วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สจล. คิดค้นเครื่องวัดคุณภาพทุเรียน อ่อน-แก่ นำร่องใช้ที่ ชุมพร

สจล. คิดค้นเครื่องวัดคุณภาพทุเรียน อ่อน-แก่ นำร่องใช้ที่ ชุมพร

  • Share:

สจล. เจ๋ง คิดค้นเครื่องวัดคุณภาพความอ่อน-แก่ ของทุเรียน โดยเครื่องสแกนระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์ ใช้เวลารวดเร็ว แค่ 1 วินาที นำร่องใช้ที่ จ.ชุมพร ป้องกันปัญหาลอบขายทุเรียนอ่อนในท้องตลาด ...

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2558 ที่ ห้องประชุมเกาะลังกาจิว ศาลากลางจังหวัด นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.ชุมพร พร้อมด้วย ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ หัวหน้าโครงการวิจัย “เซ็นเซอร์ไมโครเวฟเพื่อการเกษตร” ภาควิชาวิศวกรรมโทรคมนาคม คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) วิทยาเขตชุมพร และคณะ ได้นำเสนอเครื่องสแกนระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์ วัดค่าความอ่อน-แก่ของทุเรียน ซึ่ง จ.ชุมพร เตรียมนำมาใช้ในการตรวจสอบคุณภาพทุเรียน ก่อนส่งขายในท้องตลาด เพื่อลดปัญหาชาวสวนตัดทุเรียนอ่อนจำหน่ายในพื้นที่ จ.ชุมพร

สาธิตการใช้เครื่อง

ศ.ดร.โมไนย ไกรฤกษ์ หัวหน้าโครงการวิจัย เปิดเผยว่า งานวิจัยระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์ตรวจสอบความอ่อน-แก่ของผลไม้ เพื่อช่วยลดปัญหาสินค้าส่งออกไม่ได้คุณภาพ เบื้องต้นได้ทำการทดสอบกับทุเรียนในประเทศไทย ที่ส่งออกทุเรียนเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคนี้ และมีตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ จีน เวียดนาม อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา แต่ก็มีปัญหาโดนตีกลับสินค้า จากการส่งออกไปตลาดจีน เนื่องจากมีการปะปนทุเรียนอ่อนไม่ได้คุณภาพเป็นจำนวนมาก ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายมหาศาล นอกจากนั้น ยังส่งผลถึงราคาของทุเรียนในประเทศ ทำให้ราคาตกต่ำ จึงได้มีการวิจัยการตรวจสอบความอ่อน-แก่ของผลไม้ขึ้น โดยการนำระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์มาปรับใช้ และจะนำมาใช้นำร่องตรวจวัดอย่างเป็นทางการใน จ.ชุมพร เป็นแห่งแรกในประเทศไทย

เครื่องสแกนระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์ วัดค่าความอ่อน-แก่ของทุเรียน

ศ.ดร.โมไนย กล่าวต่อว่า ได้ใช้เวลาศึกษาคิดค้นมานานร่วม 10 ปี จนกระทั่ง 2 ปีหลัง ได้ประสบความสำเร็จ จากเดิมเครื่องวัดคุณภาพทุเรียนระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์ ต้องใช้ทุนประมาณกว่า 1 ล้านบาท ต่อเครื่อง แต่ปัจจุบันได้พัฒนาย่อสัดส่วนให้เล็กกะทัดรัดง่ายต่อการทำงาน มาใช้ท่อพีวีซีกับเครื่องไมโครเวฟเซ็นเซอร์ ทำให้เหลือต้นทุนการผลิตเครื่องละหลักหมื่นบาทเท่านั้น มีความกว้างขนาด 2 ฟุต หนักประมาณ 2 กิโลกรัม ทั้งนี้ หลักการทำงานของนวัตกรรมดังกล่าว ออกแบบมาเพื่อใช้วัดความอ่อน-แก่ของทุเรียน โดยใช้เทคนิคทางด้านไมโครเวฟ โดยมีขั้นตอนเริ่มต้นจากการเลือกสุ่มทุเรียนเอาไปวางไว้บนแท่นวัด จากนั้นจะส่งคลื่นไมโครเวฟผ่านทุเรียน ไปยังสายอากาศที่เป็นตัวรับ โดยขณะที่คลื่นไมโครเวฟผ่านทุเรียนนั้น ขนาดของสัญญาณคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะถูกลดทอนลง แปรผันไปตามความอ่อนหรือแก่ของผลทุเรียน จากนั้นข้อมูลที่วัดได้จะถูกส่งผ่านเครื่องส่ง-รับสัญญาณ ไปประมวลผลที่คอมพิวเตอร์ และทำการแสดงผลบนหน้าจอ ว่าทุเรียนนั้นอ่อนหรือแก่ ใช้เวลาไม่เกิน 1 วินาที จะสามารถรู้ผลได้ทันที

ทุเรียนไม่ได้คุณภาพ จะถูกตรวจคัดกรอง โดยใช้เวลาไม่นาน

ด้าน นายวงศศิริ พรหมชนะ ผวจ.ชุมพร กล่าวว่า ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ถือเป็นตลาดกลางส่งออกผลไม้ของภาคใต้ โดยเฉพาะทุเรียนมีจำนวนมาก โดยในปีนี้คาดว่ามีปริมาณผลผลิตรวมอยู่ที่ 131,741 ตัน ซึ่งส่งออก 123,009 ตัน และในช่วง เดือนกรกฎาคม - เดือนกันยายน จะมีผลผลิตออกมาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นช่วงฤดูเก็บเกี่ยว โดยก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมกราคม - เดือนมิถุนายน ซึ่งยังไม่ใช่ฤดูเก็บเกี่ยวของทุเรียน แต่ก็มีทุเรียนออกสู่ตลาด ทำให้ราคาทุเรียนสูงขึ้น เนื่องจากมีปริมาณน้อย จึงทำให้มีการตัดทุเรียนอ่อนมาจำหน่าย ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมาย เนื่องจากเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ซึ่งมีการจับกุมดำเนินคดีมาแล้วหลายราย

นายวงศศิริ กล่าวต่อว่า โดยก่อนหน้านี้มีการตั้งด่านตรวจ และสุ่มตรวจทุเรียนอ่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประเมินด้วยสายตา หากสงสัยว่าอ่อน จะนำตัวอย่างส่งศูนย์วิจัย และพัฒนาการเกษตรจังหวัดชุมพร ตรวจสอบด้วยกระบวนการอบความร้อน เพื่อหาเปอร์เซ็นต์น้ำหนักของเนื้อทุเรียน ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะทราบผล ดังนั้น งานวิจัยระบบไมโครเวฟเซ็นเซอร์ตรวจสอบความอ่อน-แก่ของผลไม้ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร จึงถือเป็นจังหวัดน้ำร่องแห่งแรกของประเทศไทย และพร้อมที่จะนำเครื่องดังกล่าวส่งไปตามหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในทุกอำเภอ ในพื้นที่ จ.ชุมพร เพื่อใช้ในการวัดค่าความอ่อนแก่ของทุเรียน เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้