วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

49 ล้าน เปิดปุ๊บหมดปั๊บ LAMBORGHINI AVENTADOR LP750-4 SUPERVELOCE

น่าอิจฉาคนรวย 5 คนในไทยที่ได้ครอบครองจักรกลสุดขั้วแบบนี้ รถไฮเปอร์คาร์ Lamborghini Aventador LP750-4 จำนวนการผลิต 600 คันที่นิชคาร์ ตัวแทนจำหน่าย Lamboghini ในประเทศที่นำเข้ามาขายในไทยแค่ 5 คันนั้นหมดลงอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การเปิดรับจองโดยยังไม่ได้เห็นตัวเป็นๆ แต่อย่างใดทั้งสิ้น นี่คือ Aventador ที่มีความสุดขั้วด้านพลังและความงาม เป็นยานยนต์จากต่างดาวที่ยากจะเป็นเจ้าของจากสายการผลิตในรูปแบบ Limited Edition น้อยนิดเหมือนกับการเจียระไนเพชรเม็ดงามที่หายากให้มีความแตกต่างไปจากอัญมณีทั่วไป ผู้บริหารมากความสามารถจาก Lamborghini ได้เล็งเห็นถึงเงินจำนวนมหาศาลและชื่อเสียงที่ดีงามในการสร้างความเป็นที่สุดของวงการรถแรง Aventador LP750-4 จึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมๆ กับตัวเลขที่แสดงออกถึงความเป็นที่สุดในหลายด้าน

จุดสำคัญของรถไฮเปอร์คาร์รุ่นนี้อยู่ที่กำลังและน้ำหนักตัว LP750-4 มาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาลง 50 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ LP700-4 รุ่นมาตรฐาน ในด้านของกำลังที่ได้รับจากเครื่องไซส์ยักษ์แบบ V12 ก็ยังเพิ่มขึ้นมาอีก 50 แรงม้า จาก 700 แรงม้าในรุ่นมาตรฐานถูกอัพขึ้นเป็น 750 แรงม้าในรุ่นพิเศษ เจ้ากระทิงเถื่อน LP750-4 กับน้ำหนักตัวที่เบาลงนั้น เกิดจากการปรับวัสดุที่ใช้งานในส่วนที่มีความสำคัญ เช่น กันชนหน้า บานประตู ช่องรับอากาศและวิงหลังขนาดใหญ่ซึ่งมีการตัดทอนลดน้ำหนักส่วนเกินโดยใช้คาร์บอนไฟเบอร์เกรดสูงที่เบาและแข็งแรง จนสามารถรีดน้ำหนักได้มากถึง 50 กิโลกรัมโดยไม่กระทบกับความแข็งแกร่งของโครงสร้างแต่อย่างใดทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน สิ่งที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถรุ่นนี้ได้เร็วมากยิ่งขึ้นก็คือความเป็นที่สุดของเครื่องยนต์แบบ V12 เครื่องยนต์ไซส์ยักษ์ที่ไม่มีระบบอัดอากาศและมีกระบอกสูบมากถึง 12 ตำแหน่งกำลังจะสาบสูญไปจากโลกใบนี้

ค่ามลพิษหรือการปล่อยของเสียเช่น Co2 ที่ปรับเปลี่ยนอย่างเข้มงวดทุกๆ 5-6 ปีในยุโรปทำให้เครื่อง V12 แบบหายใจเองหรือเครื่อง na ใน Avesntador กำลังจะพบกับทางตันเนื่องจากตัวมันเองมีค่ามลพิษที่ไม่ผ่านมาตรฐาน EURO ในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ เครื่องโตความจุเยอะแบบไม่มีระบบอัดอากาศซึ่งตอบสนองได้อย่างสุดกึ๋นแต่กินเชื้อเพลิงและปล่อยมลพิษสูงกว่าเครื่องยนต์ขนาดเล็กกำลังจะพบกับจุดจบในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ ฉะนั้น การได้ครอบครองกระทิง V12 ตัวสุดท้ายนั้นหมายถึงการได้เป็นเจ้าของจักรกลซุปเปอร์คาร์ที่จะกลายเป็นของหายากต่อไปในวันข้างหน้าสำหรับพวกคนรวยที่ชอบการสะสมรถยนต์ เนื่องจาก Lamborghini ไม่สามารถผลิตรถแบบนี้ออกมาได้อีกแล้วจากกฎหมายอันเข้มงวดในด้านการปล่อยมลพิษของรถยนต์ในยุโรป การควบคุมค่ามาตรฐานของการปล่อย Co2 ที่เข้มงวดขึ้นทำให้อนาคตของเครื่องไซส์ยักษ์ดูมืดมน จากมาตรการคุมเข้มของการปล่อยมลพิษรถยนต์ในยุโรปทำให้เครื่องหายใจเองไซส์ยักษ์ค่อยๆ ล้มหายตายจากไปเงียบๆ ล่าสุดก็ Ferrari ที่จับเทอร์โบยัดลงเครื่อง V8 แล้วลดความจุหรือซีซีเพื่อให้ผ่านมาตรฐานค่าไอเสีย ทำให้ความมันและการตอบสนองของเครื่องยนต์แบบไม่มีระบบอัดอากาศเดินมาถึงทางตัน

Lamborghini Aventador LP 750-4 Superveloce คือการผลักดันเทคโนโลยีขั้นยิ่งยวดในวงการรถแรง เป็นการขยายขอบเขตทางฟิสิกส์เพื่อสร้างความแตกต่างและทำให้มันกลายเป็นจักรกลแห่งตำนานต่อไปในภายภาคหน้า คำว่า Superveloce นั้นหมายถึงความเร็วแบบสุดโคตร ส่วนตัวเลข 750 นั้นหมายถึงแรงม้าที่ได้รับจากเครื่องยนต์ V12 สำหรับเลข 4 นั้นก็คือระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อตลอดเวลาที่มีกลไกตัวกระจายแรงบิดแบบผกผันไปยังล้อแต่ละข้างได้อย่างอิสระ ตัวเลขสมรรถนะแจ้งมาว่า มันเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียงแค่ 2.8 วินาที เร็วกว่ารถแข่ง F1 แบบเห็นๆ ส่วนความเร็วสูงสุดหากมีถนนที่ยาวพอ ปิศาจกระทิงตัวพ่อรุ่นนี้จะทะยานไปได้ถึง 350 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นตัวเลขที่เจ้าของรถบางคนไม่เคยวิ่งไปถึงและมีไว้เพื่อคุยข่มเพื่อนที่ครอบครอง Ferrari ในแบบไม่มีใครยอมใคร เครื่องยนต์มีปริมาตรความจุมากถึง 6.5 ลิตรหรือ 6,498 ซีซี ถูกปรับเซตใหม่หมดจนแรงขึ้นมาอีก 50 แรงม้าจาก 700 มาเป็น 750 แรงม้า ส่วนแรงบิดยังคงเท่าเดิมที่ 690 นิวตันเมตรในย่าน 5500 รอบต่อนาที ระบบระบายไอเสียใหม่ที่มีน้ำหนักเบาขึ้นทำให้การไหลเวียนของไอเสียดีขึ้นทันตาเห็น จังหวะการทำงานของชุดวาล์วแปรผันที่ถูกปรับมาใหม่ส่งผลให้เครื่องยนต์ V12 ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

แรงม้าสูงสุดที่ 8,300 รอบต่อนาที ลดลงจาก SV รุ่นที่แล้วซึ่งมีตัวเลขแรงม้าสูงสุดที่ 8,500 รอบต่อนาที แต่ไม่ทำให้เสียงการทำงานของเครื่องยนต์ลดความโหดลงไปแม้แต่น้อย ระบบทดกำลังแบบซิงเกิ้ลคลัตช์ ISR 7 Speed นั้นอาจเป็นรองเกียร์คลัตช์คู่อยู่นิดๆ แต่ทีมวิศวกรที่ทำการปรับแต่ง Aventador LP 750-4 Superveloce แจ้งมาว่าเจ้านี่มีระบบเกียร์ที่เปลี่ยนได้เร็วที่สุดในโลก ระบบบังคับเลี้ยวแบบใหม่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ผสานกับโช้คอัพแม่เหล็กไฟฟ้าคือสุดยอดของชุดกันสะเทือนในไฮเปอร์คาร์ที่ยากจะลอกเลียนแบบ ไม่ว่าจะเป็นพวงมาลัยไฟฟ้าแบบล่าสุด เกียร์ระดับเทพกับเครื่องยนต์สุดแรง การควบคุมเจ้า Lamborghini Aeantador LP 750-4 Superveloce มีการทำงานของระบบต่างๆ สอดคล้องกันในทุกสภาวการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วแบบต่อเนื่อง การเลี้ยวเข้าโค้งหรือเบรกแบบเต็มกำลัง น้ำหนักตัวที่หายไป 50 กิโลกรัมเหลือแค่ 1,525 กิโลกรัมทำให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักอยู่ในระดับที่ยิ่งยวดหวดกันขาดสะบั้น ถึงแม้น้ำหนักตัวจะลดลง แต่ช่วงล่างแบบแม่เหล็กกลับมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอีก 5 กิโลกรัม เป็นการจัดการเพื่อความเสถียรสูงสุดขณะกำลังห้อเต็มเหยียดเพื่อปรับให้ช่วงล่างมีการสอดรับกับย่านของกำลังที่เพิ่มเข้ามาอีก 50 แรงม้า เจ๋งดีมั้ยละครับ


