วันอังคารที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นับถอยหลัง AEC 27/06/58

“ประเทศไทยมีเสน่ห์ตรงไหน ในแง่ของการลงทุน และยังมีเสน่ห์หลงเหลือหรือไม่หลังจากที่เศรษฐกิจไทยได้มีการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาททั่วประเทศและยังมีสถานการณ์การเมืองที่ยังไม่มีเสถียรภาพมากนัก” เป็นคำถามที่ทั้งคนไทยและนักลงทุนต่างประเทศตั้งคำถามไว้ด้วยความกังวล

ต้องยอมรับครับว่าเมื่ออาเซียนเข้าสู่ AEC ในปี 2559 หลายประเทศจากทั่วโลกคาดหวังจะเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพื่อจับตลาด AEC ซึ่งเป็นตลาดที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงสุดในระดับต้นๆ ของโลก ประกอบกับสัดส่วนของคนชั้นกลางและคนที่มีฐานะร่ำรวยที่อำนาจซื้อสูงใน AEC มีสัดส่วนและมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ AEC จึงเป็นแหล่งดึงดูดการลงทุนที่สำคัญของโลก

จากรายงานการลงทุนของโลก (World Investment Report 2015) ของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า ในปี 2556 และ 2557 อาเซียนเป็นพื้นที่ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สูงสุดในระดับต้นๆ ของโลก โดยประเทศในอาเซียนมีมูลค่าของ FDI สูงสุด 2 อันดับแรกคือ สิงคโปร์เป็นประเทศอันดับที่ 6 ของโลกที่มีมูลค่า FDI เฉลี่ยประมาณปีละ 6.5-6.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอินโดนีเซียอยู่ที่อันดับ 19 ของโลก โดยมีมูลค่า FDI เฉลี่ยประมาณปีละ 1.9-2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับประเทศไทย แม้ว่าไทยจะมีมูลค่าของ FDI สูงสุดเป็นอันดับ 3 ของอาเซียนโดยมีมูลค่า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯในปี 2557 แต่เริ่มมีสัญญาณที่ชะลอตัวลงและเริ่มมีเสน่ห์ลดลง เพราะในรายงานปี 2558 ปรากฏว่าไทยไม่ติดอันดับ 1 ใน 20 ประเทศแรกของโลกที่น่าสนใจในการลงทุนสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ในปี 2558-2560 เทียบกับรายงานในปีที่แล้วที่ไทยติดอันดับ 8 ใน 20 อันดับแรก ซึ่งน่าห่วงใยครับ.

ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผอ.ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