วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 28/06/58

โดย สีกาอ่าง

พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีดใหญ่ เนื้อโลหะผสม 2505 วัดช้างให้ ของ อมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์.

เข้าสนามพระวิภาวดี อาทิตย์สุดท้ายของเดือนหก ซึ่งอีกสองวันก็เป็นวันหวยออก จึงมีหลายคนคอยจ้องว่า วันนี้ สีกาอ่าง จะใบ้หวยอะไร เพราะกลายเป็นว่า ที่เขียนถึงพระเครื่อง ว่าสร้างปีไหน อายุหลวงพ่อเท่าไหร่ ถูกแฟนๆเอาไปเป็น เลขเด็ด กันบ่อยๆ.....

วันนี้ ก็มีหลายหลวงพ่อมาชุมนุมกัน ก็คงไม่แคล้วจะอาศัยเป็นแหล่งเลขเด็ด ตามเคย.....

อันที่จริง พระกับหวย ซึ่งเป็น การพนัน เนี่ยไม่น่าไปกันได้ แต่ก็ไปได้ดีมาก.....

ในสมัยของ สมเด็จโต วัดระฆังฯ ก็เล่ากันว่า ท่านก็เคยใบ้หวย เพราะตอนที่ไปวัดมหาธาตุ มีพระรูปหนึ่งมาดักรอหน้าประตูวัด บอกว่า อยากจะขอหวย เพราะลือกันว่า ท่านให้หวยแม่น สมเด็จโต ก็เห็นขำ จึงตอบว่า อย่ามายอฉันเลยจ้ะ.....

แค่เนี้ย ก็เอาคำว่า ยอ กับ จ้ะ ที่ท่านพูด ไปตีเป็นหวย ย. ฮ่องชุน กับ จ. อันสือ และถูกจริงๆ .....

อีกครั้ง ท่านซื้อขนมจีนจากแม่ค้าพายเรือหน้าวัด พอให้เงินแม่ค้าไม่รับ บอกขอถวาย ท่านก็เกรงใจ ย้ำว่า ขนมจีน 2 จานนะแม่หนู และพูดซ้ำๆ จนแม่ค้าเอะใจ ว่าท่านอาจให้ลาภเพราะแม่ค้าไม่คิดค่าขนมจีน ก็อยากชดเชยให้ทางอื่น จึงเอาไปแทงหวย จ.อันสือได้เงินไปหลายร้อย.....

รู้ไว้ใช่ว่า เรื่องหวยกับคนไทย มีมาแต่โบราณแล้ว เพราะเกิดขึ้นในสมัยราชวงศ์ไต้เช็ง ซึ่งคนจีนนิยมเล่น ฮวยหวย กันมาก โดยเน้นทายเลขหรือตัวหนังสือกัน เมื่อคนจีนรอนแรมลงเรือมาค้าขาย ทำมาหากินในเมืองไทย กรรมกรจีนก็เอาการพนันฮวยหวย มาเล่นกันเอง แต่แพร่หลายสู่คนไทย ซึ่งย่อเรียกว่า หวย.....

การเล่นหวยในสมัยนั้น ไม่ผิดกฎหมาย เพราะพระเจ้าแผ่นดินโปรดให้ตั้งหน่วยงานขายหวยกันเป็นเรื่องเป็นราว แบบสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนำเงินมาบำรุงท้องพระคลัง ให้ประเทศได้เงินมาหมุนเวียนใช้สอย.....

แต่คนไทยสมัยนั้น อ่านหนังสือไม่ออก ไม่รู้ภาษาจีน การเล่น ฮวยหวย จึงปรับเป็นให้พนันแทงตัวอักษรไทย ก ข ค ง ฯลฯ เรียกว่า หวย ก ข และตามด้วยชื่อจีน เช่น ถ้าแทง จ ก็ต้อง จ. อันสือ ฆ. ยิดซัง พ. กิดบิ้น ฌ. ฮวยกัว ญ. ย่องเซ็ง อะไรอย่างนี้ สนุกดี.....

เข้าไปดูว่าวันนี้ มีหลวงพ่ออะไรมา องค์แรกคือ พระสมเด็จพิมพ์ฐานแซม วัดระฆังโฆสิตาราม ของ เสี่ยชํานาญ ฤชุรุ่งเรืองนักนิยมพระเมืองกำแพงเพชร เป็นพระสภาพสมบูรณ์สวยเดิมไม่มีการเสริมแต่ง พิมพ์ทรงองค์พระที่ดูผึ่งผาย กับ “เส้นซุ้ม” แบบ “หวายผ่า” เป็นเอกลักษณ์ของ “พระสมเด็จวัดระฆังฯ” ที่ผู้สนใจแสวงหา ต้องศึกษาจดจำให้ ติดตา.....

องค์ที่สอง คือ พระชัยวัฒน์หุ้มก้น สมเด็จพระสังฆราช (แพ ติสสฺเทว มหาเถร) วัดสุทัศนเทพวราราม ถือเป็น พระชัยวัฒน์ รุ่นแรก ดําเนินการจัดสร้างโดยลูกศิษย์ พระยาศุภกรบรรณสาร (นุ่ม วสุธาร) เมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๐ ขณะ สมเด็จฯ ยังดํารงสมณศักดิ์ที่ พระพรหมมุนี (ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๕๕-๒๔๖๖).....

ลักษณะพิมพ์พระแยกเป็น 2 ปาง คือ พิมพ์สมาธิจำนวน 300 องค์ กับพิมพ์มารวิชัยจำนวน 50 องค์ เนื้อพระเป็นโลหะผสม นวโลหะ สีเหลืองแกมแดงกลับน้ำตาล (เชื่อว่ามีเนื้อโลหะชนวนหล่อองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช วัดเบญจมบพิตร ผสมรวมด้วย) ใต้ฐานเจาะรูบรรจุผงพุทธคุณหุ้มปิดฐานด้วยแผ่นโลหะ (ทองแดง) ด้านใต้จารึกอักขระขอมบอกพระนามไม่ซ้ำกัน ปัจจุบันจัดเป็นพระชัยวัฒน์ที่มีชื่อเสียง ได้รับความนิยมสูงสุด องค์ในภาพของ เสี่ยอมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ เป็นพระสภาพสวยแต่งเดิม ราคา หลักล้าน.....

องค์ที่สาม คือ พระหลวงพ่อทวด หลังเตารีดใหญ่ เนื้อโลหะผสม พ.ศ.๒๕๐๕ วัดช้างให้ ปัตตานี แม้กระแสการเล่นหาจะไม่ร้อนแรงเหมือนเมื่อ 2-3 ปีก่อน แต่ก็เป็นเฉพาะกับพระสภาพใช้ เพราะพระสภาพสวยแชมป์แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยอมรศักดิ์ พงศ์พศุตม์ ยังมีใบสั่งไม่ขาดสาย และเรียกราคาได้ดี.....

องค์ต่อไปเป็น เหรียญสมเด็จพระพุทธชัยศรี เนื้อตะกั่ว ปี พ.ศ. ๒๕๑๘ หลวงปู่เพิ่ม วัดกลางบางแก้ว นครปฐม จัดสร้างครั้งสำคัญในวาระ “หลวงปู่เพิ่ม” อายุ 92 ปี เพื่อหารายได้เข้ามูลนิธิเพิ่มบุญเพื่อสร้างโรงเรียนเพิ่มบุญวิทยา.....

พิธีพุทธาภิเษก เททองหล่อพระจัดยิ่งใหญ่ เมื่อ 19 ต.ค.2517 มีทั้ง เหรียญ พระกริ่ง พระเนื้อผง จัดพิธีเป็น 3 วาระ รวบรวมแผ่นโลหะลงอักขระปลุกเสกจาก 219 พระเกจิทั่วประเทศ งานพุทธาภิเษก มีพระเกจิอาจารย์อาวุโสผู้มีชื่อเสียงแห่งยุคกว่า 108 องค์ อาทิ หลวงปู่เขียววัดหรงบน หลวงพ่อเต๋ วัดสามง่าม หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฯ พ่อท่านจัน วัดทุ่งเฟื้อ ฯลฯ และ หลวงปู่เพิ่ม อธิษฐานจิตปลุกเสกกํากับเป็นวาระสุดท้าย เฉพาะเนื้อตะกั่วแบบเหรียญนี้ของ เสี่ยพ๊อต งาม-วงศ์วาน มีสร้างไว้จำนวน เพียง 1,000 เหรียญ ราคาเล่นหาหลักหมื่น ถือว่า น่าเก็บ.....

อีกเหรียญคือ เหรียญรุ่นแรก พ.ศ. ๒๔๘๒ หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพธิ์ นครสวรรค์ ซึ่งเป็นเหรียญรูปจำลอง หลวงพ่อ เดิม ที่ได้รับความนิยมสูงสุด.....