อากาศพลศาสตร์ในไฮเปอร์คาร์ถือเป็นเรื่องที่มีความสำคัญสูงสุดในอันดับต้นๆ ของการสร้าง LP750-4 ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้นหากสร้างรถแรงออกมาแล้วกลับมีช่วงล่างที่ไม่เอาอ่าวเอาทะเล งานด้านอากาศพลศาสตร์หรือระบบแอร์โรไดนามิกส์ใน Lamborghini Aventador LP 750-4 Superveloce ได้รับการปรับปรุงใหม่หมด แอร์โรพาร์ตทุกตำแหน่งถูกปรับตั้ง วิเคราะห์คำนวนทดสอบในอุโมงค์ลมก่อนจะประสบความสำเร็จในด้านแรงกดที่มีความสำคัญมากเมื่อต้องวิ่งในย่านความเร็วสูงแบบนั้น ประสิทธิภาพของแรงกดที่ส่วนท้ายเพิ่มขึ้นเพื่อทำให้มันนิ่งขึ้นในย่านความเร็วสูงโดยสามารถเพิ่มดาวน์ฟอร์ซหรือแรงกดได้มากขึ้นอีก 150% เมื่อเทียบกับ Aventador รุ่นมาตรฐาน หางหลังขนาดใหญ่นอกจากเพิ่มมุมมองด้านความโหดหินแล้วยังเข้ามาช่วยให้รถมีการทรงตัวในย่านความเร็วสูงดีขึ้นมาก จากการขับทดสอบในช่วงพัฒนา ในย่านความเร็ว 321 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เจ้า Superveloce จะมีแรงกดตัวถังมากถึง 150% เลยทีเดียว การกระทำดังกล่าวอาศัยลิ้นบริเวณสปอยเลอร์หน้าช่วยบาลานซ์แรงกดจากบั้นท้ายให้มีความเสถียร ตามมาด้วยความนิ่งแม้จะโดนกระทืบคันเร่งอย่างต่อเนื่องก็ตาม สปอยเลอร์หน้าขนาดใหญ่ ช่องรับอากาศด้านข้าง วิงหลังและครีบรีดอากาศใต้สปอยเลอร์หลังหรือ Diffuser มีรูปทรงแปลกประหลาดราวกับหลุดออกมาจากอนาคต ช่วงล่างแบบดับเบิลวิชโบนปีกนกสองชิ้นแบบตัวแข่งถูกปรับตั้งให้ทำหน้าที่ร่วมกับโช้คอัพแมคเนติก ส่วนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Haldex IV ผสานเฟืองท้ายไฟฟ้า LSD กระจายแรงบิดลงไปยังล้อขับเคลื่อนพร้อมระบบควบคุมแรงบิด กระตุ้นการทำงานของชุดห้ามล้อด้วยจานเบรกคาร์บอนเซรามิกพร้อมคาร์ลิปเปอร์ 6 พอตหน้า 4 พอตหลังบวกด้วยกลไกไฟฟ้าของตัวช่วยเบรกอีกเพียบ

เสียงการทำงานของเครื่อง V12 ถูกปรับแต่งให้คงเอกลักษณ์ของเสียงเครื่องยนต์จากแบรนด์กระทิงเปลี่ยวเอาไว้อย่างเหนียวแน่นเพื่อสร้างความเร็วใจให้กับลูกค้าที่อยู่หลังพวงมาลัยขณะกระทืบคันเร่งเต็มเหนี่ยวในช่วงออกตัวไปจนถึงการกดอย่างต่อเนื่องในช่วงทางตรง เสียงเครื่องยนต์ที่วิศวกรของ Lamborghini เคลมว่าให้ความเป็นธรรมชาติมากกว่าการปรุงแต่งส่วนหนึ่งเกิดจากการปรับตั้งจังหวะการทำงานของชุดวาล์วแปรผันใหม่หมด เครื่องยนต์วางกลางพร้อมชุดขับเคลื่อน 4 ล้อ มีตัวเลขการกระจายน้ำหนักหน้า-หลังที่ 43-57 ตามลักษณะของรถเครื่องวางกลางลำที่น้ำหนักส่วนใหญ่ตกลงไปบนล้อคู่หลังมากกว่าล้อหน้าเล็กน้อย สำหรับล้อและยางของ Superveloce เป็นล้อลายซี่ที่ทำความสะอาดได้ยากมาก ด้วยล้อลายใหม่สไตล์รถแข่งแบบหน้าเล็กหลังใหญ่ ล้อหน้าขนาด 9Jx20 นิ้ว H2 ET 33.2 ห่อรัดด้วยยาง Pirelli PZERO Corsa ไซส์ 255/30 ZR20 ส่วนล้อหลังล่อกันใหญ่โตจุใจเต็มซุ้มที่ 13Jx21 นิ้ว H2 ET 66.7 ยาง Pirelli PZERO Corsa ไซส์ 355/25 ZR21 ระบบเบรกของ Aventador LP750-4 Superveloce เป็นจานดิสเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 400 มิลลิเมตรที่ด้านหน้าพร้อมคาร์ลิปเปอร์ 6 พอต ส่วนเบรกหลังยัดจานดิสเบรกแบบคาร์บอนเซรามิก ขนาด 380 มิลลิเมตร พร้อมคาร์ลิปเปอร์แบบ 4 พอต กระทืบเบรกสุดติ่งจาก 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงลงไปจนถึง 0 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้ระยะเบรกแค่ 30 เมตร

ระบบส่งกำลังหรือเกียร์ ถูกปรับให้ดีขึ้นโดยมีให้ทั้งความไวและความเสถียรกันแบบครบๆ อาการกระดอนหรือสะบัดเมื่อชิฟเกียร์ใน Aventador รุ่นปกติก็ได้รับการแก้ใข ใน Aventador LP750-4 Superveloce เมื่อคนขับกดแป้นเพื่อเปลี่ยนอัตราทด อาการสะบัดลดลงเนื่องจากเซ็นเซอร์ที่ใช้จับอาการของช่วงล่างซึ่งใช้โช้คแม่เหล็กไฟฟ้า พร้อมกับจับตำแหน่งการเปลี่ยนขึ้น-ลงของเกียร์ การใช้คันเร่งหรือเบรก โดยมีซอฟต์แวร์สุดบรรเจิดคอยควบคุมให้ช่วงล่างตอบสนองสอดคล้องไปกับการขับขี่ หากเลือกโหมด Strada ซึ่งเป็นโหมดปกติสำหรับการขับเคลื่อน ช่วงล่างไฟฟ้าของหมอนี่จะทำการปรับระดับความแข็ง-อ่อนไปตามสภาพพื้นผิวถนนที่วิ่งผ่าน มันช่วยลดอาการกระด้างสะเทือนและทำให้ไม่เกิดอาการเมื่อยล้าที่คนรวยไม่ชอบ โดยภาพรวม ไฮเปอร์คาร์อย่างกระทิงตัวพ่อคันนี้ไม่ต้องใช้จินตนาการอะไรให้มากเรื่องสำหรับการขับ LP750-4 Superveloce ขอเพียงมีเงิน (มากๆ) และต้องรีบทำการสั่งจอง เนื่องจากจำนวนการผลิตแค่ 600 คัน หลังจากการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ Superveloce เวอร์ชั่นล่าสุดก็ทำยอดขายไปแล้ว 500 คัน เหลืออีก 100 คันที่น่าจะหมดลงภายในเร็ววันนี้ ราคา 280,000 ปอนด์ รวมภาษีนำเข้าอีก 300% ทำให้ค่าตัวของวัวป่าตัวนี้ทะยานไปที่ 49 ล้านบาท คิดดูอีกทีหากคุณมีเงินล้นฟ้าและชอบสะสมรถแปลกๆ ราคาระดับนี้ไม่แพงเลยสำหรับการได้ครอบครองยานประหลาดแบบนี้ ที่สำคัญก็คือมีคนรวยอยากได้รถแบบนี้อีกเยอะและการทำออกมาแค่นิดเดียวก็ยิ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าในตัวมันเองอีกด้วย.

Lamborghini Aventador LP750-4 Superveloce Spec.

Chassis and body

Frame: Carbon fiber monocoque with aluminium front and rear frames

Body: Carbon fiber engine bonnet, rear spoiler and side air inlets; Aluminium front bonnet, front fenders and doors; SMC superlight rear fender and rocker covers

Mirrors: External mirrors heated, electrically adjustable and foldable

Rear spoiler: Fixed spoiler in carbon fiber, manually adjustable with 3 position (high-mid-low downforce)

Suspension

Suspension: Front and rear horizontal magneto-rheological damper with push-rod system

Tyres and wheels

ESP : ESP/ ABS with different ESP charecteristics managed by drive select mode

Steering : Steering Gear with 3 different servotronic charcteristics coupled with Lamborghini Dynamic Steering (LDS), managed by drive select mode

Front tires : Pirelli PZERO Corsa 255/30 ZR20

Rear tires : Pirelli PZERO Corsa 355/25 ZR21

Front wheels : 9”Jx20” H2 ET32.2

Rear wheels : 13”Jx21” H2 ET 66.7

Curb-to-curb turning circle : 12.5m (41.0ft)

Airbags

Airbags : Front dual stage driver airbag and front adaptive passenger airbag; seats with side “head-thorax” airbags

Brakes Brakes : Dual hydraulic circuit brake system with vacuum brake booster

front and rear CCB, (6-cylinder brake calipers, 4-cylinder brake calipers); Ventilated discs (front – rear): Carbo-ceramic discs Ø 400 x 38 mm – Ø 380 x 38 mm

Engine Type :V12, 60°, MPI
Displacement : 6,498 cm³ (396.5cu.in.)
Bore and stroke : Ø 95 mm x 76,4 mm (3,74 in. X 3 in.)
Valve gear : Variable valve timing electronically controlled
Compression ratio : 1,180.0:1
Maximum power : 750CV (552kW) @8,400RPM
Maximum torque : 690Nm (507lbft) @5,500RPM
Engine speed, maximum : 8,500RPM
Engine speed, idling : 850RPM
Emission class : EURO 6 - LEV 2
Emission control system : Catalytic converters with lambda sensors
Cooling system : Water and oil cross flow cooling system with fixed air inlets
Engine management system : Lamborghini Iniezione Elettronica (LIE) with Ion current analysis
Lubrification system : Dry sump

Fuel consumption
Urban cycle consumption : 24.7l/100kmExtra
urban consumption : 10.7l/100kmCombined consumption:16.0l/100km
CO2 emission : 370g/km

Drivetrain
Type of transmission : 4WD with Haldex generation IV
Gearbox : 7 speed ISR, shifting characteristic depending on drive select mode
Clutch : Dry double plate clutch, Ø 235 mm (9,25 in.) Standard: AMT

Performance
Top speed : >350km/h (>217mph)
Acceleration 0-100 km/h (0-62 mph): 2.8s
Acceleration 0-200 km/h (0-124 mph) : 8.6s
Acceleration 0-300 km/h (0-186 mph): 24.0s
Braking 100-0 km/h (62-0 mph): 30.0m

Dimensions
Wheelbase : 2,700mm (106.30in)
Overall length : 4,835mm (190.35in)
Overall width (excluding mirrors) : 2,030mm (79.92in)
Overall height : 1,136mm (44.72in)
Front track : 1,720mm (67.72in)
Rear track : 1,680mm (66.14in)
Dry weight : 1,525kg (3,362lb)
Weight/Power ratio : 2.03kg/CV (4.48lb/CV)
Weight distribution (front - rear) : 43 % - 57 %

Capacities
Fuel tank capacity : 90l (23.8gal.)
Engine oil capacity : 13l (3.4gal.)
Engine coolant capacity : 25l (6.6gal.)

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom