วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดโปง “จารกรรมเอลิเซ” พันธมิตรล้วงตับกันเอง

เปิดโปง “จารกรรมเอลิเซ” พันธมิตรล้วงตับกันเอง

  • Share:

ถูกล้วงตับ-แฟ้มภาพ (จากซ้ายไปขวา) อดีตประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก, นิโกลาส์ ซาร์โกซี และประธานาธิบดีฟรองซัวส์ โอลองด์ แห่งฝรั่งเศส ซึ่งวิกิลีกส์แฉว่า ถูกเอ็นเอสเอสหรัฐฯลอบสอดแนม ช่วงปี 2549–2555 (รอยเตอร์)


เว็บไซต์จอมแฉ “วิกิลีกส์” เคยปล่อยข้อมูลลับเด็ดๆ แล้วหลายระลอก ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมในที่มืดของ “พี่เบิ้ม” สหรัฐอเมริกา ซึ่งหลายครั้งทำเอาพญาอินทรีสั่นสะเทือน

กรณีล่าสุดเมื่อ 23 มิ.ย. นี่ก็เช่นกัน วิกิลีกส์เผยแพร่เอกสารลับชื่อ “จารกรรมเอลิเซ” (Espionage Elysee) ระบุว่า สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (เอ็นเอสเอ) ของสหรัฐฯ ลอบสอดแนมประธานาธิบดีฝรั่งเศส 3 คน ช่วงปี 2549-2555 คือนายฌากส์ ชีรัก นายนิโกลาส์ ซาร์โกซี และนายฟรองซัวส์ โอลองด์ ผู้นำคนปัจจุบัน

เรื่องนี้ทำให้ชาวฝรั่งเศสขุ่นแค้น จนนายโอลองด์ต้องเรียกประชุมฉุกเฉินคณะกรรมการกลาโหม ก่อนประกาศกร้าวว่าพฤติกรรมเช่นนี้ “ยอมรับไม่ได้” ฝรั่งเศสจะไม่อดทนกับการกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคง รมว.ต่างประเทศฝรั่งเศสยังเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐฯเข้าพบ และส่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรองไปไล่เบี้ยสหรัฐฯถึงกรุงวอชิงตัน

เดือดร้อนถึงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ ต้องต่อโทรศัพท์สายตรงเคลียร์กับนายโอลองด์ โอบามากับโฆษกเอ็นเอสเอยังรีบยืนยันว่าสหรัฐฯเลิกสอดแนมผู้นำฝรั่งเศสและชาติอื่นนานแล้ว และจะไม่ทำอีก แต่ก็ไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่าเคยสอดแนมผู้นำฝรั่งเศสทั้ง 3 คน จริงหรือไม่

สำหรับเอกสารลับที่ถูกเผยแพร่ รวมทั้งข้อมูลที่นายซาร์โกซีดำริจะรื้อฟื้นกระบวนการเจรจาสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์โดยไม่มีสหรัฐฯ ยุ่งด้วย ข้อมูลที่นายโอลองด์จัดการประชุมลับเรื่องวิกฤติการเงินของกรีซจนอาจทำให้กรีซถอนตัวจากกลุ่มยูโรโซน การสนทนาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝรั่งเศสเกี่ยวกับวิกฤติการเงินโลก อนาคตของอียู ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลฝรั่งเศสกับเยอรมนี ไปจนถึงเบอร์โทรศัพท์มือถือของโอลองด์และเจ้าหน้าที่อื่นๆ

ตั้งแต่ปี 2553 วิกิลีกส์เริ่มโด่งดังเป็นพลุแตก หลังปล่อยข้อมูลลับเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในสงครามอิรักและอัฟกานิสถาน และข้อมูลลับทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กว่า 100,000 หน้า สัปดาห์ที่แล้วก็เพิ่งเผยแพร่ข้อมูลลับด้านการทูตของซาอุดีอาระเบียกว่า 60,000 หน้า ขณะที่นายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ ถูกสหรัฐฯ ไล่ล่าจนต้องหนีเข้าไปขอลี้ภัยในสถานทูตเอกวาดอร์อังกฤษจนถึงบัดนี้

มิหนำซ้ำตั้งแต่ปี 2556 นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตเจ้าหน้าที่ซีไอเอและบริษัทคู่สัญญาของเอ็นเอสเอก็ออกมาเปิดโปงอีกรายว่าเอ็นเอสเอมีโครงการลับชื่อ “ปริซึม” ลอบสอดแนมข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์ของประชาชน รวมทั้งชาวอเมริกันเอง อีกทั้งลอบสอดแนมผู้นำต่างชาติ รวมทั้งผู้นำบราซิล เม็กซิโก และนางแองเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ซึ่งสโนว์เดนก็ถูกสหรัฐฯไล่ล่า จนต้องหนีไปซุกปีกรัสเซีย

