วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขู่ขยับอีก นศ.กลุ่มต้าน ประกาศสู้

รัฐบาลแย้มขังไม่นาน บีบเด็กรามล้มเสวนา

“บิ๊กโด่ง” ฮึ่มใส่กลุ่มหนุนหลัง “ดาวดิน” อย่าลองดีรู้ตัวชื่อแซ่หมดรอจัดการ แยกกลุ่มนักศึกษา น้ำดี “ปณิธาน” แย้มคุมตัวไม่นาน มั่นใจ คสช.เอาอยู่ ผอ.สันติวิธีสวนไม่เชื่อมีการเมืองหนุนหลัง หวั่นบีบแรงกระทบแผนปรองดอง ทหารไล่เบรกเวทีเสวนาเด็กรามฯ เตือนปิดกั้นมากระวังแผ่นดินไหวใหญ่ “ปู” ยังคึกยกคณะร่วมบวชลูก “บิ๊ก พท.” “ก่อแก้ว” โต้ คสช.พูดให้ชัดกลุ่มการเมืองไหน “วรชัย” จวกตีกินดิสเครดิต “ถาวร” แนะรัฐจับเข่าคุยเปิดอก แต่อย่ามาเทียบ กปปส.-14 ตุลาฯ กลุ่มสิทธิสตรีขู่รณรงค์คว่ำร่างฯ ป.ป.ช.เงื้อดาบสอบ “รัชตะ-สมศักดิ์” แนวร่วม สปสช.กดดันต้องโละยกบอร์ด กลุ่ม รพ.ศูนย์คุยนี่แค่จุดเริ่มต้น

จากความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่ามีกลุ่มการเมืองหนุนหลังและพร้อมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

“บิ๊กโด่ง” แยกกลุ่มนักศึกษาน้ำดี

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 27 มิ.ย.ที่กองการบิน กรมการขนส่งทางบก (ขส.ทบ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร บุกจับกุมตัว 14 นักศึกษาที่เคลื่อนไหวต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ยังไม่บานปลายไปมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่ามีความจำเป็นและเข้าข่ายผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 และมาตรา 83 จึงดำเนินการไปตามกฎหมาย คงให้ความเป็นธรรม ถ้าไม่ไปก่อเหตุก็ไม่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดูแลสถานการณ์ให้เกิดความเรียบร้อย ตนยังชื่นชมนักศึกษาอีกมากที่ทำในสิ่งที่ดีงามสร้างชื่อเสียง ทั้งกลุ่มนักศึกษาด้านวิชาการที่ได้รางวัลจากต่างประเทศ หรือกลุ่มที่แสดงออกทางกีฬา คิดว่าส่วนใหญ่เดินไปได้ด้วยดี อยากให้น้องๆ ลูกหลาน นักศึกษาอยู่ในส่วนของการพัฒนาประเทศ และสร้างชื่อเสียง

ฮึ่มใส่กลุ่มหนุนหลังอย่าลองดี

พล.อ.อุดมเดชกล่าวว่า ส่วนที่ทำให้เกิดปัญหาต่อความสงบเรียบร้อยก็อย่าไปทำ มีกลุ่มที่ให้กำลังใจส่วนหนึ่งแต่ไม่มากนัก ขอให้หยุด อย่ามาทำอะไรเช่นนี้เลย ทำให้ภาพที่สงบเรียบร้อยดูไม่ดี ส่วนนักศึกษาที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายคงไม่หนักหนาอะไร ทางกฎหมายต้องทำไปตามขั้นตอน ส่วนกลุ่มที่อยู่เบื้องหลัง จะดำเนินการหรือนำตัวมาดำเนินคดีต่อไป ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลอยู่ อย่าทำอะไรที่มีผลกระทบอันเป็นการละเมิดกฎหมายอีก เดี๋ยวจะกลายเป็นการทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ การให้กำลังใจก็แสดงออกพอควรแล้ว ถ้าล่วงล้ำมากไปกว่านี้จะมีปัญหาอีก สำหรับผู้ที่ให้การสนับสนุนขอให้หยุด เพราะรู้กลุ่ม รู้ชื่อเสียงกัน ต้องมีการพูดคุย ถ้ายังไปให้แนวทางที่ไม่ถูกไม่ควรทำให้เกิดความไม่สงบ บอกไว้ซะก่อน พอเถอะ รู้นามสกุลกันหมดแล้ว เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นดี ทุกคนต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ปัญหาที่รัฐบาลหรือที่นายกฯต้องแก้ไขมีหลายอย่าง ไม่ใช่แก้ไขได้ง่าย แต่พื้นฐานต้องมีความสงบเรียบร้อยก่อน รัฐบาลจึงจะมีสมาธิแก้ไขปัญหา

