วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผ่าแรงเสียดทาน “อำนาจพิเศษ” ท้าทาย คสช. : ห้องเครื่องเฉื่อย ม้าขาวป้อแป้

นับอายุถ้าเป็นคนก็เข้าสู่บั้นปลายชีวิตเข้าไปแล้ว

24 มิถุนายน พ.ศ.2475 วันเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทย มาสู่ระบอบประชาธิปไตยภายใต้พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ผ่านร้อน ผ่านฝน ผ่านหนาว ถึงวันนี้ก็ครบรอบ 83 ปีเต็ม

โดยวันเวลาที่สั่งสมมา น่าจะแข็งแกร่งตามวัย

แต่อย่างที่เห็นท่ามกลางฉากการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ในวันรำลึกการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475

ฟากหนึ่งฝ่ายต่อต้านขบวนการล้มสถาบัน ได้ทำพิธีกรรมถอน “หมุดคณะราษฎร์” บริเวณพระบรมรูปทรงม้า นัยว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ไม่น่าจดจำ

ขณะที่อีกด้านหนึ่งนักวิชาการ นักศึกษา นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย ได้นำพวงมาลาดอกไม้มาวางพร้อมทำการเช็ดหมุดคณะราษฎร์

“ชำระหมุดประวัติศาสตร์เพื่อความสะอาดของประชาธิปไตย”

โดยปรากฏการณ์ปะทะกันทางความคิดอย่างหักมุมของคน 2 ขั้ว 2 ฝ่าย

สะท้อนวิกฤติความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทยยังห่างไกลจากคำว่า “ปรองดอง”

เป็นภาระอันหนักอึ้งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.ที่ยึดอำนาจการปกครอง

ขอสิทธิใช้อำนาจพิเศษในการนำประเทศไทยกลับคืนสู่ความสงบสุข

ท่ามกลางบรรยากาศที่หัวเชื้อความขัดแย้งยังคุกรุ่นอยู่ตลอดเวลา

ตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษา นักวิชาการบางกลุ่ม ในการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านอำนาจรัฐบาลทหาร

โผล่ตรงนั้น เคลื่อนไหวตรงนี้ มีกิจกรรมท้าทายท็อปบูตตลอดเวลา

ขณะที่ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ออกมาแฉเองเลยว่า มีกลุ่มการเมืองสนับสนุนอยู่เบื้องหลังกลุ่มนักศึกษาไม่ว่าจะเป็นกลุ่มดาวดิน หรือกลุ่มพลเมืองโต้กลับ

เสียงเข้ม ปรามให้อยู่ในขอบเขต

แต่ตามยุทธศาสตร์ของฝ่ายความมั่นคง คสช. ก็เน้นใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามประกบ สกัดการเคลื่อนไหว ด้วยการเจรจาหรือเชิญตัวไปปรับทัศนคติที่โรงพักก่อนปล่อยตัวไป

พยายามไม่ให้เกิดสถานการณ์ “น้ำผึ้งหยดเดียว”

เช่นเดียวกับยุทธศาสตร์การตลาดของอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีกิจกรรมเป็นข่าวรายวัน ทั้งการจัดฉลองวันเกิด เดินสายเที่ยวสวนผลไม้ที่ต่างจังหวัด

เลี่ยงกฎเหล็ก คสช. เลี้ยงกระแสแฟนคลับได้เนียนๆ

แต่ทหารก็ไม่ได้ซีเรียส หรือเดินเกมบล็อกจนขยับไม่ได้ ยังปล่อยไปตามธรรมชาติ

ฝ่าย เสธ.คสช.อ่านขาดเป็นแค่เหลี่ยมประคองเกมวัดใจในห้วงที่คดีจำนำข้าวในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ต้องลุ้นออกหัวออกก้อย

ทั้งหมดทั้งปวงโดยสถานการณ์ด้านความมั่นคงอยู่ในวิสัยที่ คสช.คุมเกมได้ ตามฟอร์มรัฐบาลทหารที่เน้นเป็นพิเศษอยู่แล้ว

และที่เน้นเช่นเดียวกันกับยุทธการลุยล้างทุจริตคอร์รัปชัน

ล่าสุดเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 19/2558 สั่งพักการปฏิบัติหน้าที่และโยกย้ายข้าราชการประจำ ข้าราช-การการเมือง จำนวน 71 ราย

ที่อยู่ในข่ายโดนตรวจสอบปมทุจริต

ไล่ตั้งแต่ข้าราชการระดับปลัดกระทรวง อธิบดี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นายก อบจ. นายก อบต.ไปยันเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงาน

เป็นลอตที่สองต่อจากรอบแรกที่เชือดไปแล้ว 45 ราย

นี่คือจุดขายของรัฐบาลทหาร คสช.ที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วไปในการเดินหน้าขุดรากถอนโคนข้าราชการ นักการเมืองโกง

เป็นอะไรที่สังคมยกธงเชียร์เต็มที่

ว่ากันตามเหลี่ยมยุทธศาสตร์ที่ คสช.เน้นการปราบโกงรักษาระดับความศรัทธา ในขณะที่การคุมสภาพความมั่นคงก็ยังอยู่ในวิสัยที่เอาอยู่

สถานภาพของรัฐบาลอำนาจพิเศษยังอยู่ในระดับที่วางใจได้

แต่ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก ยังอยู่ใน จังหวะติดๆขัดๆก็คือฟอร์มด้านการ บริหารอำนาจ

ประเภทที่ถูกมองว่า งานสำคัญเร่งด่วนตรงหน้าไม่ทำ แต่ไปมุ่งงานวาระจรที่ไม่จำเป็นแต่อย่างใด

อย่างปมร้อนๆการเสนอเปิดกาสิโนในประเทศไทย

ที่ชงโดยสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในนามกลุ่มรักชาติ และออกมาขานรับโดยคนระดับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ประกาศผลักดันสุดตัว

ตามรูปแบบที่ยังก้ำกึ่งระหว่างกาสิโนกับบ่อนเสรี

แต่ก็ตามคาด กระแสต่อต้านบานปลายจากเรื่องของพวกโลกสวย ห่วงประเด็นเรื่องศีลธรรม

กลายเป็นปมการเมือง ตามท้องเรื่องที่ สปช.บางคนออกมาโยนระเบิด แฉเบื้องหลังขบวนการหนุนเปิดกาสิโนรับงานจากคนระดับ “พลเอก” เพื่อแลกกับเก้าอี้สมาชิกสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ

และยังผูกโยงกับเงินหมื่นล้านเป็นทุนตั้งพรรค การเมือง

เรื่องชักจะลามไปกันใหญ่ จน พล.อ.ประยุทธ์เลยต้องสั่งออกอากาศให้ ผบ.ตร.หยุดพูดเรื่องกาสิโนได้แล้ว ขณะที่ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ก็บอกปัดเป็นแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของ พล.ต.อ.สมยศ ไม่ทราบเรื่องทหารยศพลเอกที่อยู่เบื้องหลัง

ตามจังหวะหัวขบวนอำนาจพิเศษต้องรีบแตะเบรกกันตัวโก่ง

ก่อนที่ปมกาสิโนจะก่อแรงกระเพื่อมให้รัฐบาลคสช.ไปมากกว่านี้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยปรากฏการณ์ของปมกาสิโนมันก็สะท้อนให้เห็นถึงภาวะการบริหารภายใต้อำนาจพิเศษของรัฐบาล คสช.ที่อ่อนไหว เปราะบาง

เจอแรงเสียดทาน ออกอาการเซถลาได้ทุกขณะ

ท่ามกลางสารพันปัญหาที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาลคสช.ทั้งที่เป็นโจทย์ยากอยู่เหนือการควบคุมและปัญหาที่อยู่ในวิสัยการควบคุมได้

อย่างเช่นเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเป็นเรื่อง

กรณีอื้อฉาวที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น.ไปถูกจับที่ประเทศญี่ปุ่น ฐานพกพาอาวุธปืนขึ้นเครื่องและถูกตรวจเจอที่สนามบิน

กลายเป็นเผือกร้อนที่กระเด็นใส่มือรัฐบาล

ประเด็นไม่ใช่อยู่ที่ว่าจะติดคุกหรือไม่ รัฐบาลจะช่วยเหลือคนไทยอย่างไร

แต่ปมสำคัญจริงๆมันอยู่ที่ว่าผ่านด่านตรวจ

ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปได้ยังไง และหนีไม่พ้น โยงไปกระทบปมมาตรฐานความปลอดภัยในระบบการบินของประเทศไทย ที่กำลังมีปัญหาถูกองค์กรรับรองมาตรฐานการบินพลเรือนนานาชาติ (ICAO) ชักธงแดง

