วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กแจ๊ด' อ่วมอีก ปืนทำพิษ โม่จิ๋ว-ไร้ทะเบียน

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดบิ๊กแจ๊ด ปืนลูกโม่จิ๋วเจ้าปัญหาอาจเป็นปืนเถื่อน ตำรวจญี่ปุ่นไม่พบ รายละเอียดการตอกเลขรหัสประจำปืน ด้านผู้การ ตท.บอกรอฟังผลการตัดสินของอัยการญี่ปุ่นว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ขณะที่ ผบช.ภ.1 รายงานผลถึง ผบ.ตร. ระบุอดีต ผบช.น.เดินผ่านช่องตรวจสัมภาระ เครื่องเอกซเรย์มีเสียงเตือน เจ้าหน้าที่เรียกตรวจค้น แต่ไม่พบอาวุธในกระเป๋าเดินทางใบเล็กและกระเป๋าสะพายที่ถือขึ้นเครื่อง ส่วนแม่จงกลขนเครื่องเซ่นไหว้พระราหูและพ่อปู่พระฤาษีพรหมนิมิต ขอพรให้ลูกชาย...

กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. อดีตนายตำรวจคนดัง ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมที่สนามบินนาริตะ พร้อมอาวุธปืน North American Arms.22 เป็นปืนลูกโม่ขนาดจิ๋ว และกระสุน 5 นัด ที่เก็บไว้ในกระเป๋ายา ระหว่างรอขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับประเทศไทย โดยเจ้าตัวแจ้งว่า เป็นปืนที่ลืมไว้ในกระเป๋า และหายไปนานแล้ว ขณะที่อัยการญี่ปุ่นอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่าจะมีความเห็นส่งฟ้องศาลหรือไม่ ทั้งนี้ หลังจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกจับกุม หน่วยงานการท่าอากาศยานไทยต่างเรียงแถวแจง อ้างตรวจไม่พบปืนดังกล่าวในช่วงตรวจสัมภาระตามขั้นตอนก่อนออกนอกประเทศ แต่กรมการบินพลเรือนเตรียมแจ้งข้อหาตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ 2497 ฐานไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ว่านำปืนมาด้วย

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. พล.ต.ต.อภิชาติ สุริบุญญา ผบก.ตท. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น.และทางการญี่ปุ่น เกี่ยวกับการจับกุม พล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่ประเทศญี่ปุ่น ในฐานะตำรวจสากลได้ประสานไปยังตำรวจสากลประเทศญี่ปุ่น เพื่อขอทราบรายละเอียด แต่ยังไม่ได้รับเอกสารเป็นทางการจากตำรวจญี่ปุ่น หรือทางการญี่ปุ่นกลับมา อย่างไร ก็ตาม ขณะนี้ผ่านขั้นตอนตำรวจญี่ปุ่นไปแล้ว อยู่ในชั้นอัยการ ส่วนจะมีความเห็นสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ต้องรอฟังผลคำตัดสินของอัยการญี่ปุ่น ในส่วนของความช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับกุมดำเนินคดีที่เกิดขึ้นต่างประเทศ มี 3 ขั้นตอนคือ การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อให้รู้ว่าใครกระทำความผิด มี พ.ร.บ.ความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ ถ้ารู้ชัดใครที่เป็นคนทำความผิดอยู่ในต่างประเทศเข้าสู่ขั้นตอน พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน หากอัยการและศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษเป็นผู้ต้องคำพิพากษา ความช่วยเหลือในฐานะเป็นคนไทย จะมี พ.ร.บ.การโอนตัวนักโทษกลับเข้ามาดำเนินคดีในไทย แต่ทันทีที่ศาลมีคำตัดสิน ยังโอนผู้ต้องหามาดำเนินคดีในไทยไม่ได้ ต้องได้รับโทษในประเทศ 1 ใน 3 ก่อนขอโอนตัวมารับโทษในไทย

ผบก.ตท.กล่าวต่อว่า ขณะนี้คดี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผ่านขั้นตอน 1 และ 2 ไปแล้ว เนื่องจากมีพยานหลักฐานว่า มีความผิดเกิดขึ้นและตัวอยู่ในประเทศญี่ปุ่น การช่วยเหลืออยู่ในขั้นตอนที่ 3 ต้องรอฟังอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง หากอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาต้องรอคำพิพากษาของศาล ทางการไทยสามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ในขั้น 3 ขอโอนตัวนักโทษมารับโทษในประเทศไทย แต่จะต้องรับโทษ 1 ใน 3 ของคำตัดสินของศาล ขณะนี้ต้องรอฟังความเห็นอัยการ ถ้าไม่ฟ้องก็เตรียมประสานรับตัวกลับ ถ้าอัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง และศาลมีคำพิพากษา ต้องมาพิจารณาการยื่นอ้างความจำเป็น ขอให้โอนตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีต่อในไทย ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีการยืนยันเป็นทางการ