“ปณิธาน” แย้มคุมตัวไว้ไม่นาน

นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม กล่าวว่า การจับกุม 14 นักศึกษา กลุ่มดาวดิน ถ้าดูแลกันให้ดีไม่น่าเกิดปัญหาบานปลาย ซึ่ง คสช.และรัฐบาลยืดหยุ่นให้อยู่แล้ว แค่มีข้อจำกัดอยู่บ้างเท่านั้น ถ้าชุมนุมต่อต้านรัฐประหารแตกหักให้จัดการเลือกตั้งเลยวันพรุ่งนี้ คงทำให้ไม่ได้ จะเอากฎหมายที่ไหนมาจัดเลือกตั้ง รัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ และคิดว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อม นายกรัฐมนตรีก็บอกแล้วว่ายังไม่ถึงเวลาเคลื่อนไหว ถ้าการชุมนุมมีเบื้องหลังล้มรัฐบาล คสช.ต้องเข้าไปดู ส่วนต่างชาติเชื่อว่าเข้าใจ ซึ่ง พล.อ.ประวิตรกำชับให้ระมัดระวังอย่าให้เกิดปัญหา ส่วนการปล่อยตัวเป็นไปตามกฎหมาย คงไม่กักตัวไว้นาน ทหารรู้ดีว่าการกักตัวนักศึกษานานเกินไปไม่เป็นประโยชน์อะไร และเชื่อว่ากองทัพ คสช.มีศักยภาพควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ไม่ได้ประมาท อย่าลืมว่าการชุมนุมเป็นพันเป็นหมื่น ไม่ถึงแสนก็สร้างปัญหาได้

ผอ.สันติวิธีไม่เชื่อมีคนหนุนหลัง

ด้าน พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะ ผอ.สำนักสันติวิธี สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา เพราะต้องการให้เกิดสัญลักษณ์และเชื่อว่าบ้านเมืองต้องเป็นประชาธิปไตย แต่ยุคนี้ไม่ใช่ยุคประชาธิปไตย เด็กกลุ่มนี้แสดงออกว่าต่อต้านมานานแล้ว ที่ระบุว่ามีคนหนุนหลังนั้นไม่แน่ใจว่ามีจริงหรือไม่ แต่ฝ่ายการเมืองไม่น่าจะออกมาหนุน เพราะจะถูกดำเนินคดีจนอดเล่นการเมืองอีกต่อไป จะมาป่วนทำไมให้อดเลือกตั้ง แต่เด็กบางคนมีญาติที่เป็นเสื้อสี จึงเกิดความรู้สึกต้านต่ออำนาจ เป็นสัญญาณอย่างหนึ่งว่าถ้า คสช.อยู่ในอำนาจนานมากไป อาจเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก ซึ่งเรื่องนี้กระทบการปรองดองในอนาคตส่วนหนึ่งแน่นอน คณะกรรมการปรองดองของ สปช. เคยคุยแล้วทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจ และกับเด็กด้วย แต่เด็กยังต้องการใช้รูปแบบของเขา ทำให้ คสช.ต้องจับกุมตามกฎหมาย ถ้าไม่จับก็อาจเป็นตัวอย่างเกิดกลุ่มอื่นออกมาอีก แต่หากใช้กำลังรุนแรงเข้าจับกุมกันเกินเหตุ ปัญหาจะลุกลามบานปลายใหญ่โต เกรงนักศึกษาจะลุกฮือขึ้นมาได้

ทหารเบรกเวทีเสวนาเด็กรามฯ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่ลานกิจกรรมนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง กลุ่มภาคีเครือข่ายนักกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ยกเลิกการจัดกิจกรรมงาน “ใต้ถุนสังคม” ครั้งที่ 1 ที่จัดเสวนาหัวข้อ “รัฐธรรมนูญไทย เอาไงดี” โดยมีวิทยากร อาทิ นายนิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง นายปูนเทพ ศิรินุพงษ์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และนายวิโชติ วัณโณ อดีตรองอธิการบดี มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยมีเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ นอกเครื่องแบบจำนวนหนึ่งมาเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้กลุ่มผู้จัดงานแจ้งยกเลิกงานกะทันหัน ขณะที่ตัวแทนนักศึกษากลุ่มภาคีเครือข่ายนักกิจกรรม เข้าไปพูดคุยกับทหารที่มาสังเกตการณ์

โต้แค่ให้ความรู้ไม่ได้ก่อหวอด

นายพงศ์นรินทร์ นนท์ก่ำ ตัวแทนภาคีเครือข่ายนักกิจกรรมนักศึกษาเพื่อสังคม แถลงถึงการยกเลิกการจัดกิจกรรม ว่า พิจารณาจากสถานการณ์ที่ไม่ปกติ มีแรงกดดันจากหลายฝ่าย ยืนยันว่าการเสวนานี้เป็นการแสดงความเห็นทางวิชาการเรื่องรัฐธรรมนูญ ไม่มีนัยทางการเมืองหรือสร้างความวุ่นวาย ทำลายบรรยากาศความปรองดอง ส่วนจะมีกิจกรรมอีกหรือไม่ขอพิจารณาอีกครั้ง เมื่อถามว่าทางมหาวิทยาลัยไม่อนุญาตให้จัดกิจกรรมหรือไม่ นายพงศ์นรินทร์กล่าวยอมรับว่าใช่ แต่พื้นที่ลานกิจกรรมนักศึกษาทุกคนสามารถจัดกิจกรรมได้โดยไม่ต้องขออนุญาต

เตือนปิดกั้นมากระวังแผ่นดินไหว

นายนันทพงศ์ ปานมาศ อดีตรักษาการประธานสภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า เสียดายที่การเสวนาถูกยกเลิกเพราะเป็นเวทีให้ความรู้พูดคุยทางวิชาการ ดังนั้นฝากไปยังรัฐบาลให้ทุกมหาวิทยาลัยเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาได้แสดงความเห็นทางวิชาการ เพื่อสร้างองค์ความรู้ หากปิดกั้นจะเหมือนการบ่มเพาะจนเกิดระเบิดเหมือนแผ่นดินไหวใหญ่

