วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เหลือน้ำแค่ 5% 4เขื่อนวิกฤติ! (ชมคลิป)

กรมชลลดการปล่อยบุรีรัมย์เฮ-เจอฝนตก

“ในหลวง” ทรงห่วงภัยแล้ง รับสั่งเร่งทำฝนเทียมช่วยประชาชน ปลัดเกษตรฯบินสำรวจเขื่อนป่าสักฯ พบวิกฤติหนักสุดในรอบ 20 ปี เผยมีน้ำใช้อีก 40 วัน วอนช่วยกันประหยัดน้ำรอนํ้าฝน เข้าเขื่อน 10 ส.ค.นี้ กรมชลฯเล็งลดปล่อยน้ำคาดนาข้าวเสียหาย 8.5 แสนไร่ เหนือ-อีสาน ระดับน้ำลดต่อเนื่อง ชาวบ้านเร่งเจาะบ่อบาดาลรดพืชผลทางการเกษตรหวั่นเสียหาย ชาวนาบุรีรัมย์ยิ้มออกฝนตกหนักต้นข้าวฟื้นเหี่ยวเฉา โคราชประกาศภัยแล้ง 25 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อน 8 แสนราย พื้นที่การเกษตรเสียหายนับล้านไร่

สถานการณ์ภัยแล้งหลายพื้นที่ยังวิกฤติ ขณะที่การช่วยเหลือทั้งการทำฝนหลวงพื้นที่เหนือเขื่อน และการขุดบ่อบาดาลนำน้ำมาหล่อเลี้ยงนาข้าวที่ใกล้ยืนต้นตายดำเนินการอย่างเร่งด่วน เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่กองบิน 2 จ.ลพบุรี นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายสุรสีห์ กิตติมณฑล รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นำสื่อมวลชนขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพปัญหาลุ่มแม่น้ำป่าสักที่กำลังประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง พบว่าปริมาณน้ำในเขื่อนน้อยสุดในรอบ 20 ปี มีสันดอนทรายและเนินหญ้าโผล่ขึ้นมาเป็นบริเวณกว้าง



ภายหลังการบินสำรวจ นายชวลิตเปิดเผยว่า สถานการณ์เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้น่าเป็นห่วงมาก มีปริมาณน้ำเพียง 65 ล้าน ลบ.ม. จากปริมาณน้ำที่จุได้ 960 ล้าน ลบ.ม. ทำให้ประชาชนในพื้นที่ จ. ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และกรุงเทพมหานคร อาจจะมีน้ำใช้ได้อีก 40 วัน ไม่มี ทางอื่นที่จะเพิ่มน้ำได้ต้องเร่งระดมทำฝนหลวงให้ตกเหนือเขื่อนและพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อเกิดความชุ่มชื้นในพื้นที่เกษตร

“ทางสำนักพระราชวังแจ้งว่า ในหลวงทรงเป็นห่วงสถานการณ์น้ำในเขื่อน และผลกระทบต่อประชาชนมาก พระองค์ให้กรมฝนหลวงเร่งช่วงชิงความชื้นในชั้นอากาศจากอิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เนื่องจากสภาพอากาศค่อนข้างผิดปกติ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรมฝนหลวงเร่งกู้ภัยแล้งเป็นวาระระดับชาติ โดยรัฐบาลยินดีให้การสนับสนุนเต็มที่ ขอให้ส่วนราชการต่างๆชี้แจงประชาชนและเกษตรกรช่วยประหยัดน้ำ อย่าขยายพื้นที่เพาะปลูก กรมชลประทานคาดว่าจะมีปริมาณน้ำฝนเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ช่วงวันที่ 10 ส.ค.นี้” นายชวลิตกล่าว

นายชวลิตกล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. จะมีเครื่องบินย้ายฐานจาก จ.กระบี่ 2 ลำ จ.ระยอง 2 ลำ มาเสริมฐานฝนหลวง จ.พิษณุโลก และ จ.เชียงใหม่ ขอกำลังเสริมจากกองทัพอากาศ 2 ลำ โดยจะมีเครื่องบินทั้งหมดในพื้นที่ 14 ลำ เพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ประมาณ 32 จังหวัด และมีเป้าหมายเติมน้ำในเขื่อนหลัก เช่น เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ล่าสุดพบว่ามีปริมาณน้ำรวมกัน 4 เขื่อนเหลือเพียง 976 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 5%