บล็อกแม่พิมพ์ด้านหน้ามีแบบเดียว แต่บล็อกแม่พิมพ์ด้านหลังแยกเล่นเป็น 2 แบบ ดอกจันตรง กับ ดอกจันโค้ง เสียดายที่เหรียญนี้ของ พล.ต.ท.รุ่งฤทธิ์ ซุ่นทรัพย์ ผบ.สยศ.ตร. มีตลับเพชรเน้นหรู จึงเห็นแต่ด้านหน้า ไม่รู้ว่าด้านหลังเป็นบล็อกไหน แต่ไม่ว่าจะบล็อกไหนถ้าสวยระดับนี้ ปัจจุบันหายากพอกัน และค่าตัวเหยียบ ล้าน เหมือนกัน.....

สุดท้ายคือ เหรียญหล่อ (สี่เหลี่ยมปรกโพธิ์) รุ่นแรก พ.ศ.2465 เนื้อทองเหลือง หลวงพ่อทอง วัดเขาตะเครา ต.บางครก เพชรบุรี.....

สร้างสมัย พระอธิการห้อย เป็นเจ้าอาวาส ด้านหน้า เป็นรูปจำลององค์หลวงพ่อทอง ด้านหลังมีอักขระพระคาถาว่า อิสวาส มิโน เชยยะ .....

ที่เรียกนาม หลวงพ่อทอง ได้มาจากตำนานพระพุทธรูป 5 พี่น้องที่ถูกชะลอลงแม่น้ำหนีศึกพม่ามาจากทางเหนือในสมัยกรุงศรีอยุธยา ล่องจากต้นน้ำเจ้าพระยามา มาแยกสู่แม่น้ำสาขาสายต่างๆซึ่งประกอบด้วย หลวงพ่อโสธร แยกไปแม่น้ำบางปะกง หลวงพ่อโต (บางพลี) แยกไปแม่น้ำสมุทรปราการ.....

หลวงพ่อวัดไร่ขิง แยกไปแม่น้ำนครชัยศรี ส่วน หลวงพ่อวัดบ้านแหลม และ หลวงพ่อทอง แยกไปแม่น้ำเพชรบุรี--เล่ากันว่าทั้งสององค์พบโดยคนหาปลาองค์หนึ่งเป็น พระพุทธรูปยืนอุ้มบาตร ขนาดใหญ่ เคลื่อนย้ายยาก จึงนำขึ้นมอบถวายวัดบ้านแหลม.....

อีกองค์เป็น พระพุทธรูปศิลปะสมัยเชียงแสน ขนาดพอประมาณ มีแผ่นทองคำเปลวปิดทับหนาเตอะดูไม่รู้เนื้อพระ เป็นปูนหรือโลหะ จึงนำกลับบ้านมาตั้งบูชา อธิษฐานขอบารมีดลบันดาลให้มีฐานะร่ำรวย ก็รวยจริงแต่ไม่มีลูกเมีย พอชรานึกห่วงองค์ หลวงพ่อทอง เกรงจะมีคนนำไป จึงอธิษฐานขอให้ หลวงพ่อทอง ดลบันดาลให้มีผู้มาสร้างวัดในที่ดินของตน.....

เมื่อจากไป คำอธิษฐานเป็นจริง เมื่อมี ชาวจีนไว้เครา มาพบองค์หลวงพ่อ จึงสร้างวัด และอัญเชิญ หลวงพ่อทอง ประดิษฐาน เป็นพระประธาน--เดิมเรียกกันว่า วัดตาเครา แต่ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา จึงเรียกเป็น วัดเขาตะเครา.....

อานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ หลวงพ่อทอง แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ จึงมีผู้เดินทางทุกทิศไปสักการะบูชาไม่ขาด ได้รับการยกย่องให้เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง .....

จึงมีการจัดสร้าง วัตถุมงคลหลวงพ่อทอง นับรุ่นไม่ถ้วน และยังจำหน่ายได้หมด และถ้าเป็น รุ่นแรก สภาพสวยเนี้ยบคมอย่างนี้ ของ เสี่ยเอนก จันทร์ใบเล็ก ตั้งราคาที่ความพอใจ.....

องค์ต่อไป มาจากรังใหญ่ของอัยการชื่อดังนักเล่นพระ อัยการวัชรินทร์ภาณุรัตน์ ซึ่งศรัทธาอริยสงฆ์แห่งวัดกลางบางแก้ว นครปฐม คือหลวงปู่บุญ เป็นที่สุด.....

