วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

3 ทัวร์นาเมนต์

งวดเข้าไปทุกทีกับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาลฟุตบอลโคปา อเมริกา 2015 ที่ชิลี ได้ 4 ทีมสุดท้ายเข้ารอบตัดเชือกแล้ว หลังจากปารากวัยเขี่ยบราซิลตกรอบ 8 ทีม ด้วยการดวลจุดโทษ

กองเชียร์บราซิลต้องผิดหวังอีกครั้งหลังทำผลงานย่ำแย่ในบอลโลก 2014 ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะรอบรองชนะเลิศถูก “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี สอนบอล 7-1 ขายหน้าที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนังแซมบ้า

คาร์ลอส ดุงกา เข้ามาคุมทีมอีกรอบ ต่อจากหลุยส์ เฟลิเป สโกลารี แต่ฟุตบอลบราซิลก็ยังไม่ดีขึ้น สไตล์แซมบ้าที่แฟนบอลทั่วโลกถวิลหา สาบสูญไปชนิดกู่ไม่กลับ

ดุงกาเคยประสบความสำเร็จในการคุมทีมสมัยแรกได้แชมป์โคปา 2007 และคอนเฟดเดอเรชันส์คัพ 2009 แต่รูปแบบการเล่นของเขาไม่เร้าใจ เน้นเกมรับมากเป็นพิเศษ ต้องรอดูกันต่อไปว่าสมาคมฟุตบอลบราซิลจะเปลี่ยนแปลงอะไรหรือไม่ ในการเตรียมทีมบอลโลก 2018

ส่วนเนย์มาร์ทำให้แฟนบอลของเขาเสียอารมณ์ เล่นไม่จบทัวร์นาเมนต์อีกแล้ว บอลโลกปีก่อนยังพอเข้าใจได้ว่าโชคร้ายบาดเจ็บในเกมที่พบกับโคลอมเบียอดเล่นเกมที่เหลือ เที่ยวนี้เล่นนอกเกมจนโดนแบน 4 นัด หมดสิทธิ์ช่วยทีมอีก ความคาดหวังที่ว่าเขาจะเป็นฮีโร่ของบราซิลยังไม่เป็นจริงสักที

รอบรองชนะเลิศโคปา วันที่ 29 มิ.ย. “เจ้าภาพ” ชิลี จะพบกับเปรู ในเวลา 06.30 น. เช้าวันที่ 30 มิ.ย.ตามเวลาเมืองไทย และอาร์เจนตินาพบกับปารากวัย ในวันถัดไป เวลา 06.30 น. เช่นกัน

น่าสนใจตรงที่โค้ชของทั้ง 4 ทีมที่เหลือล้วนเป็นชาวอาร์เจนไตน์ ประกอบด้วย ฮอร์เก ซัมเปาลี (ชิลี), ริคาร์โด การ์เซีย (เปรู), เคราร์โด มาร์ติโน (อาร์เจนตินา) และรามอน ดิอาซ (ปารากวัย)

พิสูจน์ให้เห็นว่าทรัพยากรโค้ชของอาร์เจนตินานั้นเหลือเฟือจนเพื่อนบ้านต้องแห่กันใช้บริการ ต่างจากบราซิลที่ต้องกลับไปขุดของเก่ามาใช้ทั้งสโกลารีในเวิลด์คัพ และดุงกาในปัจจุบัน

ส่วนบอลหญิงชิงแชมป์โลกที่แคนาดาก็ถึงรอบตัดเชือกแล้วเช่นกัน เป็นการพบกันระหว่างอังกฤษกับญี่ปุ่น และสหรัฐฯกับเยอรมนี

ที่อังกฤษตอนนี้คึกคักมาก หลังจากทีมบอลชายไม่ค่อยมีอะไรให้ชื่นใจ แข้งสาวสิงโตคำรามเข้ารอบรองชนะเลิศบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ หลังจากเข้าแข่งขันมา 3 ครั้งก่อนหน้านี้

และบอลยู-21 ชิงแชมป์ยุโรป “ฝอยทองจูเนียร์” โปรตุเกส เข้าชิงกับสวีเดน รอบรองฯโปรตุเกสถล่มเยอรมนียับเยิน 5-0 เข้าชิงเป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี หลังจากเคยแพ้อิตาลี 0-1 (ต่อเวลา) ในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปี 1994

นักเตะดาวรุ่งโปรตุเกสชุดนั้นเป็นที่รู้จักกันดีในเวลาต่อมา เช่น หลุยส์ ฟิโก, รุย คอสตา, เจา ปินโต เป็นต้น ดูฟอร์มแล้วผู้เล่นชุดปัจจุบันน่าจะมีอนาคตที่สดใสต่อไปเช่นกัน.

โต้ บ้านแหลม

29 มิ.ย. 2558 00:21 ไทยรัฐ