จากนั้น นายชวลิตและคณะเดินต่อไปยังห้องประชุมเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อร่วมประชุมกับนายธนาคม จงจิระ ผวจ.ลพบุรี หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และตัวแทนเกษตรกรใน จ.ลพบุรี เพื่อวางแผนการบริหารจัดการน้ำและจัดทำแผนช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่เดือดร้อน

นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยปริมาณการปล่อยน้ำจากเขื่อนใหญ่ 4 แห่ง ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาว่า ได้เริ่มลดการปล่อยน้ำเหลือ 28 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป โดยแบ่งเป็นน้ำเพื่อการเกษตร 15 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศ และผลักดันน้ำเค็ม 8 ล้าน ลบ.ม. และเพื่อการอุปโภคบริโภค 5 ล้าน ลบ.ม. คงอัตราการปล่อยในระดับนี้ไปอีก 15 วัน หากปริมาณฝนไหลเข้าเขื่อนยังอยู่ในระดับวิกฤติ กรมชลประทานจะประชุมทบทวนแผนระบายน้ำอีกรอบร่วมกับ 10 หน่วยงานเรื่องน้ำเพื่อวิเคราะห์ทุกสภาพปัญหาและประเมินสถานการณ์การปล่อยน้ำอีกรอบ

จากการคาดการณ์สภาพฝนของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า ปริมาณฝนในเดือน ก.ค. อาจต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเพราะจากปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนในยังมีระดับต่ำ ดังนั้นต้องลดปล่อยน้ำเพื่อยืดเวลาให้มีน้ำกินน้ำใช้ไปอีก 45 วัน ให้ถึงเดือน ส.ค. กว่าจะมีฝนตก ส่วนพื้นที่ปลูกข้าว 3.4 ล้านไร่ ที่ปลูกไปแล้วอาจเสียหาย 8.5 แสนไร่ จากการลดปล่อยน้ำเข้าระบบชลประทานช่วงเดือน ก.ค. ประสานกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขุดเจาะบ่อบาดาลในพื้นที่ปลายคลองที่น้ำส่งไปไม่ถึงและช่วยเรื่องน้ำกินน้ำใช้ในหมู่บ้าน รวมถึงพื้นที่เกษตรจนกว่าฝนจะมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเครื่องบินฝนหลวงร่วมกับเครื่องบินกองทัพอากาศ รวม 13 ลำ ปฏิบัติการทำฝนหลวงเติมน้ำลงสู่เขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนแล้ว 2.25 ล้าน ลบ.ม. มีน้ำเหลือใช้ได้ 279 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 2.90 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการระบายน้ำยังอยู่ที่ 8 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่แม่น้ำเมย บริเวณชายแดนไทย-พม่า อ.แม่สอด ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น 50-70 ซม. แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง 1 เมตร

ส่วนที่ จ.นครสวรรค์ ชาวนาในพื้นที่ ต.ท่าจันทร์ อ.บรรพตพิสัย กว่า 1,000 ราย ช่วยกันขุดร่องน้ำจากแม่น้ำปิง เพื่อสูบน้ำเข้าพื้นที่นาข้าวกว่า 5,000 ไร่ หลังข้าวที่ปลูกใหม่ขาดแคลนน้ำ นางแสงระวี คำพอง ชาวนา ต.ท่าจันทร์ เปิดเผยว่า หลังกรม ชลประทานลดปริมาณการส่งน้ำจากเขื่อนภูมิพล ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงลดลงอย่างรวดเร็ว จนเห็นเนินทรายหลายจุดต้องรวบรวมสมาชิกขุดร่องน้ำ เพื่อสูบน้ำเข้าพื้นที่นาข้าวตลอด 24 ชั่วโมง โดยกระจายน้ำให้สมาชิกอย่างทั่วถึง

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำอุปกรณ์ไปขุดเจาะบ่อบาดาลให้กับประชาชนในพื้นที่บ้านเกาะพร้าว หมู่ 9 ต.วังยาง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร หลังประสบภัยแล้งอย่างรุนแรง แต่มีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากการขุด 1 บ่อ ต้องใช้เวลา 3 วัน ส่วนน้ำในแม่น้ำปิงช่วงที่ไหลผ่าน ต.วังยาง เหลือพื้นที่ร่องน้ำไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ น้ำตื้นระดับอกเท่านั้น

ส่วนชาวบ้านหนองมะนาว ต.ขามใหญ่ อ.เมืองอุบลราชธานี ช่วยกันนำเครื่องขุดเจาะบ่อบาดาล มาเจาะหาน้ำเพื่อมารดพืชผลทางการเกษตร ที่กำลังขาดแคลนน้ำจากภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง โดยใช้งบ ประมาณจากโครงการเงินอุดหนุนตำบลละ 1 ล้านบาท นายธวัชชัย สายแวว ผู้ใหญ่บ้านหนองมะนาว เปิดเผยว่า พื้นที่เกษตรของชาวบ้านอยู่ในพื้นที่ดอน ต้องอาศัยน้ำจากฝนเพียงอย่างเดียว เมื่อเกิดภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้นข้าวรวมถึงพืชผลทางการเกษตรขาดน้ำ ต้องเจาะบ่อบาดาลนำน้ำมารดเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย

ที่บริเวณโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองตะไก้ ต.หนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ เป็นประธานเปิดโครงการวันอนุรักษ์พัฒนาแม่น้ำคูคลองประจำปี 2558 โดยมีนายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รอง ผวจ.อุดรธานี ให้การต้อนรับ นายจตุพรเปิดเผยว่า ปัจจุบันเกิดปัญหาภัยแล้งเนื่องจากฝนทิ้งช่วง คาดการณ์ว่าช่วงปลายเดือน ก.ค.ฝนจะเริ่มตก ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งหาทางแก้ไข หากประชาชนรอน้ำมาจากแหล่งน้ำชลประทานอาจจะเกิดปัญหาได้ ทั้งนี้ในพื้นที่จะต้องมีแหล่งน้ำสำรอง และต้องช่วยกันประหยัดน้ำด้วย

จ.บุรีรัมย์ เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ ต.สะเดา อ.พลับพลาชัย ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังรับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชันคูจิระ ทำให้มีน้ำขังในนาข้าวส่งผลดีต่อเกษตรกร หลังจากก่อนหน้านี้ประสบภัยแล้ง เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนานกว่า 2 เดือนทำให้ต้นข้าวเริ่มมีสภาพเหี่ยวเฉาและยืนต้นตายไปบางส่วน ขณะเดียวกัน ชาวนาในหลายพื้นที่ต่างเร่งสูบน้ำจากห้วยพลับพลาเข้านาข้าวของตนเอง ทำให้น้ำในห้วยลดลงอย่างรวดเร็ว

ที่ จ.นครราชสีมา ระดับน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ เริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง อาทิ แหล่งน้ำบ้านธาราหลอด อ.โนนสูง เคยเป็นแหล่งน้ำในการอุปโภค บริโภคและใช้ในการเกษตร ปริมาณน้ำเริ่มแห้งขอด นาข้าวได้รับผลกระทบพื้นดินแตกระแหง เนื่องจากไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว นายธงชัย ลืออดุลย์ ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ได้ประกาศพื้นที่ภัยแล้ง 25 อำเภอ จากทั้งหมด 32 อำเภอ รวมพื้นที่เดือดร้อน 171 ตำบล 1,809 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 812,181 คน พื้นที่การเกษตรเสียหายนับล้านไร่

ด้านนายชิตชนก สมประเสริฐ ผอ.สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักขนาดใหญ่ 5 แห่ง ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 32 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บทั้งหมด เขื่อนลำตะคอง มีปริมาณน้ำ 57 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 18 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำพระเพลิง มีปริมาณน้ำ 30 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำมูลบน มีปริมาณน้ำ 55 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 39 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำแชะ มีปริมาณน้ำ 104 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 37 เปอร์เซ็นต์ และเขื่อนลำปลายมาศ มีปริมาณน้ำ 52 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 53 เปอร์เซ็นต์

“ในหลวง” ทรงห่วงภัยแล้ง รับสั่งเร่งทำฝนเทียมช่วยประชาชน ปลัดเกษตรฯบินสำรวจเขื่อนป่าสักฯ พบวิกฤติหนักสุดในรอบ 20 ปี เผยมีน้ำใช้อีก 40 วัน วอนช่วยกันประหยัดน้ำรอนํ้าฝน เข้าเขื่อน 10 ส.ค.นี้ ... 28 มิ.ย. 2558 10:21