วันอาทิตย์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อเอาผิด 'บิ๊กแจ๊ด' ไม่ขออนุญาตพกปืนขึ้นเครื่อง

ไปญี่ปุ่น-ตามพ.ร.บ.เดินอากาศ

จ่อเล่นงาน “บิ๊กแจ๊ด” ในความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ หากพบว่ามีการนำปืนออกจากประเทศไทยโดยไม่ขออนุญาตจริง ขณะที่ รมว.คมนาคม ยัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษในการออกนอกประเทศ และผ่านการตรวจค้นร่างกาย-กระเป๋าสัมภาระตามขั้นตอนจากเครื่องซีทีเอ็กซ์โดยไม่พบปืนกระบอกดังกล่าว ด้านคดีที่ญี่ปุ่น อัยการสอบปากคำเจ้าตัวเพิ่มอีก ยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ออกมาจากอัยการว่าจะมีความเห็นส่งฟ้อง ศาลหรือไม่ และหากมีการส่งฟ้องศาลจะมีกำหนดส่งฟ้องเมื่อใด

กรณี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ถูกตำรวจญี่ปุ่นจับกุมข้อหามีอาวุธปืนลูกโม่ขนาดเล็ก .22 ของ NORTH AMERICAN ARMS พร้อมเครื่องกระสุนปืน ที่สนามบินนาริตะ ขณะรอขึ้นเครื่องบินเตรียมเดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่น ภายหลังหน่วยงานการท่าอากาศยานชี้แจงว่าตรวจสอบไม่พบปืนกระบอกดังกล่าวขณะตรวจสัมภาระตามขั้นตอนนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานกรรมการ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยถึงกรณีการพกปืนของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น.ว่า ทอท.ยืนยันไม่พบหลักฐานว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์พกปืนออกจากสนามบิน แต่หากตำรวจสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่ามีการนำปืนออกจากประเทศไทยโดยไม่ขออนุญาตจริง ตามกระบวนการจะถือมีความผิดทางกฎหมาย พ.ร.บ.การเดินอากาศ มีโทษสูงสุดปรับไม่เกิน 80,000 บาท จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ อย่างไรก็ตามเรื่องการดำเนินคดีเป็นอำนาจของสายการบินฟ้องร้องโดยตรง เนื่องจากเป็นความผิดในฐานที่มีการพกปืนขึ้นเครื่องบินโดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่ง ทอท.ไม่มีอำนาจฟ้องร้องดำเนินคดีแต่อย่างไร และตนก็ไม่อยากออกความคิดเห็นส่วนตัวต่อเรื่องนี้ เพียงแต่มีการชี้แจงไปตามกระบวนการ

ที่กระทรวงคมนาคม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เผยว่า ได้รับรายงานการแถลงข่าวชี้แจงผลการตรวจสอบการผ่านออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล มีการยืนยันชัดเจนว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษในการออกนอกประเทศและผ่านการตรวจค้นร่างกายและกระเป๋าสัมภาระตามขั้นตอนจากเครื่องซีทีเอกซ์ โดยไม่พบปืนกระบอกดังกล่าว ดังนั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ตามคำกล่าวอ้างของ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่ระบุว่ามีการพกอาวุธปืนไว้ในกระเป๋าสัมภาระ

“ยอมรับว่า ระบบการตรวจสอบอาจมีการหลุดรอดออกไปได้ แต่ไม่ได้ปักใจว่าใครผิดใครถูก เป็นการผิดพลาดที่เกิดจากคนหรือระบบ ในเมื่อมีการยืนยันว่าระบบและคนไม่ได้ผิดพลาดก็ต้องไปดูว่ามีปัจจัยอะไรอีก ต้องไปตรวจสอบอีกครั้ง” พล.อ.อ.ประจินกล่าว

รมว.คมนาคมกล่าวต่ออีกว่า กรณีมีการตั้งข้อสังเกตการตรวจกระเป๋าแต่ไม่พบปืน เกิดจากระบบขัดข้องหรือไม่นั้น ขอยืนยันว่าระบบของเครื่องซีทีเอกซ์ได้รับการตรวจสอบจากทีเอสเอ หน่วยงานด้านความปลอดภัยของประเทศสหรัฐอเมริกา โดยตรวจสอบครั้งล่าสุดปลายปี 57 ยืนยันว่าระบบซีทีเอกซ์ยังอยู่ในมาตรฐาน หากระบบมีความผิดพลาดต้องทบทวนใหม่ ส่วนกรณีการบันทึกข้อมูลการตรวจเช็ก กระเป๋าจากระบบซีทีเอกซ์จะเก็บไว้เพียง 3 วัน จะมีการปรับระบบเพื่อให้เก็บข้อมูลได้นานขึ้นหรือไม่ ต้องไปพิจารณาว่าระบบนี้สามารถทำได้หรือไม่ แต่นโยบายคงจะไม่ก้าวล่วงการทำงาน เรื่องนี้ถือเป็นกรณีตัวอย่างต้องกำชับการตรวจสอบให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น และระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาด ส่วนเรื่องจะเอาผิดกับ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ที่รับสารภาพว่ามีการพกพาอาวุธปืนโดยไม่มีการขออนุญาตออกนอกประเทศหรือไม่ ต้องหารือกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน

ขณะที่นายเสรี จิตต์โสภา รองอธิบดีกรมการบินพลเรือน เผยว่า ปัจจุบันกรมการบินพลเรือนมีกฎหมาย พ.ร.บ.การเดินอากาศ 2497 ที่นำมาใช้ในการควบคุมดูแลการพกพาวัตถุอันตรายที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของอากาศยานหรือบุคคลในอากาศยาน ตาม ก.ม.ระบุว่าการเดินทางโดยสารเครื่องบินในเส้นทางบินภายในประเทศ ก.ม.ไม่ได้ห้ามไม่ให้บุคคลโดยสารนำพาอาวุธปืนไปด้วย แต่หากจะนำไปจะต้องมีการแจ้งความจำนงเพื่อขออนุญาตต่อเจ้าหน้าที่สนามบินเพื่อฝากปืนและเครื่องกระสุน เพื่อให้เจ้าหน้าที่นำไปโหลดเก็บไว้บริเวณใต้ท้องเครื่องเท่านั้น ไม่อนุญาตให้พกปืนเข้าไปภายในตัวเครื่องเด็ดขาด ยกเว้นกรณีที่มีการขออนุญาตพกปืนภายในตัวเครื่อง เพื่อการปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของประเทศเป็นกรณีพิเศษ

“หากตรวจพบว่าผู้โดยสารคนใดมีการแอบนำปืนซึ่งเป็นวัตถุอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยาน โดยลักลอบแอบใส่กระเป๋าเดินทางซึ่งนำไปโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องบิน โดยที่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่านำปืนมาด้วย จะถือว่ามีความผิดตาม ม.26 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินแปดหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

นายเสรีกล่าวต่ออีกว่า สำหรับการพกพาปืนผ่านสนามบินเพื่อโดยสารไปในเที่ยวบินระหว่างประเทศนั้น จะต้องมีการขออนุญาตนำปืนเข้าจากประเทศปลายทางก่อน โดยแต่ละประเทศมีกฎระเบียบที่แตกต่างกัน ส่วนกรณีที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง กล่าวอ้างว่ามีการนำปืนโหลดไว้ใต้ท้องเครื่องไปญี่ปุ่นนั้นจะต้องรอผลพิสูจน์ข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ แต่หากผลสอบสรุปว่ามีการแอบนำปืนขึ้นเครื่องผ่านสนามบินโดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิดตามกฎหมายและจะถูกดำเนินคดี ซึ่งคดีอาญามีอายุความนานถึง 10 ปี

มีรายงานว่า ขณะเดียวกันที่ประเทศญี่ปุ่น อัยการทำการสอบปากคำ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ เพิ่มเติมอีก แต่ยังไม่มีข้อสรุปใดๆออกมาจากอัยการว่าจะมีความเห็นส่งฟ้องศาลหรือไม่ และหากมีการส่งฟ้องศาลนั้นจะมีกำหนดส่งฟ้องเมื่อใด ขณะนายตรีลุพท์ ธูปกระจ่าง บุตรชาย ได้ให้คนสนิทที่อยู่ในประเทศไทย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้ไม่สะดวกที่จะให้รายละเอียด อยู่ระหว่างดำเนินการช่วยเหลือบิดาเกี่ยวกับหลักฐานทางคดีตามขั้นตอนของกฎหมายประเทศญี่ปุ่นอยู่ เมื่อเสร็จสิ้นจึงจะสามารถเปิดเผยข้ามประเทศได้

จ่อเล่นงาน “บิ๊กแจ๊ด” ในความผิดตาม พ.ร.บ.การเดินอากาศ หากพบว่ามีการนำปืนออกจากประเทศไทยโดยไม่ขออนุญาตจริง ขณะที่ รมว.คมนาคม ยัน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ไม่ได้ใช้สิทธิพิเศษในการออกนอกประเทศ และผ่านการตรวจค้นร่างกาย 27 มิ.ย. 2558 00:56 ไทยรัฐ