ด้านนายนิรันดร์ พันทรกิจ สมาชิก สปช. กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากผู้จัดงานว่าขอยกเลิกการจัดงานก่อนถึงเวลาเริ่มงานประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนตัวคาดว่าทหารกลัวจะบานปลายไปยังนักศึกษากลุ่มอื่น

ผบ.เรือนจำแจงชีวิตดาวดินในคุก

นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 27 มิ.ย. เจ้าหน้าที่นำตัวนักศึกษากลุ่มดาวดินชาย 13 รายมาฝากขังผัดแรก 12 วัน ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ส่วนนักศึกษาหญิง 1 ราย นำไปฝากขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ทุกคนยังรับประทานอาหารเช้าได้ปกติ สำหรับขั้นตอนของทางเรือนจำ คือ ตรวจร่างกายผู้ต้องขังและทำประวัติทุกรายที่เข้ามาในแดนแรกรับ มีบางรายมีไข้เล็กน้อย บางรายมีบาดแผลที่เท้า แพทย์ให้ยาลดไข้และรักษาบาดแผลที่เท้าแล้ว ส่วนการเยี่ยมผู้ต้องขังกลุ่มนี้ เป็นไปตามกฎระเบียบ ส่วนกลุ่มที่จะมาให้กำลังใจ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้ เพื่ออำนวยความสะดวกดูแลความเรียบร้อย

กลุ่มต้านฯ ลั่นยิ่งบีบยิ่งลุกขึ้นสู้

ต่อมาเวลา 18.00 น.ที่สวนเงินมีมา ถนนเจริญนคร สถานที่ตั้งมูลนิธิเสฐียรโกเศศ นาคะประทีป เซฟเฮาส์ชั่วคราวของนักศึกษากลุ่มขบวนการประชาธิปไตยใหม่ (ndm) มีการแถลงข่าวตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกควบคุมตัว 14 นักศึกษา โดย น.ส.ลลิตา เพ็ชรพวง มหาวิทยาลัยบูรพา น.ส.ชนกนันท์ รวมทรัพย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และน.ส.กตัญญู หมื่นคำเรือง (ขอสงวนสถาบัน) ร่วมกันแถลงว่า ทางกลุ่มยืนยันหลักการเดิม คือ ประชาธิปไตย ความยุติธรรม การมีส่วนร่วม สิทธิมนุษยชน และสันติวิธี ขอย้ำว่าการเคลื่อนไหวของเรามีเบื้องหลังคือประชาชน ไม่มีกลุ่มผลประโยชน์หรือพรรคการเมืองใดแอบแฝง การจับพวกเราไม่ได้ทำให้หมดกำลังใจ แต่ทำให้มีไฟต่อสู้เพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยเพิ่มขึ้น เร็วๆนี้จะมีการจัดกิจกรรมต่อแน่ แต่ยังบอกไม่ได้เพราะถูกคุกคามหนัก ส่วนผู้ที่อยู่ในเรือนจำ จากที่ได้เข้าเยี่ยมพูดคุยวันนี้ ยืนยันทุกคนมีกำลังใจดี โดยจะขออยู่ในคุกต่อไป เพราะมั่นใจว่าการถูกจับกุมครั้งนี้ ต้องทำให้มีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับ คสช.ออกมาร่วมมากขึ้นแน่นอน

นักเขียนปลุกแนวร่วมจี้ปล่อย นศ.

จากนั้นกลุ่มประชาชนซึ่งเป็นแนวร่วม นำโดยนายระวี สิริอิสระนันท์ หรือวาด ระวี นักเขียนชื่อดัง และ น.ส.ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักเขียนนักแปลอิสระ เป็นตัวแทนกลุ่มนักวิชาการและนักเขียนกว่า 60 คน แถลงว่า ประเทศกำลังประสบปัญหา รัฐบาลกลับมีเวลาว่างมากพอที่จะระดมกำลังออกมาจับนักศึกษา 14 คน แถมยังเปิดศาลทหารพิจารณาคดีตอนสี่ทุ่ม กลัวนักศึกษาที่แค่ชูป้ายผ้า ถ้าวันนี้เราปล่อยให้รัฐบาลทหารลงโทษนักศึกษาที่ต่อสู้เพื่อประเทศชาติและประชาชน ต่อไปเราก็ต้องยอมก้มหน้าจำนนอยู่ภายใต้อำนาจบาตรใหญ่ของรัฐบาลเผด็จการ ประชาชนจงลุกขึ้นและบอกเผด็จการว่าปล่อยนักศึกษาเดี๋ยวนี้ คสช.ต้องออกไป คืนอำนาจให้ประชาชน ฝากบอก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องหาคนอยู่เบื้องหลังที่ไหนให้มาหาได้ที่นี่

ตร.ยึดมือถือ นศ.ไว้ตรวจสอบ

ขณะที่ พ.ต.อ.สุริยา จำนงโชค พงส.ผทค. หน.งานสอบสวน รรท. ผกก.สน.สำราญราษฎร์ พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ ตรวจค้นรถยนต์ฮอนด้า รุ่นซีอาร์วี สีดำ ทะเบียน กค 9966 ยโสธร ของ น.ส.ศศิกาญจน์ เจริญศิริ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นทนายความของ 14 นักศึกษาขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ที่ยึดเอาไว้บริเวณหน้าศาลทหาร ถนนหลักเมือง เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา พบโทรศัพท์มือถือ 5 เครื่องของกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นนักศึกษา จึงยึดไว้ตรวจสอบความเชื่อมโยงกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานนัดตัวแทนทนายนักศึกษาวันที่ 29 มิ.ย. เพื่อทำการตรวจสอบโทรศัพท์ทั้ง 5 เครื่อง ให้เกิดความโปร่งใส

“ปู” ยกคณะร่วมบวชลูก “บิ๊ก พท.”

เวลา 08.30 น.ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรวิหาร น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมแกนนำและอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย อาทิ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีตรองนายกรัฐมนตรี นายวราเทพ รัตนากร อดีตรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย เข้าร่วมพิธีอุปสมบทนายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช บุตรชายนายสาโรจน์ หงษ์ชูเวช รักษาการรอง ผอ.พรรคเพื่อไทย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถ่ายรูปหมู่ร่วมกับแกนนำพรรค จากนั้นมีประชาชนจำนวนมากเข้ามาขอถ่ายรูปกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะที่พระณณัฏฐ์ได้รับฉายา “จนฺทสีโล” (จัน-ทะ-สี-โล) แปลว่า ผู้หมดจดดั่งพระจันทร์

“ประชา” เจอพวกแซวปมหย่าเมีย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เดินทางมาถึงสื่อมวลชนพยายามสอบถามถึงข่าวการหย่าร้างกับภรรยาจนทำให้ทรัพย์สินลดลงไปกว่า 300 ล้านบาท ซึ่ง พล.ต.อ.ประชากล่าวติดตลกว่า ไม่มีรายละเอียดเรื่องนี้ เลยไม่รู้จะชี้แจงอย่างไร ทำให้นายก่อแก้ว พิกุลทอง อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ที่ยืนอยู่ด้วยพูดแซวขึ้นมาว่า อยากเห็นหน้าผู้หญิงที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้จังเลย ทำให้ พล.ต.อ.ประชาหัวเราะก่อนตอบว่า “ผมไปทำบุญดีกว่า”

“ปู” รอจิบกาแฟแฟนเพจเฟซบุ๊ก

ทางด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวถึงกิจกรรมเชิญชวนประชาชนร่วมกดไลค์แฟนเพจในเฟซบุ๊ก เพื่อหาผู้โชคดีคนที่ 4 ล้านมาร่วมดื่มกาแฟ ว่า กำลังรอแอดมินเพจติดต่อกลับไปยังผู้โชคดีทั้ง 11 คน ซึ่งตนรู้สึกดีใจมากที่มีผู้ร่วมกิจกรรมจำนวนมาก แต่ก็เป็นห่วงหากบางคนที่อยู่ต่างจังหวัดอาจเดินทางลำบาก ดังนั้น ต้องนัดหมายวันเวลาที่ชัดเจน ส่วนสถานที่รอพิจารณาอีกครั้ง เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งให้มารับทราบข้อกล่าวหา กรณีการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมปี 2548-2553 ภายในวันที่ 30 มิ.ย. น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า ต้องรอหารือกับทีมทนายความก่อน ยังไม่ทราบรายละเอียด

“ก่อแก้ว” ปัดไม่ได้อยู่เบื้องหลัง

นายก่อแก้ว พิกุลทอง แกนนำ นปช. กล่าวถึงการจับกุม 14 นักศึกษาที่ต่อต้านการรัฐประหาร ว่า คสช.ทำเพื่อป้องปรามไม่ให้มีแนวร่วมมากขึ้น หรือขยายตัวออกไปจนยากจะดูแล เชื่อว่านักศึกษาที่มาเคลื่อนไหวเป็นพลังบริสุทธิ์ กล้าแสดงจุดยืนของตัวเอง นับวันยิ่งหายาก แต่ตนไม่รู้จักกับนักศึกษากลุ่มนี้ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ คสช.เปิดพื้นที่ให้กลุ่มนักศึกษาแสดงออก เพราะทุกวันนี้เป็นไปไม่ได้ที่คนทั้งประเทศจะเห็นพ้องต้องกันหมด ฝ่ายหนึ่งอาจเห็นด้วยกับ คสช. แต่อีกฝ่ายก็มีมากเหมือนกันเพียงแต่ไม่แสดงออก ที่ผ่านมากลุ่มนักศึกษาดาวดินทำงานช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด

จี้ คสช.พูดให้ชัดกลุ่มการเมืองไหน

เมื่อถามว่านายกฯ และหัวหน้า คสช.ระบุว่ามีฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลัง นายก่อแก้วตอบว่า ไม่มีข้อมูล หาก คสช.หรือนายกฯมีหลักฐาน ควรระบุให้ชัดว่าเป็นใคร เพราะจะทำให้คนไม่เกี่ยวข้องถูกหวาดระแวงไปด้วย ถ้ามีหลักฐานชัดเจนขอให้ คสช.นำออกมาให้สังคมทราบ คสช.มีสิทธิที่จะดำเนินการกับพวกที่ต่อต้านรัฐบาล แต่อย่าพูดแบบตีวงกว้าง เมื่อถามว่า กรณีนี้จะเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวหรือไม่ นายก่อแก้วตอบว่า เป็นห่วงเรื่องนี้ เช่นกัน การเคลื่อนไหวโดยนักศึกษาที่บริสุทธิ์จะได้รับการยอมรับจากสังคมมากกว่าการเคลื่อนไหวของนักการเมือง ถ้านักศึกษาถูกกระทำต่อไปไม่แน่อาจมีคนออกมาช่วยเหลือจนนำไปสู่การขยายวงกว้างบานปลายได้ ดังนั้น คสช.อย่ากักตัว ควรปล่อยนักศึกษาออกมา และทำสัญญาร่วมกันว่าต่อไปอย่าเคลื่อนไหวอีกจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

