วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นิด้าโพล ชี้คนส่วนใหญ่ระบุปมแล้ง เพราะป่าถูกโค่น จี้เร่งทำฝนหลวง

“นิด้าโพล” เผยประชาชน-เกษตรกรส่วนใหญ่ ชี้ปัญหาภัยแล้ง เกิดจากป่าถูกทำลายไปกว่า 26 ล้านไร่ จนเกิดภูเขาหัวโล้น ทำให้ไม่มีฝน เสนอเร่งทำฝนหลวง และมีเกษตกรบางส่วนเห็นควร ทำพิธีแห่นางแมวขอฝน...

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ร่วมกับ “คณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ปัญหาภัยแล้งปี 2558” จากประชาชนทั่วประเทศ กระจายทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง โดยความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อสาเหตุปัจจัยที่ทำให้เกิดสถานการณ์ภัยแล้งในปัจจุบันและส่งผลต่อวิกฤติปริมาณน้ำในเขื่อนและวิกฤติการเพาะปลูกในพื้นที่การเกษตร ในภาพรวมพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.96 ระบุว่า เกิดจากป่าถูกทำลายไปกว่า 26 ล้านไร่ จนเกิดภูเขาหัวโล้น และทำให้ไม่มีฝน รองลงมา ร้อยละ 36.80 ระบุว่า เกิดจากปรากฏการณ์ เอลนินโญ่ ที่ทำให้เกิดร้อนแล้งไปทั่วภูมิภาค

ร้อยละ 11.44 ระบุว่า เกิดจากกรมชลประทานไม่ใส่ใจคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนที่ไม่เพียงพอกับภาคการเกษตร ร้อยละ 9.76 ระบุว่า เกิดจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของตนเองผิดพลาด ร้อยละ 7.68 ระบุว่า เกิดจากปี 2555 ฝ่ายการเมืองสั่งการให้ระบายน้ำในเขื่อนลงมากเกินไปเพราะเกรงจะเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554 ร้อยละ 6.56 ระบุว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนหนึ่งไม่ฟังรัฐบาลและพยายามที่จะปลูกข้าวนาปรังทำให้มีการใช้น้ำสูงขึ้นจากที่กำหนดไว้ ร้อยละ 6.08 ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขาดการเตรียมพร้อมที่ดี ทั้งๆ ที่รู้ล่วงหน้าแล้วว่าปีนี้จะแล้งหนัก ร้อยละ 2.00 ระบุว่า เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ สภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์เรือนกระจก การเผาขยะ เกิดมลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ระบบนิเวศถูกทำลายโดยมนุษย์ การเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป ร้อยละ 1.04 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มเกษตรกร พบว่า ร้อยละ 68.58 ระบุว่า เกิดจากป่าถูกทำลายไปกว่า 26 ล้านไร่ จนเกิดภูเขาหัวโล้น และทำให้ไม่มีฝน รองลงมา ร้อยละ 43.58 ระบุว่า เกิดจากปรากฏการณ์ เอลนินโญ่ ที่ทำให้เกิดร้อนแล้งไปทั่วภูมิภาค ร้อยละ 9.17 ระบุว่า เกิดจากกรมชลประทานไม่ใส่ใจคำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญถึงสถานการณ์น้ำในเขื่อนที่ไม่เพียงพอกับภาคการเกษตร และเกิดจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตบริหารจัดการน้ำในเขื่อนของตนเองผิดพลาด ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 7.11 ระบุว่า เกิดจากปี 2555 ฝ่ายการเมืองสั่งการให้ระบายน้ำในเขื่อนลงมากเกินไปเพราะเกรงจะเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปี 2554

ร้อยละ 6.65 ระบุว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนหนึ่งไม่ฟังรัฐบาลและพยายามที่จะปลูกข้าวนาปรังทำให้มีการใช้น้ำสูงขึ้นจากที่กำหนดไว้ ร้อยละ 5.73 ระบุว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขาดการเตรียมพร้อมที่ดี ทั้งๆ ที่รู้ล่วงหน้าแล้วว่าปีนี้จะแล้งหนัก ร้อยละ 1.61 ระบุว่า เกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้แก่ สภาวะโลกร้อน ปรากฏการณ์เรือนกระจก การเผาขยะ เกิดมลพิษทางน้ำ ทางอากาศ ระบบนิเวศถูกทำลายโดยมนุษย์ การเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมมากเกินไป และร้อยละ 0.69 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

ท้ายที่สุด เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อแนวทางในการเร่งแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ณ ขณะนี้ เป็นการเฉพาะหน้า ในภาพรวมพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 53.20 ระบุว่า ควรระดมทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รองลงมา ร้อยละ 28.72 ระบุว่า ควรขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด ร้อยละ 27.44 ระบุว่า ควรเจาะน้ำบาดาลมาใช้เพิ่ม เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อยละ 13.44 ระบุว่า ควรจ่ายเงินชดเชยเพื่อช่วยเหลือรายได้แก่เกษตรกร ร้อยละ 13.28 ระบุว่า ควรจัดลำดับความเร่งด่วนในการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่การเกษตร ร้อยละ 13.04 ระบุว่า ควรชะลอการเพาะปลูกข้าวนาปีออกไปอีก 1 เดือน ร้อยละ 4.64 ระบุว่า ควรดำเนินโครงการหยุดพักชำระหนี้เกษตรกร

ร้อยละ 1.12 ระบุว่า ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพราะเร็วๆ นี้ฝนจะมาแล้ว ร้อยละ 0.48 ระบุว่า ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประกอบพิธีบวงสรวงขอฝนจากพระพิรุณทรงนาค ร้อยละ 0.40 ระบุว่า ประกอบพิธีขอฝนบริเวณเขื่อนต่างๆ และให้ชาวบ้านประกอบพิธีแห่นางแมวขอฝน ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 5.36 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ควรรณรงค์การปลูกป่า และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ ผลกระทบจากการตัดไม้, เผา, ทำลายป่า ควรช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม, ควรเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า, ควรมีการบริหารจัดการน้ำ การปล่อยน้ำ การผันน้ำที่ดี เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่, เกษตรกรควรขุดบ่อหรือแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้, ควรสร้างฝายกั้นชะลอน้ำ ขุดลอกคลอง สร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นเก็บกักน้ำให้มากขึ้น, ให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย, และควรสร้างอาชีพเสริมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และร้อยละ 1.92 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

เมื่อวิเคราะห์เฉพาะกลุ่มเกษตรกรพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 56.88 ระบุว่า ควรระดมทำฝนหลวงเพื่อเติมน้ำเหนืออ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ รองลงมา ร้อยละ 28.44 ระบุว่า ควรเจาะน้ำบาดาลมาใช้เพิ่มเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ร้อยละ 22.48 ระบุว่า ควรขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด ร้อยละ 20.41 ระบุว่า ควรจ่ายเงินชดเชยเพื่อช่วยเหลือรายได้แก่เกษตรกร ร้อยละ 14.22 ระบุว่า ควรจัดลำดับความเร่งด่วนในการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่การเกษตร ร้อยละ 11.47 ระบุว่า ควรชะลอการเพาะปลูกข้าวนาปีออกไปอีก 1 เดือน ร้อยละ 7.11 ระบุว่า ควรดำเนินโครงการหยุดพักชำระหนี้เกษตรกร ร้อยละ 1.15 ระบุว่า ไม่ต้องดำเนินการใดๆ เพราะเร็วๆ นี้ฝนจะมาแล้ว

ร้อยละ 0.69 ระบุว่า ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ประกอบพิธีบวงสรวงขอฝนจากพระพิรุณทรงนาค และควรประกอบพิธีขอฝนบริเวณเขื่อนต่างๆ และระบุว่า ให้ชาวบ้านประกอบพิธีแห่นางแมวขอฝน ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 3.90 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ควรรณรงค์การปลูกป่า และชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของป่าไม้ ผลกระทบจากการตัดไม้, เผา, ทำลายป่า ควรช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม, ควรเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า, ควรมีการบริหารจัดการน้ำ การปล่อยน้ำ การผันน้ำที่ดี เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่, เกษตรกรควรขุดบ่อหรือแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้, ควรสร้างฝายกั้นชะลอน้ำ ขุดลอกคลอง สร้างอ่างเก็บน้ำ เพื่อเพิ่มพื้นเก็บกักน้ำให้มากขึ้น, ให้เกษตรกรปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย, และควรสร้างอาชีพเสริมให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง และร้อยละ 1.61 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ.