วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'บิ๊กตู่' เผย มีหลักฐานโยงไอ้โม่ง หนุน นศ. เคลื่อนไหวการเมือง

'บิ๊กตู่' เผย มีหลักฐานโยงไอ้โม่ง หนุน นศ. เคลื่อนไหวการเมือง

  • Share:

“ประยุทธ์” ปลุกอุดมการณ์ข้าราชการ ไม่เป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง อย่าทำตามคำสั่งนายอย่างเดียว บอก ปัญหาที่มีการปรับย้ายอยู่ต้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการ เผย มีหลักฐานโยงไอ้โม่ง หนุนนักศึกษาเคลื่อนไหวการเมือง ขู่ ใช้กฎหมายลงโทษ ...

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรีครบรอบปีที่ 83 โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับข้าราชการที่มาร่วมงานตอนหนึ่งว่า ทุกคนเป็นข้าราชการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สิ่งที่ทำวันนี้ผลประโยชน์ไม่ได้ตกที่ตัวเอง แต่เพื่อประเทศชาติ

“ระยะเวลาที่ผมทำงานเป็นตามที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวกำหนดไว้ ผมสัญญาว่าจะทำให้ข้าราชการเข้มแข็ง ผมอยู่เป็นอดีตข้าราชการวันนี้ยังไม่ได้คิดว่าเป็นนักการเมือง ยังคิดว่าเป็นข้าราชการเหมือนเดิม เราต้องทำให้ประชาชนเห็นเกียรติยศและศักดิ์ศรีของพวกเรา ให้เขาไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความหวาดระแวง เพราะเราต้องเป็นเครื่องมือให้กับรัฐในการบริหารแผ่นดินอย่างถูกต้อง มีธรรมาภิบาล ผมปกครองกองทัพมา 4 ปี และเป็นทหารผู้น้อยมาอีก 30 กว่าปี ปฏิบัติตนอยู่ในระเบียบวินัย ไม่ให้ตัวเองไปสู่ทางที่ต่ำ ไม่ได้คิดว่าจะเป็นอะไรต่อไป แต่เมื่อมานั่งทบทวน วันนี้คือสิ่งที่เราได้วางตัวไว้ เป็นกุศลให้ผมได้ขึ้นมาวันนี้ ประเทศอื่นกุศลแปลว่าความสุข มีแต่ประเทศนี้ที่ใครเป็นใหญ่เดือดร้อนทุกคน แต่ขอสัญญาว่าจะทำให้ประเทศก้าวหน้า วางพื้นฐานประเทศ และหวังว่าเมื่อออกไปแล้ว ข้าราชการทุกคนจะร่วมรักษาศักดิ์ศรี เป็นข้าราชการที่ดีเพื่อประชาชน” นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนไม่เคยรังเกียจนักการเมือง หรือประชาธิปไตย แต่ต้องเป็นประชาธิปไตยที่ถูกต้อง ไม่สามารถขัดแย้งได้ เพราะอำนาจการบริหารมีอยู่ ตนไม่ได้มุ่งหวังสร้างบรรทัดฐานเพื่อควบคุมการบริหาร แต่ต้องยอมรับว่าวันนี้ประเทศต้องปฏิรูปหรือไม่ ถ้าจะปฏิรูปก็มี 11 เรื่องแตกออกไปจำนวนมาก ทำไปบ้างแล้วบางส่วน เพื่อสร้างอนาคตให้ประเทศ โดยต้องพึ่งข้าราชการทุกคน ส่วนที่มีปัญหาขณะนี้ ไม่ว่าจะย้ายไม่ย้ายเป็นเรื่องกระบวนการยุติธรรม มีการตรวจสอบ ตนไม่ได้ลงโทษว่าผิดแล้ว หรือตัดสินแล้ว แต่เพื่อทำให้ทุกอย่างเกิดความโปร่งใส ได้รับความไว้วางใจ ยอมรับนับถือ

นายกฯ กล่าวต่อไปว่า ต่อจากนี้ปัญหาต่างๆ อาจจะมีความรุนแรงมากขึ้น เช่นภัยแล้ง ข้าราชการจึงต้องมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ใช่ว่านายสั่งอย่างนี้ แล้วทำตามคำสั่งไปเรื่อย เพราะถ้าทำไปก็จะเกิดความขัดแย้งกับประชาชน ทำให้ประเทศชาติแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ทำให้ฝ่ายการเมืองที่ไม่ดีเข้ามาควบคุมกลุ่มต่างๆ เราต้องช่วยกันทำให้ทุกคนคิดถึงอนาคตประเทศ ตนไม่ได้คิดถึงตัวเอง ถ้าคิดคงไม่เข้ามาตรงนี้ เพราะตนต้องโดนเล่นงานอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหนก็ตาม แต่เข้ามาเพราะมีความจำเป็น และอยากให้ทุกคนใช้วิกฤติเป็นโอกาสให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และเชื่อว่าข้าราชการทุกคนมีอุดมการณ์ ขอให้ดึงกลับมา มีคนพูดว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เท่าเทียมกัน แต่กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม จะทำให้ทุกคนเข้าถึงสิ่งต่างๆ ด้วยความเท่าเทียม

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวด้วยว่า ที่ตนมีวันนี้ได้ เพราะประชาชนเข้าใจ แต่หลายที่เริ่มออกมาและขอให้ดูว่าคนที่ออกมาประท้วงเข้าใจรัฐบาลหรือไม่ ประเทศชาติอยู่ตรงไหน

“ขอฝากกลุ่มนักศึกษาที่เคลื่อนไหวอยู่ ที่เกี่ยวพันการเมือง ผมบอกไว้เลยมีหลักฐานทั้งหมด จะดำเนินการทางกฎหมายในส่วนที่ให้การสนับสนุน เพราะสถานการณ์วันนี้ไม่ใช่เวลาปกติที่จะสร้างความไม่สงบเรียบร้อยให้กับสังคมและประเทศชาติ ขอให้เข้าใจด้วยว่าจะทำอะไรก็ตามผมดำเนินการตามกฎหมายที่มีอยู่ และปรึกษาคนที่เกี่ยวข้อง เพื่อไม่ให้ทุกคนมาอ้างในวันหน้าว่าไม่เป็นธรรม เลือกข้าง ที่ผ่านมาให้โอกาสเข้าไปสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าใครไม่เข้าผมก็ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะให้ยกโทษ นิรโทษ หรือปรองดอง เพราะทุกอย่างมีกระบวนการของมันอยู่แล้ว อย่าให้เรื่องส่วนบุคคลมาเป็นปัญหาของชาติ จะรักใครชอบใครไม่ว่า ผมไม่เคยถือโทษโกรธใคร เขาสามารถกลับมาได้ กลับมาเป็นรัฐบาลได้ แต่ถ้ากลับมาไม่ได้จะไปใช้วิธีการอื่นก็ไม่ได้ จึงทำให้เกิดวันที่ 22 พ.ค. ที่ผมต้องตัดสินใจเพราะปล่อยให้ประเทศเป็นแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ทุกภาคส่วนทำงานไม่ได้ เรื่องแบบนั้นต้องไม่เกิดขึ้นอีก เราต่อสู้เรื่องประชาธิปไตยความผิดความถูกมานานแล้ว ในส่วนที่อยู่วันนี้ก็ต้องทำให้ดีที่สุดเพื่ออนาคตลูกหลาน วันนี้ต้องขออภัยหากทำอะไรไม่ถูกใจเพราะผมจำเป็น” นายกฯ กล่าว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้