นปช.จวกกล่าวหาตีกินดิสเครดิต

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า มีความพยายามจากภาครัฐที่จะโยงใยคนเสื้อแดง รวมทั้งพรรคเพื่อไทย เข้าไปเกี่ยวข้องกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา ไม่ต่างจากเมื่อครั้งเหตุระเบิดที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งผลที่สุดก็ไม่ใช่ แต่เอะอะก็โยงไว้ก่อน ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทย คนเสื้อแดง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องชี้นำนักศึกษาเหล่านั้น เขามีความคิดของเขาเอง เป็นแนวที่รักประชาธิปไตยคล้ายคลึงกับเรา เป็นการกล่าวหาเพื่อทำลายความชอบธรรมของนักศึกษา และไม่ยุติธรรมกับคนเสื้อแดง รวมทั้งพรรคเพื่อไทย

“ถาวร” แนะรัฐจับเข่าคุยเปิดใจ

นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงเบื้องลึกเบื้องหลัง ที่มีการระบุว่ามีฝ่ายการเมืองหนุนหลังกลุ่มนักศึกษาให้ออกมาเคลื่อนไหว แต่อยากแนะนำรัฐบาลว่าควรใช้โอกาสนี้เปิดใจกว้างรับฟัง จับเข่าคุยกับกลุ่มนักศึกษาเหล่านี้ ที่อาจถือว่าเป็นกลุ่มตัวแทนคนรุ่นใหม่ เพื่อชี้แจงเปรียบเทียบระหว่างรัฐบาลที่นักศึกษาเรียกว่าเผด็จการ กับรัฐบาลทรราชชุดก่อน ต่างกันหรือร้ายแรงผิดหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างไร คุกไม่ได้มีไว้คุมขังกลุ่มนักศึกษาที่เห็นต่าง เพราะคนรุ่นใหม่ยังขาดประสบการณ์อาจมองแค่ด้านเดียว เชื่อว่าเด็กเหล่านี้เคลื่อนไหวในเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งจะเป็นยุวทูตสำคัญของ คสช. หากมีการพบปะเปิดใจคุยกัน ชี้แจงให้เขาเข้าใจถึงความจำเป็นต้องมีการปฏิรูปที่ต้องใช้เวลาบ้าง

ออกตัวมาเทียบกับ กปปส.ไม่ได้

นายถาวรกล่าวต่อว่า หากมีการเปรียบเทียบกับ 9 แกนนำ กปปส. ที่ออกมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลทรราช กับกลุ่มนักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล คสช. ก็มีวัตถุประสงค์และบริบทที่ต่างกัน เพราะถ้า กปปส.ไม่ออกมาในช่วงนั้น รัฐบาลเผด็จการเสียงข้างมากในสภา ที่คิดว่าทำอะไรก็ได้แม้แต่แก้ไขกฎหมายล้างผิดให้ตัวเองและพวกพ้องจะยิ่งได้ใจ แต่การแสดงออกของนักศึกษานี้เป็นเชิงสัญลักษณ์ ที่มีสาเหตุ มีผล ตัวบุคคลและเวลาที่ต่างกัน อยากให้คุยกันเพื่อให้ทั้งรัฐบาลและนักศึกษาเหล่านี้เข้าใจถึงสาเหตุและความจำเป็น

“วิทยา” กอดคัมภีร์ 14 ตุลาฯ

นายวิทยา แก้วภราดัย แกนนำ กปปส. กล่าวว่า เหตุการณ์นี้ไม่คล้ายคลึงกับเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เพราะที่มาของจอมพลถนอม กิตติขจร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แตกต่างกัน พล.อ.ประยุทธ์มีกระแสต่อต้านน้อยและมีคะแนนนิยมมากกว่า อีกทั้งยังเข้ามาแบบมีภารกิจ คือล้างระบอบทักษิณ ระบบทุนสามานย์ ที่สำคัญ พล.อ.ประยุทธ์แสดงความชัดเจนว่าไม่ต้องการสืบทอดอำนาจ ยุคสมัยต่างกันเยอะ แต่ขึ้นอยู่กับท่าทีรัฐบาลว่าจะจัดการปัญหาอย่างไร ควรจัดการปัญหาแต่พอสมควร เหตุการณ์ทั้งสองเหมือนจะคล้าย แต่ไม่ใช่ เพราะสังคมไม่เอาด้วย อารมณ์ประชาชนไม่ได้ สมัยของตนประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวนักศึกษา จึงเกิดการชุมนุม แต่ครั้งนี้ตัวนักศึกษาเองที่แสดงความประสงค์ไม่ต้องการขอประกันตัว

กลุ่มสิทธิสตรีขู่รณรงค์คว่ำร่างฯ

ที่สมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีในพระบรมราชูปถัมภ์ ขบวนการผู้หญิงปฏิรูปประเทศ (วีมูฟ) จัดสัมมนา “เสียงผู้หญิงต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่” โดยนางสุนี ไชยรส รองประธานกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) กล่าวว่า ยังกังวลว่าเนื้อหาที่เสนอแก้ไขเพิ่มเติมลงไปในร่างรัฐธรรมนูญ มีข้อเสนอของเครือข่ายสตรีฯหรือไม่ มีเนื้อหาส่วนไหนที่ยังตกค้าง ขอเสนอจุดยืนว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องมีมิติความเสมอภาคระหว่างเพศ สิทธิมนุษชนของผู้หญิง ไม่น้อยกว่ารัฐธรรมนูญปี 50 หลังจากนี้จะรวบรวมข้อเสนอยื่นต่อนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งติดตามว่ามีการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญตามข้อเสนอหรือไม่ หากไม่แก้ไขให้ดีหรือตัดเรื่องที่จำเป็นออกไป ขบวนการผู้หญิงจะส่งเสียงถึง สปช. และรณรงค์ว่าจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญต่อไป

