสมรณะ 32 ราย

ใกล้ครบสองสัปดาห์ หลังไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์สรายแรก โดยเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงความคืบหน้าการเฝ้าระวังป้องกันควบคุมโรคเมอร์สว่า ผู้ป่วยโรคเมอร์สชาวโอมาน ที่รักษาอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร อาการดีขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้พอควร และจะมีการตรวจสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจบริเวณหลังโพรงจมูก ให้มั่นใจว่าไม่มีเชื้อที่จะแพร่ไปสู่ผู้อื่นได้ ก่อนย้ายออกจากห้องแยกโรคความดันลบ ไปรักษาในห้องแยกปกติจนกว่าโรคประจำตัวจะดีขึ้น และปลอดภัยที่จะเดินทางกลับประเทศ สำหรับญาติ 3 ราย อาการปกติเช่นกัน ส่วนผู้ที่สัมผัสโรคและเข้าเกณฑ์เฝ้าระวังที่ยังตามตัวไม่ได้นั้น ขณะนี้ตามตัวได้จนครบแล้ว รวมทั้งคนขับแท็กซี่ 1 ราย โดยแพทย์ขอให้เฝ้าระวังติดตามอาการที่โรงพยาบาล เบื้องต้นไม่พบอาการไข้ หรืออาการบ่งชี้โรคเมอร์สแต่อย่างใด เหลือเพียงนำเชื้อตรวจเพื่อยืนยัน คาดว่าในอีก 1-2 วันจะอนุญาตให้กลับบ้านได้

นพ.โสภณกล่าวอีกว่า สิ่งที่กังวลคือยังมีผู้ไม่หวังดีแชร์ข้อมูลข่าวลือเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเมอร์ส จึงขอความร่วมมือประชาชนอย่าเชื่อ และขอให้ “เช็ก ก่อนแชร์” เพื่อไม่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแพร่หลายและสร้างความตื่นตระหนก โดยกรมควบคุมโรค (คร.) จะติดตามเฝ้าระวัง หากพบการกระทำเช่นนี้ จะแจ้งต่อกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อดำเนินการเอาผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550

ด้าน นพ.สุรเชษฐ์ สถิตนิรามัย รักษาการปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าผู้สัมผัสผู้ป่วยจะสิ้นสุดระยะเวลารับไว้สังเกตอาการ โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มคือ ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 36 คน จะได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดว่าไม่มีอาการโรคระบบทางเดินหายใจ รวมทั้งการเก็บสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจบริเวณหลังโพรงจมูก ตามมาตรฐานก่อนออกจากระบบเฝ้าระวังโรคและเดินทางกลับ ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ที่แยกตัวเองที่บ้านก็ให้กลับไปดำเนินชีวิตได้ตามปกติ ส่วนผู้ป่วยโรคเมอร์สชาวโอมานอายุ 75 ปี ซึ่งขณะนี้อาการดีขึ้นมาก หยุดการให้ออกซิเจนแล้ว ผลการเอกซเรย์ปอดดีขึ้น การทำงานของไตดีขึ้น แต่ยังไม่สามารถเดินได้เนื่องจากเป็นผู้สูงอายุ ตอนรักษาตัวที่ประเทศโอมานยังต้องนั่งรถเข็นเป็นเดือนๆ อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบหาเชื้อในสารคัดหลั่งของผู้ป่วยรายดังกล่าวไม่พบเชื้อเมอร์สแล้ว แต่ยังมีอยู่ในปัสสาวะ ซึ่งในวันที่ 29 มิ.ย. คณะผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยต่างๆ นำโดย นพ.ประเสริฐ ทองเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาและระบาดวิทยา ที่ปรึกษากรมควบคุมโรค จะหารือร่วมกันว่าจะอนุญาตให้ผู้ป่วยรายนี้ออกจากห้องแยกโรคของสถาบันบำราศนราดูรได้เมื่อใด ส่วนของกรณีญาติใกล้ชิดอีก 3 คน ขณะนี้อาการเป็นปกติ แต่ต้องให้อยู่ในห้องแยกโรคต่อจนครบกำหนด 14 วัน ในวันที่ 2 ก.ค.นี้ เช่นเดียวกับผู้สัมผัสโรคอีก 156 คน

สำหรับสถานการณ์โรคเมอร์สที่เกาหลีใต้ สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันเดียวกันว่า แม้ดูเหมือนลดระดับความรุนแรงลงแล้ว แต่ยังมีผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องเป็นรายที่ 32 แล้ว โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุด เป็นชายวัย 55 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้แถลงว่า ผู้เสียชีวิตถูกตรวจพบติดเชื้อไวรัสที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์ซัมซุง ในกรุงโซล ตั้งแต่วันที่ 9 มิ.ย. อย่างไรก็ดี ยอดผู้ติดไวรัสเมอร์ส-โควีในเกาหลีใต้ยังอยู่ที่ 182 คน ในจำนวนนี้มี 15 คนที่อาการยังน่าเป็นห่วง ส่วนผู้ถูกกักกันตัวรอดูอาการ ทั้งที่บ้านหรือตามสถานที่ทางการจัดไว้มีอยู่ทั้งสิ้น 2,562 คน