วันเดียวกัน พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ผบช.ภ.1 ได้บันทึกรายงานผลการตรวจสอบการเดินทางออกนอกประเทศของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น.เสนอต่อ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นโดยใช้กระเป๋า 3 ใบ มีกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่โหลดลงเครื่องของสายการบินไทย ส่วนกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กสีขาว 1 ใบ ถือขึ้นเครื่อง พร้อมกระเป๋าสะพายสีดำ อีก 1 ใบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ได้ผ่านช่องตรวจสัมภาระผู้โดยสารปกติ มีการแจ้งเตือนสัญญาณช่องเอกซเรย์ของการท่าอากาศยาน มีการเรียกตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ แต่ไม่พบอาวุธในกระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก และกระเป๋าสะพาย

นอกจากนี้ มีรายงานด้วยว่า จากการตรวจสอบอาวุธปืนของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นไม่พบรายละเอียดการตอกเลขรหัสประจำปืน ได้ประสานให้ญาตินำเอกสารเกี่ยวกับปืนดังกล่าวมายืนยันแล้ว

ก่อนนี้เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน นางจงกล ธูปกระจ่าง มารดา พล.ต.ท.คำรณวิทย์ พร้อมญาติๆ เดินทางไปที่มูลนิธิมงคลจงกล ธูปกระจ่าง (คลินิกการแพทย์แผนไทย) เลขที่ 191 หมู่ 4 ต.เชียงรากใหญ่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี สถานที่ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ใช้รักษาคนไข้ด้วยการฝังเข็ม โดยนางจงกลได้นำเครื่องเซ่นไหว้ อาทิ หมู เห็ด เป็ด ไก่ ผลไม้ และอาหารดำ มาไหว้พระราหูและพระพุทธรูป ที่ตั้งในมูลนิธิฯโดยเฉพาะพ่อปู่พระฤาษีพรหมนิมิต ที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ให้ความเคารพนับถือ เพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์ทั้งหลาย รวมทั้งผลบุญกุศล ที่สร้างสมมาเสริมดวงให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ลูกชาย ผ่านเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และปกปักรักษา คุ้มครอง แคล้วคลาดปลอดภัย โดยนางจงกลใช้เวลาไม่นาน ก่อนจะเดินทางกลับที่พักย่านพุทธมณฑล

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ และคนงานในมูลนิธิฯ ทราบว่า หลังจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นจับกุมอาวุธปืนตามที่เป็นข่าว ทำให้มูลนิธิฯที่เคยเต็มไปด้วยคนไข้จากที่ต่างๆ บางตา และเงียบเหงา คนไข้ที่เดินทางมาเพื่อเข้ารับการรักษาต้องพากันกลับ เนื่องจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เปรียบเสมือนหมอใหญ่ ที่ต้องดูแลรักษาคนไข้ทุกรายด้วยตัวเอง และที่สำคัญทุกคนที่ทำงานในมูลนิธิฯ ต่างได้แต่เอาใจช่วยภาวนาขอให้บิ๊กแจ๊ด หรือ หมอแจ๊ด ได้กลับมาเมืองไทยโดยเร็ว

มีรายงานด้วยว่า ในส่วนของนายตรีลุพท์ ธูปกระจ่าง ลูกชาย พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ที่บินด่วนไปประเทศญี่ปุ่นเพื่อนำหลักฐานเกี่ยวกับอาวุธปืนไปมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่น ยังไม่ได้พบกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผู้เป็นพ่อ ทำได้แต่เพียงส่งจดหมายฝากไปพร้อมกับทนายความที่ได้รับอนุญาตให้พบ พล.ต.ท.คำรณวิทย์เท่านั้น ส่วนหลักฐานเกี่ยวกับปืนที่นายตรีลุพท์นำไปแสดงกับเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นนั้น ไปๆมาๆกลายเป็นปืนคนละกระบอก โดยปืน North American Arms.22 กระบอกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจญี่ปุ่นยึดไว้เป็นของกลาง เป็นปืนที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ได้จากเพื่อน และเป็นปืนไม่มีทะเบียนด้วย

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดบิ๊กแจ๊ด ปืนลูกโม่จิ๋วเจ้าปัญหาอาจเป็นปืนเถื่อน ตำรวจญี่ปุ่นไม่พบ รายละเอียดการตอกเลขรหัสประจำปืน ด้านผู้การ ตท.บอกรอฟังผลการตัดสินของอัยการญี่ปุ่นว่าจะสั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง... 28 มิ.ย. 2558 01:02 28 มิ.ย. 2558 05:33 ไทยรัฐ