ถึงจะมีพระเครื่องดังๆแทบทุกตระกูล แต่พวงพระในคอ จะไม่เคยขาด พระหลวงปู่บุญ เลย.....

สำหรับองค์นี้ เป็น พระ-พิมพ์นางสะดุ้งกลับ เนื้อดิน ซึ่งตามประวัติว่า ไม่มีพระเกจิอาจารย์องค์ใดปลุกเสกพระเนื้อดินนานเท่า หลวงปู่บุญ คือ ท่านปลุกเสกถึง 20 ปี กว่าจะแจกจ่ายลูกศิษย์ผู้ศรัทธา .....

พระพิมพ์สะดุ้งกลับ ก็คือพระปางมารวิชัย เพียงแต่มือขวาขององค์พระ จะ กลับด้าน จากพระปางมารวิชัยทั่วไป จึงเรียก สะดุ้งกลับ--ตอนแรกคนคิดว่าช่างที่แกะแม่พิมพ์แกะผิด แต่เมื่อดูรูปถ่ายของหลวงปู่บุญ จึงพบว่าท่านก็นั่งทำมือเหมือนปางสะดุ้งกลับ จึงเชื่อว่าเป็นวัตถุประสงค์ของท่าน ที่ต้องการสร้างพระพิมพ์ดังกล่าวขึ้นเพื่อให้มีอานุภาพกลับจากร้ายเป็นดี.....

วิชาสร้าง พระพิมพ์สะดุ้งกลับ นี้ เรียกได้ว่า หลวงปู่บุญ เป็นองค์แรก และองค์เดียว ที่ปลุกเสกพระพิมพ์สะดุ้งกลับให้มีอานุภาพสูง เพราะวิชาที่หลวงปู่บุญท่านปลุกเสก ยากลำบากกว่ากรณีทั่วไป พลังต้อง เข้มแข็ง ไม่งั้นจะเข้าตัวอันตราย แม้กระทั่งลูกศิษย์ท่านคือ หลวงปู่เพิ่ม ยังไม่กล้าทำ พระสะดุ้งกลับ.....

ขณะพระยังไม่แห้ง ท่านจะลงจารเป็นเส้นลึกลงในเนื้อพระ เรียกกันว่า จารเปียก ด้วย เฑาะว์มหาพรหม หรือ เฑาะว์ขึ้นยอด บางองค์จารด้วยตัว อัง มีน้อยองค์ที่จะจารด้วย “ภควา” ซึ่งเชื่อว่ามีประสบการณ์ทางมหาลาภเป็นเยี่ยม.....

พระนาง-สะดุ้งกลับ ในวงการ มีไม่เกิน 200 องค์ หายากมากๆ องค์นี้ได้สัดส่วนสวยงาม พระหลวงปู่บุญ ก็หายากแล้ว พิมพ์นี้ยิ่งหายากยิ่งกว่า และยังจารด้วย “ภควา”.....

อัยการวัชรินทร์ ซึ่งชอบของยากๆ มีน้อยๆ จึงนิมนต์ติดคอตลอด และพบว่าเมื่อสวดกำกับด้วยคาถาของท่านแล้วมี พลังบุญ คุ้มครองตลอด ไม่เคยขัดสนเรื่องเงินทอง เวลามีเรื่องร้ายๆ เมื่ออธิษฐานก็ผ่านไปได้ อย่างมหัศจรรย์.....

เข้า สนามพระใหม่ วันนี้ก็มีมารายการเดียว รายการดัง คือ วัตถุมงคล พญาครุฑ ของ หลวงพ่อเอื้อน วัดวังแดงใต้อ.ท่าเรือ พระ-นครศรีอยุธยา .....

เครื่องรางของขลัง ครุฑ มีเกจิอาจารย์สร้างหลายสำนัก ตามความเชื่อว่าเป็นของสูงเสริมส่งบารมี เสริมอำนาจให้ยิ่งใหญ่ หนุนนำชีวิต ต่อชะตา แก้และกันอาถรรพณ์ต่างๆ เพราะ ครุฑ เป็นพญานกกึ่งเทพ มีพลังอำนาจ ถือเป็นสัญลักษณ์คู่แผ่นดิน และสถาบันพระมหากษัตริย์.....