ร่วมกดดันปมเสมอภาคทางเพศ

นางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า เรื่องที่ยังไม่ได้เขียนไว้และต้องผลักดันสนับสนุนให้บรรจุไว้ในรัฐธรรมนูญ คือ มาตรา 76 สัดส่วนผู้หญิงในทางการเมือง การส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ อย่างน้อยต้องมีเพศตรงข้าม
ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คาดว่าจะพิจารณากันสัปดาห์หน้า และต้องคงเนื้อหาเรื่องการจัดทำงบประมาณให้สอดคล้องกับความเสมอภาคระหว่างเพศ การคุ้มครองมารดา เด็ก และเยาวชน สตรี ย่อมได้รับการคุ้มครองจากรัฐ เพราะเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง หวังว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีความคืบหน้าพัฒนาในเรื่องของความเสมอภาคระหว่างเพศในประเทศไทย เราพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะ และเป็นหน้าที่ของ กมธ.ยกร่างฯทุกคน ที่ต้องช่วยกันทำความเข้าใจในประเด็นต่างๆกับประชาชน

“วันชัย” เย้ยชุดยกร่างฯใจต้องนิ่ง

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิก สปช. กล่าวถึงกรณีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ ระบุว่า สปช.อย่าเห็นแก่ขนม 200 ชิ้นที่รออยู่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หลัง สปช.หมดวาระ ว่า กมธ.ยกร่างฯอย่าโอนไปเอียงมาตามกระแส อย่าเกรงกลัวว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน หากเห็นว่าสิ่งใดดีก็ทำเต็มที่ ไม่ต้องโน้มน้าวหลอกล่อปลอบประโลมให้ สปช.เห็นดีเห็นงามด้วย เชื่อว่าสปช.แต่ละคนมีดุลพินิจ คงพิจารณาด้วยเหตุผลมากกว่าจะคำนึงถึงตำแหน่งหรือขนม 200 ถ้วย ใครที่พูดเช่นนั้นถือว่าหมิ่นน้ำใจ สปช.กันเกินไป กมธ.ยกร่างฯ ต้องนิ่ง มีสมาธิ มุ่งมั่นแก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญออกมาให้ดีที่สุด อย่าออกอาการหรือลนลานจนเกินควร เดี๋ยวคนเขารู้หมดว่ากลัวรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ซึ่งเป็นห่วงเหมือนกันว่าจะไม่ผ่านตามอาการที่แสดงออก

“ปึ้ง” ยุ “ประยุทธ์” ล้มกระดาน สปช.

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ตัดพ้อถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน ก็น่าเห็นใจเพราะคนทำดีมักจะไม่ได้ดีแต่ที่น่าสงสารที่สุดคือประเทศไทย ที่มี สปช.ชุดนี้ ข้อเสนอที่พรั่งพรูออกมาล้วนฟ้องตัวเองว่าสมองที่คิดออกมามันทำได้เพียงเท่านี้ เสียดายเงินภาษีประชาชนที่จ่ายเงินเดือนให้ สุดท้ายดีไม่ดีร่างรัฐธรรมนูญอาจถูกคว่ำทิ้ง รวมถึงข้อเสนอให้ตั้งกาสิโน มีกระแสถึงขั้นจะให้เงิน 1 หมื่นล้านบาทไปตั้งพรรค การเมือง หากไม่มีมูลสุนัขคงไม่อึ ดูภาพรวมแล้วรู้สึกไม่สบายใจต่อบทบาท สปช. ชักไม่มั่นใจแนวทางการปฏิรูปหากปฏิบัติจริงจะมีปัญหาตามมามากมาย ดังนั้นถ้า สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ก็ไม่ควรเก็บ สปช.ไว้ แล้วหาคนเก่งๆที่มีอีกเยอะแยะเข้ามาทำงานดีกว่า และไม่จำเป็นต้องมีสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ เพื่อเปิดให้รัฐบาลชุดใหม่รับผิดชอบบริหารประเทศตามนโยบายของพรรค

“ธานินทร์” ค้าน รธน.แทรกแซงศาล

เมื่อเวลา 18.10 น. เว็บไซต์สำนักข่าวอิสรา เผยแพร่หนังสือที่นายธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรี ทำถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. คัดค้านร่างรัฐธรรมนูญที่มีการแก้ไขหลักการเกี่ยวกับศาลยุติธรรม โดยมีใจความสรุปได้ว่า ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.ความไม่ชัดเจนในความหมายตามมาตรา 219 โดยความหมายของหลักนิติธรรม ได้บัญญัติขยายความไว้ในมาตรา 217 เป็นหลักการพื้นฐานของหลักนิติธรรมจำนวน 5 ข้อ ทำให้เกิดความเคลือบคลุม ไม่ชัดเจน จึงเสนอให้บัญญัติคำว่า “ที่ศาลต้องใช้ดุลพินิจพิจารณาเป็นรายคดีไปเท่านั้น” 2.มาตรา 225 เกี่ยวกับคณะกรรมการซึ่งเป็นองค์กรบริหารงานบุคคลของผู้พิพากษาหรือตุลาการของศาล แม้จะเข้าใจได้ว่าผู้ร่างมีเจตนารมณ์ให้สร้างจุดเกาะเกี่ยวระหว่างประชาชนกับศาลยุติธรรม แต่จะส่งผลอีกด้านหนึ่งเป็นการเปิดช่องให้บุคคลภายนอกแทรกแซงการบริหารงานของศาล กระทบต่อหลักการซึ่งเสมือนเป็นอำนาจอธิปไตยของศาล

