วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'อดีตรองผู้การ' ร้องกองปราบฯ สอบคดียักยอก บริษัทปุ๋ย135ล.

อดีตรอง ผบก.ศูนย์สืบสวนบช.ภ.1 ร้องตำรวจ บก.ป.ตรวจ สอบ 3 อดีตหุ้นส่วน บ.ปุ๋ยธนาสิน จก. ยักยอกทรัพย์รวมเป็นเงินกว่า 135 ล้านบาท พบมีพฤติกรรมขายหุ้นให้กับบุคคลที่คาดว่าน่าจะเป็นตัวแทนหรือนอมินีถือแทน เพื่อให้พ้นข้อกล่าวหาว่ากระทำการโดยทุจริต อยู่ระหว่างตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 50-56 ที่ทั้งหมดเป็นหุ้นส่วนและกรรมการในบริษัท

ร้องตำรวจตรวจสอบหุ้นส่วน บ.ปุ๋ยยักยอกทรัพย์ โดยเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. พ.ต.อ.วิวัฒน์ วรรธนะวิบูลย์ อดีตรอง ผบก.ศูนย์สืบสวน บช.ภ.1 ที่ปรึกษา หจก.มหาวงศ์การเกษตร พร้อมนายชัยวุฒิ พรกระแส อายุ 40 ปี ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนางจิตรา อมรชัยพิทักษ์ และนายณัฐพล อมรชัยพิทักษ์ ผู้ถือหุ้น บ.ปุ๋ยธนาสิน จก. เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป. พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา พงส.ผนพ. กก.2 บก.ป. เพื่อร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายเสกสม เล้นสิ้น นางนภาพรณ์ พุฒทองคำและนายพิพัฒน์ ทิพย์ผสมเงิน อดีตผู้ถือหุ้นและกรรมการ บ.ปุ๋ยธนาสิน จก. ในข้อหายักยอกทรัพย์ของบริษัทดังกล่าว

พ.ต.อ.วิวัฒน์กล่าวว่า สืบเนื่องจาก บ.ปุ๋ยธนาสิน จก. ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ หจก.มหาวงศ์การเกษตร และเครือมหาวงศ์กรุ๊ป เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายปุ๋ยเคมีของประเทศ ดำเนินการจัดตั้งประกอบธุรกิจมาตั้งแต่ปี 44 อีกทั้งยังดำเนินการธุรกิจจำหน่ายปุ๋ยเคมี ตราไอเท่ง ตราหมีคู่ และปุ๋ยอินทรีย์ตราม้าขาว ตรามังกี้ ซึ่ง หจก.มหาวงศ์การเกษตร เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายให้กับบริษัทเพื่อนำไปจำหน่ายอีกทอดหนึ่ง โดยระหว่างการดำเนินธุรกิจนั้น กลุ่มอดีตผู้ถือหุ้นและกรรมการ บ.ปุ๋ยธนาสิน จก.ได้ผลัดเปลี่ยนกรรมการผู้มีอำนาจและมีผลดำเนินการดีเป็นลำดับ กระทั่งปี 56 บริษัทมีปัญหาการชำระสินค้าให้กับ หจก.มหาวงศ์การเกษตร จนต้องยุติการผลิตจำหน่ายสินค้าและได้ฟ้องร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อเรียกค่าสินค้าที่ค้างชำระเป็นเงินกว่า 135 ล้านบาท คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

“ก่อนหน้าที่ทาง หจก.มหาวงศ์การเกษตรจะยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลนั้น กลุ่มอดีตผู้ถือหุ้นและกรรมการ บ.ปุ๋ยธนาสิน จก. ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทและขายหุ้นให้กับบุคคลภายนอก คาดว่าน่าจะเป็นตัวแทนหรือนอมินี เพื่อให้หลุดพ้นจากการถูกกล่าวหาว่ากระทำการโดยทุจริต อย่างไรก็ดีการกระทำของกลุ่มผู้ต้องหาทำให้ผู้ถือหุ้นรายอื่นในบริษัทไม่ไว้วางใจ ทั้งยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ จึงร้องเรียนทางตำรวจบก.ป.ช่วยตรวจสอบผลการดำเนินการตั้งแต่ช่วงที่กลุ่มผู้ต้องหาเป็นหุ้นส่วนและกรรมการบริษัท ตั้งแต่ปี 50-56” พ.ต.อ.วิวัฒน์กล่าวภายหลัง พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ พร้อมสั่งการให้ พ.ต.ท.เหรียญ บัวลา พงส.ผนพ. กก.2 บก.ป. สอบปากคำผู้เสียหายเพื่อหาหลักฐานดำเนินคดีตามขั้นตอน