หลวงพ่อเอื้อน (พระครูอดุลวิริยกิจ) จึงสืบสานตำนานความมีอำนาจของ ครุฑ สร้างรุ่นมหาบารมี มหาอำนาจ รุ่นแรก มีพญาครุฑ บูชา พญาครุฑหล่อลอยองค์ แหวนมหาบารมี เหรียญรูปไข่พญาครุฑ ด้านหลัง ยันต์โสฬสมหามงคล สุดยอดแห่งยันต์วิเศษครอบจักรวาล ทั้งคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด เมตตามหานิยม ค้าขาย กันคุณไสย อาถรรพณ์ต่างๆ.....

อีกแบบเป็น กำไลมหาอำนาจ มีคุณวิเศษด้านทำมาค้าขาย มีกำไร เป็นงานประกอบ 2 ชิ้น ลงยันต์นะทรงธรณี ใต้ยันต์เป็น พระคาถาหัวใจครุฑ “กา ระ ภา นะ” และ พระคาถาหัวใจฤทธิ “อะ หัง นุ กา” ใส่คู่กับ “แหวนมหาบารมี” ช่วยเสริมสง่าราศี.....

ตอนนี้ ครุฑหล่อลอยองค์ ชุดกรรมการ (สร้าง 58 ชุด) และ เหรียญพญาครุฑชุดกรรมการ (สร้าง 2,558 ชุด) ได้รับความสนใจ ส่วนแบบเช่าบูชาเดี่ยว มี เหรียญพญาครุฑ เนื้อพิเศษ (โค้ด อ.) เนื้อเงินลงยาหน้าทองคำ, เนื้อเงินลงยา, เนื้อนวะหน้าเงิน, เนื้อชุบทองลงยา--พิธีพุทธาภิเษกจัด 26 ก.ค.นี้ ณ อุโบสถวัดวังแดงใต้ จองบูชาได้ที่วัด หรือ 08-6803-1993, 08-1875-5084, 08-2341-9196.....

ลาเดือนหกกันด้วยเรื่อง เสี่ยฮิม เจ้าของร้านอะไหล่รถยนต์ ในโคราช ซึ่งสร้างตัวร่ำรวยเป็นเสี่ยตั้งแต่อายุน้อยๆ.....

แต่ เสี่ยฮิม ชอบหญิงมาก และทำเป็นเรื่องเป็นราว เพราะเก็บภาพเป็นเล่มๆ บอกชื่อสกุลชื่อจริง ชื่อเล่นเบอร์โทร.แบบสมุดเฟรนด์ชิพสมัยก่อน จนเพื่อนตั้งฉายาว่า ดอนฮิม (แบบดอนฮวน คาสซาโนว่า จอมเจ้าชู้ฝรั่ง หรือแบบพี่แผน ขุนแผน ของเรา).....

มัวแต่จีบๆ จนเพื่อนแต่งงานไปหมดแล้ว เสี่ยฮิม ซึ่งอายุ 40 ขวบ ถึงเพิ่งคิดจะแต่ง จึงพาแฟนไปแจกการ์ด ทำให้เพื่อนๆดีใจแต่ก็ห่วงว่าจะเลิกเจ้าชู้ไหม.....

เพื่อนสนิท เสี่ยไมค์ เลยเตือนว่ามีเมียแล้ว มึงต้องเลิกเจ้าชู้นะ เอาสมุดกิ๊กทิ้งให้หมด เพราะเมียขี้หึงทุกคน อะไรเป็นความลับอย่าเก็บไว้ เพราะรับรองถูกเมียค้นแหลก .....

เสี่ยฮิม ก็พยักหน้า อวดว่า ไม่ต้องห่วง กูทำแล้ว แต่ เสี่ยไมค์ ยังไม่ไว้ใจเพื่อน อะไรจะเลิกง่ายขนาดนั้น จึงย้ำว่า สาบานว่าทิ้งหมดแน่นะ .....

เสี่ยฮิม เลยสารภาพว่าเหลือแค่สวยเด็ดๆแค่ 5 คนแต่รับรองเมียไม่มีทางรู้ เพราะกูเก็บไว้ที่ ลับสุดยอด ที่เมียจะไม่สงสัยเลย.....

ว่าแล้วก็หยิบสร้อยที่มีพระเครื่องห้อยอยู่ 5 องค์พระมาให้ดูชุด เบญจนารี ที่เอาเบอร์โทร.กิ๊ก 5 คนซ่อนไว้ในตลับพระเจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

27 มิ.ย. 2558 09:40 27 มิ.ย. 2558 09:48 ไทยรัฐ