สนช.ส่งซิกอดีต 248 ส.ส.อย่าฝืน

อีกเรื่อง นายยุทธนา ทัพเจริญ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และโฆษกวิป สนช. กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาคดีถอดถอนอดีต ส.ส. 248 คน กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มา ส.ว.โดยมิชอบ ว่า ขั้นตอนต่อไปจะเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่าย คือ ป.ป.ช.และอดีต ส.ส. มาแถลงเปิดสำนวนคดีในวันที่ 15-16 ก.ค. เชื่อว่าฝ่ายอดีต ส.ส.คงส่งตัวแทนมาแถลงเปิดและปิดคดี คงไม่ให้อดีต ส.ส.มาแถลงทุกคน เพราะดูเป็นการกดดัน สนช. ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาเอง ส่วนตัวเห็นว่าสนช.เคยมีหลักการตอนลงมติคดีถอดถอนอดีต 38 ส.ว.มาแล้ว ก็น่าจะทำตามหลักการเดียวกัน เพราะผู้ถูกกล่าวหาส่วนใหญ่มีความผิดคล้ายคลึงกับคดีอดีต 38 ส.ว. แต่สุดท้ายแล้วขึ้นอยู่กับเสียงส่วนใหญ่ของ สนช.จะเห็นอย่างไร ดูแล้ว สนช.น่าจะลงมติได้ในช่วงต้นถึงกลางเดือน ส.ค.

“ภูมิธรรม” ครวญขอโอกาสแจงบ้าง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ สนช.มีมติไม่รับเพิ่มเติมพยานหลักฐานของอดีต 248 ส.ส. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มา ส.ว.โดยมิชอบว่า เป็นเรื่องน่าเสียดาย เพราะเป็นเรื่องการถอดถอน ซึ่งเป็นเรื่องรุนแรงทางการเมืองของนักการเมือง เหมือนเป็นการลงโทษประหารชีวิต ดังนั้น ควรเปิดโอกาสและให้สิทธิอดีต ส.ส. เข้าชี้แจงพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ตัวเอง ที่สำคัญเพื่อให้ปราศจากข้อสงสัยในเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ทุกฝ่ายยอมรับ การไม่เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ เป็นเรื่องที่ไม่ดีเลย

ไม่ผิดคาดถูกห้ามเพิ่มเติมพยาน

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงรายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่าที่ประชุม สนช.จะไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมพยานหลักฐาน แต่อดีต ส.ส.เพียงต้องการให้ที่ประชุมได้บันทึกไว้ ส่วนแนวทางการต่อสู้ในการแถลงเปิดคดีวันที่ 15-16 ก.ค. จะหารือกับอดีต ส.ส.ในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดกระบวนการชี้แจงให้กระชับ โดยจะรอประสานวิธีการกับ สนช.อีกครั้ง เพราะเวลา 2 วันที่กำหนดไม่น่าเพียงพอ ไม่ได้กังวลกับมติที่จะออกมา เพราะข้อกล่าวหาเป็นประเด็นเดียวกับอดีต 38 ส.ว. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา ซึ่งที่ประชุม สนช.มีมติไม่ถอดถอน ดังนั้นกรณีของอดีต 248 ส.ส. มติก็ไม่น่าจะต่างกัน หากมองในแง่ดี สนช.ส่วนใหญ่น่าจะคงมาตรฐานของตัวเองไว้

เด็ก ปชป.สวนจะเรียกร้องหาอะไร

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสามารถ แก้วมีชัย เคยเป็นถึงอดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร น่าจะเป็นคนที่มีหลักนิติรัฐ นิติธรรมในหัวใจ ไม่ใช่หลักระบอบทักษิณ อยู่เหนือกฎหมาย และยังเป็นอดีตประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ที่สั่งปิดประชุม แบบหักดิบในเวลาเที่ยงคืน แล้วรีบนำร่างกฎหมายเข้าสภาฯแล้วจะมาเรียกร้องหาอะไรในวันนี้

ป.ป.ช.เงื้อดาบใส่ “รัชตะ-สมศักดิ์”

นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช.กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข และนพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ รมช.สาธารณสุข กรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเร่งรัดการสรรหาโดยไม่กลั่นกรองคุณสมบัติเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โดยมีนายณรงค์ รัฐอมฤต กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยแจ้งเรื่องให้ นพ.รัชตะ และ นพ.สมศักดิ์ทราบแล้ว

กดดันหนักเอาผิดบอร์ด สปสช.

