วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ก.ม.ญี่ปุ่น” ยิ่งใหญ่ยิ่งต้องจับ

พรรคพวกส่งบทความที่เป็นข้อมูลว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนของญี่ปุ่นจากบุคคลที่เคยศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรี–เอก จากประเทศญี่ปุ่น นั่นย่อมเป็นข้อเท็จจริงที่อยากจะนำมาถ่ายทอดต่อเพื่อให้คนไทยทุกคนได้รับรู้และบทเรียนสำคัญที่อย่าไปทำผิดเด็ดขาด

ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดาหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม เพราะญี่ปุ่นให้ความสำคัญและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ต่างกับประเทศไทยอย่างสิ้นเชิง

ที่สำคัญก็คือไม่ต้องประกาศว่า “ใหญ่แค่ไหนก็จับ” แต่ของเขาจับจริงๆ

ขอสรุปเอาใจความสำคัญเพื่อจะได้รับรู้ไปพร้อมๆกัน จากอดีตที่เคยเป็นล่ามแปลคดีต่างๆ ในห้องสอบสวนคดีให้ตำรวจญี่ปุ่นอีกด้วย

เขาบอกว่าเวลานี้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ถูกควบคุมตัวอยู่ที่สถานีตำรวจชิบะ จังหวัดนาริตะ ซึ่งก็เหมือนโรงพักทั่วๆไปของไทยนั่นแหละ...แต่จะสะดวกสบายกว่า

ในห้องจะมีกล้องวงจรปิด มีอาหาร 3 มื้อ อาบน้ำ 1-2 วันต่อครั้ง แล้วแต่ฤดูกาล ปกติกระบวนการยุติธรรมในญี่ปุ่นไม่อนุญาตให้เห็นผู้ต้องหาใส่กุญแจมือออกมาในภาพสื่อต่างๆ จึงให้ใส่เสื้อคลุมไว้

ในการสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขังใส่กุญแจมือและการสอบสวนจะถอดกุญแจในห้องแคบๆเหมือนห้องซอยให้ผู้ต้องหาอยู่ข้างใน คนเขียนสำนวนอยู่ด้านนอก

ปกติญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สงบ เพราะห้ามครอบครองอาวุธและพกปืน หากใครมีไว้โดยไม่ได้ขออนุญาตโทษจะแรงมากคือติดคุก 7-10 ปี แล้วแต่กรณี เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะญี่ปุ่นเป็นเกาะ การควบคุมการนำเข้าอาวุธจึงทำได้ง่าย

ญี่ปุ่นจะไม่เห็นภาพตำรวจพกปืน ตำรวจยิงปืน เว้นแต่จะต้องทำคดีสำคัญที่เสี่ยงต่อการปะทะเท่านั้น หากตำรวจญี่ปุ่นยิงปืนจะต้องถูกสอบสวนและมีการลงโทษขนาดพักงานเลยทีเดียว ถ้าไม่เป็นการสมควรแก่เหตุ

ผู้ต้องหาที่มีปืนถือเป็นเรื่องใหญ่มากโดยเฉพาะอดีตตำรวจและสังคมที่นั่นจะให้ความสนใจและยอมความกันไม่ได้ง่ายๆ

การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้มีการวิเคราะห์กันทางทีวีอย่างต่อเนื่อง ขุดประวัติและความเป็นมาของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่โชกโชนอย่างไม่ต้องสงสัยว่าเป็นใครมาจากไหน ทำอะไรเอาไว้บ้าง

กระบวนการสอบสวนที่อัยการยื่นร้องขอ 20 วัน อาจจะไม่เพียงพอเพื่อให้คดีจบจนถึงกระบวนการศาล ยิ่งมีทนายฝ่ายผู้ต้องหาไปช่วยแก้คดีก็ยิ่งจะช้าออกไปอีก และคงต้องถูกย้ายที่คุมขังไปยังทัณฑสถานของจังหวัดชิบะหรือแห่งอื่นตามศาลจะสั่งการ

นั่นเท่ากับว่าจะต้องถูกคุมขังรวมกับผู้ต้องหาคดีอื่นๆ

ดูจากรูปการณ์แล้วคดีนี้คงไม่จบง่ายๆ เพราะเป็นการครอบครองอาวุธปืนและกระสุนปืนซึ่งในญี่ปุ่นไม่อนุญาต

การขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนก็คงจะต้องเป็นกระบวนการหลังจากนั้น ขึ้นอยู่กับว่าทางการไทยจะยื่นขอให้ส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมาย ความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ

แต่คงเป็นเรื่องยากที่จะยื่นขอส่งตัวกลับทันทีหลังการตัดสิน

อะไรไม่ว่าแม้ญี่ปุ่นจะตัดสินออกมาอย่างไร แต่กฎหมายประเทศไทยก็ระบุโทษฐานความผิดที่นำอาวุธปืนขึ้นเครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย

วันนี้สังคมไทยยังรอคำตอบจากผู้รับผิดชอบว่าทำไมถึงเอาปืนขึ้นเครื่องได้ หรือเป็นการซื้อปืนแล้วลักลอบนำเข้าไทย

ดังนั้นความจริงในเรื่องนี้จะต้องมีคำตอบซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นอย่างกระจ่างชัดว่าอะไรเป็นอะไร เพราะการบังคับใช้กฎหมาย การใช้อภิสิทธิ์ชนเป็นส่วนหนึ่งของความเลวร้ายในสังคมไทย

อย่าคิดเพียงแค่ “กฎแห่งกรรม” เฉพาะตัวเท่านั้น...

“สายล่อฟ้า”

28 มิ.ย. 2558 09:09 28 มิ.ย. 2558 09:09 ไทยรัฐ