วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รำลึกพฤษภาทมิฬ

เหตุการณ์ พฤษภาทมิฬ เป็นเหตุการณ์ที่ประชาชน-นักศึกษา ออกมาประท้วงรัฐบาล ที่มี พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกฯ และต่อต้านการสืบอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ระหว่างวันที่ 17-24 พ.ค.2535 ซึ่งมีที่มาจากการทำรัฐประหาร รัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เมื่อเดือน ก.พ.2534

จากนั้นก็เกิดความรุนแรง จากการปราบปรามผู้ประท้วงของเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจ ในที่สุดจากการชุมนุมเคลื่อนไหวธรรมดา ก็เกิดเหตุปะทะกัน ในที่สุดก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการเผาสถานที่ราชการ เผาโรงพัก จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก

ซึ่งรัฐบาลขณะนั้นได้แถลงข่าวว่า มีผู้เสียชีวิต 40 คนและบาดเจ็บ 600 คน แต่เชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่านั้นเยอะ และแกนนำในการต่อต้านคนสำคัญที่ร่วมกับนักศึกษาประชาชนขณะนั้นก็คือ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตหัวหน้าพรรคพลังธรรม อดีตผู้ว่าฯกทม.และนักต่อสู้ทางการเมือง

การเข้ารับตำแหน่งนายกฯของ พล.อ.สุจินดา คราประยูรโดย การสนับสนุนของรัฐบาลผสม กิจสังคม ประชากรไทย ราษฎร และสามัคคีธรรม เวลาเดียวกัน พรรคการเมืองอีก 4 พรรค ประชาธิปัตย์ ความหวังใหม่ พลังธรรมและเอกภาพ ไม่พอใจต่อการเข้ามาสืบทอดอำนาจในครั้งนี้

เนื่องจาก พล.อ.สุจินดาอยู่ในคณะ รสช.ซึ่งทำการปฏิวัติรัฐประหาร ถูกตั้งข้อสังเกตอย่างชัดเจนว่าต้องการเข้ามาสืบทอดอำนาจโดยการให้นายกฯมาจากคนนอกได้ ให้ประธานวุฒิสภาเป็นประธานรัฐสภา

อีกประเด็นคือ พล.อ.สุจินดาไม่รักษาคำพูดที่เคยสัญญาว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกฯ

สงครามประชาชนจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รัฐบาลพล.อ.สุจินดาไม่ฟังเสียงประชาชน โดยอ้างว่า เป็นการเล่นนอกสภา พยายามปิดกั้นและบิดเบือนการเสนอข่าวทุกอย่าง

พล.อ.สุจินดา ขึ้นมารับตำแหน่งนายกฯคนที่ 19 ของประเทศไทย มีการตั้ง ครม.ซึ่งบางคนเป็น ส.ส. ถูกสั่งยึดทรัพย์ ซึ่ง พล.อ.สุจินดาให้เหตุผลว่า สามารถเป็นได้เพราะประชาชนเลือกเข้ามา

บุคคลในเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อีกคน คือ ร.ต.ฉลาด วรฉัตร เริ่มอดอาหารประท้วงนายกฯคนนอก พร้อมขึ้นป้ายดำว่า ข้าขอพลีชีพเพื่อประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง

ย้อนไปเมื่อวันที่ พล.อ.สุจินดาแถลงข่าวลาออกจากตำแหน่ง ผบ.สส.และ ผบ.ทบ. เพื่อเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ที่ให้เหตุผลทั้งน้ำตาว่า จำเป็นต้องเสียสัตย์เพื่อชาติ ขอให้ถือว่าเป็นพลเรือนแล้ว

รักษาการ ผบ.ทบ.ในเวลานั้น พล.อ.อิสระพงศ์ หนุนภักดี ได้ลุกขึ้นให้กำลังใจว่า สนับสนุน พล.อ.สุจินดา 2,000 เปอร์เซ็นต์ แต่ในที่สุดรัฐบาล พล.อ.สุจินดาก็อยู่ไม่ได้ ถือว่าเป็นรัฐบาลที่มีอายุสั้นที่สุด

ประวัติศาสตร์ทางการเมืองไม่ใช่แค่บทเรียนเท่านั้น.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com

28 มิ.ย. 2558 09:12