วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ปืนปริศนา” เหตุมาจากอะไรแน่

“ปืนปริศนา” เหตุมาจากอะไรแน่

  • Share:

เวลานี้ดูเหมือนว่า “สีกากี” จะดังกระหึ่มกว่า “สีเขียว” ไม่ว่าจะเป็นกาสิโน หรือเรื่องที่อดีตนายตำรวจคนดังไปถูก ตม.จับปืนที่ญี่ปุ่น แม้จะเป็นคนละเรื่อง แต่ก็เป็นเรื่องเดียวกันไปโดยปริยาย คือกระทบชิ่งไปถึง คสช.อย่างช่วยไม่ได้

“กาสิโน” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ต้องออกโรงเองเพื่อสยบสถานการณ์ไม่ให้บานปลายไปมากกว่านี้ ด้วยการยืนยันไม่มีแน่สำหรับรัฐบาลชุดนี้

พร้อมกับสั่ง พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่เกิดอาการ “แรงจัด” ให้หยุดพูดเรื่องนี้เลย ทำให้ทุกอย่างเบาไปโดยปริยาย

อีกเรื่องหนึ่งคือ การที่ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง อดีต ผบช.น. ซึ่งเกษียณอายุราชการไปแล้ว ระหว่างจะเดินทางกลับประเทศไทย ได้ถูก ตม.ญี่ปุ่นตรวจพบอาวุธปืนในกระเป๋าถือจนเป็นเรื่องเป็นราวโด่งดังไปทั่วโลก

เผอิญที่นั่นคือญี่ปุ่นไม่ใช่ประเทศไทย การเจรจาต้าอ้วยจึงไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีกฎหมายที่เข้มงวดในเรื่องการนำพาอาวุธขึ้นเครื่องบิน

ก็เลยเป็นคดีความที่ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย

ระหว่างนี้จึงถูกควบคุมตัวเพื่อรอการพิจารณาของอัยการว่า จะสั่งฟ้องหรือไม่ แม้ว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียวจะเข้าช่วยเหลือเจรจาในทำนองว่า เคยเป็นอดีตนายตำรวจระดับสูงน่าจะให้ความอนุเคราะห์ปล่อยตัว

แต่ก็อย่างที่ว่า ญี่ปุ่นไม่ใช่ไทยจะทำอะไรอย่างใจไม่ได้

ต้องรอดูกันต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้นในเรื่องของ...“มีวันนี้เพราะพี่ให้”

เหตุที่เกิดขึ้นนั้นตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากสำหรับประเทศไทยก็คือ การที่องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศได้ “ปักธงแดง” ประเทศไทย เพราะไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัยด้านการบินพอดิบพอดี

พูดง่ายๆว่ากำลังหน้ามืดกับการแก้ไขปัญหานี้ มาเจอเรื่องนี้เข้าไปอีก

แม้พยายามจะแยกเรื่องนี้ว่าไม่เกี่ยวกัน เพราะไม่ได้เกี่ยวกับการบิน แต่การที่มีการพกปืนขึ้นเครื่องบินโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้นความหมายมันคงไม่ต่างกัน

ประเด็นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้สั่งให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมจึงเกิดเหตุเช่นนี้ขึ้นมาได้

โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานการตรวจสอบด้านความปลอดภัยของสนามบิน เพราะสนามบินสุวรรณภูมิคือต้นทางที่มีการนำ “ปืน” ผ่านขึ้นเครื่องไปได้อย่างไร

ทอท.ยืนยันว่าจากการตรวจสอบจากร่างกาย และสัมภาระตามมาตรฐานทุกอย่าง ไม่พบว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์มีปืนในกระเป๋าเดินทางที่โหลดขึ้นใต้ท้องเครื่อง หรือพกติดตัวขึ้นเครื่องแต่อย่างใด

จึงมั่นใจว่าไม่ได้พกปืนขึ้นเครื่องแต่อย่างใด และเครื่องเอกซเรย์ก็ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทอท.ออกมาเต็มสูบไปทางหนึ่ง

แต่ตำรวจโดย พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก สตช.บอกว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์รับว่าเป็นปืนของเขาจริง ลืมไว้ในกระเป๋าใส่ยา ตอนเดินทางไปญี่ปุ่นได้โหลดใส่ไว้ใต้เครื่อง แต่พอขากลับนำมาใส่กระเป๋าสะพายจนเป็นที่มาของการจับกุม

“ตำรวจ” ก็ไปอีกทางหนึ่ง...

ประเด็นก็คือหากไม่ได้พกปืนไปจริงก็แสดงว่าไปเอาปืนมาจากญี่ปุ่น จึงตรวจไม่พบระหว่างขึ้นเครื่องในไทย และไม่ตรวจพบที่สนามบินนาริตะก่อนเข้าประเทศญี่ปุ่น

หรือถ้านำออกไปจากประเทศก็ต้องถามว่าทำไมตรวจสอบไม่พบทั้งในไทยและญี่ปุ่น เพราะหากตรวจสอบกันอย่างจริงจังเข้มงวดไม่น่าจะเล็ดลอดออกไปได้

เพราะเครื่องตรวจสอบไม่มีประสิทธิภาพหรือเจ้าหน้าที่บกพร่องกันแน่?

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้