ประจานตอกย้ำกันแบบแก้ตัวไม่ออกก็แล้วกัน

งานนี้มีหวังเจอ “ธงแดง” เข้มขึ้นอีกแน่

นี่คือเรื่องส่วนบุคคลที่บังเอิญกดซ้ำทับปัญหาด้านมาตรฐานการบินที่กำลังอยู่ในภาวะล่อแหลม จ่อโดนแบน ตามความคาดหวังที่ว่ารัฐบาลซึ่งถืออำนาจพิเศษอยู่ในมือน่าจะแก้ปัญหาได้รวดเร็วกว่ารัฐบาลปกติ

แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่บ่งชี้ว่า จะกู้สถานการณ์ได้ทัน

ซึ่งนั่นก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับการเผชิญวิกฤติภัยแล้งที่หนักสุดในรอบหลายสิบปี

ตามข้อมูลแบบที่ว่า ถ้าหากฝนไม่ตกเหนือเขื่อนหลักอย่างเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก เขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ จะมีน้ำปล่อยออกมาให้ใช้ได้อีกไม่เกิน 30 วัน หรือยืดได้เต็มที่ไม่เกิน 45 วัน

ถึงขั้นที่กระทรวงเกษตรฯต้องขอใช้มาตรการทางทหารควบคุมพื้นที่ปลูกข้าว ตามภาพข่าวตำรวจ ทหารต้องป้องกันการปะทะกันระหว่างชาวบ้านในการแย่งน้ำทำนา

แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งก็มาจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลให้ภาวะอากาศแปรปรวนไปทั่วโลก

ถือเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมของมนุษย์

แต่อีกส่วนหนึ่งก็ต้องพูดถึงประสิทธิภาพ ในการรับมือ ซึ่งอยู่ในวิสัยที่มนุษย์บริหารจัดการได้

เพราะอันที่จริงภาวะ ภัยแล้งรอบนี้มีการ

ส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ตามข้อมูลที่มีการประมวลจากแหล่งต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

รู้ล่วงหน้ามาเกือบครึ่งปี แต่ถึงเวลาเกิดปัญหาภัยแล้งรุกจ่อคอหอย จากตัวเลขน้ำในเขื่อนที่เหลืออยู่ไม่ได้สอดรับกับภาวะฝนทิ้งช่วงแต่อย่างใด

ประจานการบริหารจัดการน้ำ ไม่มีการเตรียมรองรับสถานการณ์ไว้เลย

แสดงถึงความบกพร่องตั้งแต่ระดับข้าราชการ ไปยันระดับรัฐมนตรีผู้บริหารกระทรวง

และนั่นก็สะท้อนไปถึงรัฐบาลที่ทำงานแบบผ่านไปวันๆ ไม่สมกับที่ถืออำนาจพิเศษอยู่ในมือ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่ตั้งขึ้นมาไม่รู้กี่คณะต่อกี่คณะไม่มีประสิทธิภาพ

มีแต่โรดโชว์ แต่ถึงเวลาปฏิบัติจริงบ้อท่า

แน่นอนต้องยอมรับว่า มันมีปัจจัยแทรกซ้อน อย่างที่รู้กันรัฐบาลอำนาจพิเศษไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปฏิบัติ ข้าราชการใส่เกียร์ว่างรอรัฐบาลจากการเลือกตั้ง

ถึงจะมีอำนาจเด็ดขาด แต่ถ้าไม่ได้รับการยอมรับก็ลำบาก

แต่อีกส่วนหนึ่ง คสช.ก็ปฏิเสธไม่ได้ “ห้องเครื่อง” รัฐบาลก็อยู่ในอาการเฉื่อย นายกรัฐมนตรีเทกแอ็กชันอยู่คนเดียว ถึงคะแนนนิยมส่วนตัวสูง ก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก

“อัศวินม้าขาว” ทำงานคนเดียวไปไม่รอด.


“ทีมการเมือง”

27 มิ.ย. 2558 08:04 27 มิ.ย. 2558 08:04 ไทยรัฐ