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผอ.มูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติสัดส่วนภาคประชาชน กล่าวว่า เมื่อ คสช.มีคำสั่งย้าย นพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) แต่การดำเนินการที่ผ่านมาเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน ดังนั้นกรรมการทุกคนต้องรับผิดชอบกับมติใดๆที่ออกมา ตั้งแต่หัวโต๊ะ คือ รมว.สาธารณสุข เป็นประธาน และกรรมการที่มาจากทุกภาคส่วน การดำเนินการของเลขาธิการ สปสช. จึงทำภายใต้มติบอร์ด สปสช. ดังนั้น ถ้าหัวหน้า คสช.จะใช้มาตรา 44 สั่งย้ายเลขาธิการ สปสช. จึงอยากให้หัวหน้า คสช.ทำงานด้วยระบบธรรมาภิบาลมากกว่านี้ ไม่ควรใช้อำนาจแบบเผด็จการ สั่งการอะไรที่เป็นเหตุให้มีผลกระทบต่อการเข้าถึงการรักษาของคน 49 ล้านคนในระบบหลักประกันสุขภาพ ต่อไปนี้ระบบหลักประกันจะบริหารงานอย่างไร แบบนี้เท่ากับเป็นการล้มระบบหลักประกันสุขภาพ เท่ากับทำให้คนไทย 49 ล้านคน มีความเสี่ยงที่จะกลับไปล้มละลายจากการเข้าถึงการรักษาเหมือนในอดีต

กลุ่ม รพ.ศูนย์บอกนี่แค่จุดเริ่มต้น

ด้าน พญ.ประชุมพร บูรณเจริญ ที่ปรึกษาสมาพันธ์โรงพยาบาลศูนย์โรงพยาบาลทั่วไป (สพศท.) และประชาคมสาธารณสุข กล่าวว่า การย้าย นพ.วินัย ถือเป็นเพียงจุดเริ่ม แต่ไม่ใช่สิ้นสุด เพราะ นพ.วินัย แม้จะเป็นเลขาธิการ สปสช. ทำหน้าที่บริหารกองทุน แต่ก็บริหารตามมติบอร์ด สปสช. ดังนั้น การจะหาคนรับผิดชอบต้องให้กรรมการอื่นหรือสูงสุด คือ ประธานบอร์ด สปสช.หรือไม่ แต่ถือเป็นนิมิตหมายดีที่ว่า ขณะนี้ คสช.เห็นว่าการบริหารกองทุนที่ผ่านมามีปัญหาต่อระบบสุขภาพจริง ทำให้โรงพยาบาลเกิดปัญหาขาดทุน การบริหารกองทุนมีการใช้งบผิดประเภท เห็นได้จากการพิจารณาทั้ง คตร. และ ป.ป.ท. จึงต้องขอบคุณหัวหน้า คสช.ที่เล็งเห็นเรื่องนี้

เตือนทีมเศรษฐกิจทำเจ๊งกู่ไม่กลับ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจของไทย การส่งออกเดือน พ.ค.ทรุดลงอีก ติดลบที่ร้อยละ 5.01 เป็นการติดลบติดกันเป็นเดือนที่ 5 ไม่ได้เป็นตามที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ บอกว่าการส่งออกกำลังฟื้นและจะเป็นบวก ทำให้ 5 เดือนที่ผ่านมาการส่งออกลดลงถึงร้อยละ 4.2 และเชื่อว่าการส่งออกทั้งปีจะติดลบแน่นอน ดังนั้น ที่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธรบอกมาตลอดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะโตร้อยละ 4 คงเป็นไปไม่ได้ คงไม่ถึงร้อยละ 3 ด้วยซ้ำ เพราะต้องเจอปัญหาอีกหลายอย่าง เช่น ภาวะภัยแล้ง ปัญหาการส่งออกที่อาจแย่ลงกว่าเดิม ปัญหาการลงทุนจากต่างประเทศที่ลดลงมาก ปัญหาการท่องเที่ยวที่ลดลงเพราะเรื่อง ICAO และโรคเมอร์ส ปัญหาการลงทุนภาครัฐที่ยังไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เห็นได้ว่ากำลังมีปัญหาในทุกกลจักรเศรษฐกิจ หากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลท่องเป็นอย่างเดียวว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้น ทั้งที่ทุกอย่างกำลังดิ่งลงเหว ปัญหาจะไม่สามารถแก้ไขได้ อยากให้นายกฯเร่งแก้ไขปรับเปลี่ยนมิเช่นนั้นอาจกู่ไม่กลับ ประชาชนจะยิ่งลำบากมากขึ้น

“บิ๊กตู่” ลั่นจีนเป็นมิตรประเทศ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน ที่ห้องรอยัลจูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. เปิดงานเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 40 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีน โดยมีนายหนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ประธานหอการค้าไทย-จีน สมาคมแต้จิ๋ว และนักธุรกิจเข้าร่วม โดยนายกฯ กล่าวสุนทรพจน์ว่า ไทยให้ความสำคัญกับมิตรทุกประเทศในโลก สิ่งที่เรายึดมั่นคือความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ สิ่งที่รัฐบาลไทยทำอยู่ขณะนี้เราคิดถึงว่าประชาชนไทยจะได้อะไร และประชาชนจีนจะได้อะไร ตนเคยพบปะประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนและนายกรัฐมนตรีจีนหลายครั้ง พูดจาให้เกียรติ ซึ่งตนก็ให้เกียรติให้ความเคารพท่านเสมอมา เกิดความร่วมมือทั้งการค้าการลงทุน ร่วมถึงการให้แนวทางปฏิรูปประเทศ

จากความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาดาวดิน มหาวิทยาลัยขอนแก่น และกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อต้านการรัฐประหาร ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่ามีกลุ่มการเมืองหนุนหลังและพร้อมจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด 28 มิ.ย. 2558 01:10 28 มิ.ย. 2558 03:55 ไทยรัฐ