จอมแฉ-นายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ ให้สัมภาษณ์ทีวี “ทีเอฟ 1” ของฝรั่งเศส ที่สถานทูตเอกวาดอร์ในกรุงลอนดอนซึ่งเขาลี้ภัยอยู่ หลังวิกิลีกส์แฉว่า สหรัฐฯลอบสอดแนมผู้นำฝรั่งเศสถึง 3 คน (เอเอฟพี)

จริงๆ แล้ว เรื่อง “จารกรรม” ในหมู่ชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะสหรัฐฯ ที่ลอบ “ล้วงตับ” ทั้งมิตรและศัตรู มีมานมนานแล้ว ซึ่งต่างฝ่ายก็รู้และปกปิด บางครั้งสหรัฐฯก็ร่วมมือกับต่างชาติ เช่นหน่วยข่าวกรอง “จีซีเอชคิว” ของอังกฤษ และ “บีเอ็นดี” ของเยอรมนี ขณะเดียวกัน หน่วยข่าวกรองเหล่านี้ ก็ลอบสอดแนมกันเองด้วย

ฝรั่งเศสเองและชาติอียูหลายประเทศ ก็ลอบสอดแนมซึ่งกันและกัน เพียงแต่ยังไม่มีใครเปิดโปงเท่านั้น แต่เมื่อใดที่ถูกจับได้ไล่ทัน เป็นต้องทำโวยวาย ไล่ประท้วงกันตามกระแส

ฝรั่งเศสเองก็รู้ดีว่าถูกสหรัฐฯ สอดแนม เห็นได้จากคำพูดของนายมิเชล แอลเลียต-มารี อดีต รมว.กลาโหมและกิจการต่างประเทศฝรั่งเศสสมัยซาร์โกซีที่ว่า ฝรั่งเศสไม่โง่ รู้มานานแล้วว่าสหรัฐฯ มีวิธีการทางเทคนิค พยายามลอบดักฟังผู้นำฝรั่งเศส ดังนั้น ประธานาธิบดีกับกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศสจะไม่คุยเรื่องลับสุดยอดกันทางโทรศัพท์เด็ดขาด

พักหลังๆ สหรัฐฯ ดูจะมุ่งเป้าสอดแนมฝรั่งเศสเป็นพิเศษ เพราะอยากรู้นโยบายต่างๆ ของฝรั่งเศส ซึ่งพยายามเข้ามามีบทบาทผู้นำโลกมากขึ้น รวมทั้งเป็นหัวหอกแทรกแซงสงครามลิเบีย สหรัฐฯยังอยากรู้นโยบายรับมือวิกฤติเศรษฐกิจของฝรั่งเศสและอียู และนโยบายของฝรั่งเศสที่มีต่อประเทศมาลี

จากประวัติศาสตร์ เมื่อใดที่เผชิญภัยคุกคามร่วมกันอย่างชัดเจน มหาอำนาจตะวันตกจะรวมตัวเป็น “พันธมิตรแนบแน่น” ในเชิงยุทธศาสตร์ ไม่สอดแนมซึ่งกันและกัน แต่ร่วมมือด้านข่าวกรองกันอย่างใกล้ชิด

แต่ในยุคนี้ มหาอำนาจตะวันตกยังไม่ถึงขั้นมี “ศัตรูร่วม” ที่โดดเด่นชัดเจนเหมือนในยุค “สงครามเย็น” ซึ่งโลกแบ่งขั้วเป็นค่ายทุนนิยมและสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ นำโดยสหภาพโซเวียต แม้จะหวาดระแวงภัยคุกคามจาก “รัสเซีย” ในยุคประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เป็นผู้นำมากขึ้นเรื่อยๆก็ตาม

เมื่อไม่มีศัตรูร่วมที่ชัดเจน มหาอำนาจตะวันตกจึงมองผลประโยชน์ของใครของมันเป็นหลัก และเห็นว่าแต่ละประเทศต่างเป็นคู่แข่งด้านเศรษฐกิจ การสอดแนมส่วนใหญ่จึงมีจุดประสงค์เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจเป็นสำคัญ ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ยังไม่ผนึกกำลังกันเข้มข้นเท่าในยุคสงครามเย็น

การผงาดขึ้นมาอีกครั้งของรัสเซีย อดีตลูกพี่ใหญ่แห่งสหภาพโซเวียต และ “จีน” มหา อำนาจเบอร์ 1 แห่งเอเชีย ยังทำให้โลกตะวันตกเสียงแตก เนื่องจากฝ่ายหนึ่งต้องการคบกับรัสเซียและจีนเพราะมีผลประโยชน์ด้านเศรษฐกิจการค้าสูง แต่อีกฝ่ายเห็นว่าจีนและรัสเซียเริ่มเป็นภัยคุกคามเชิงยุทธศาสตร์

การสอดแนมระหว่างมหาอำนาจมีมายาวนานหลายพันปี และจะมีต่อไปไม่จบสิ้น ตราบใดที่ยังมีผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ การเมืองและเศรษฐกิจของชาติเกี่ยวข้อง!

บวร โทศรีแก้ว

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้