วันเสาร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อายุ 83 ปี แต่ยังไม่โต

ประชาธิปไตยไทยอายุครบ 83 ปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นวันประชาธิปไตยที่ผ่านไปอย่างเงียบๆ แต่อันที่จริงเงียบมาหลายทศวรรษ นับตั้งแต่คณะปฏิวัติในช่วงทศวรรษ 2500 ประกาศยกเลิกไม่ให้วันที่ 24 มิถุนายน เป็น “วันชาติ” แม้จะยังให้วันที่ 10 ธันวาคม เป็น “วันรัฐธรรมนูญ” ต่อ แต่ก็ไม่มีการฉลองใหญ่โตเหมือนดังในอดีต

83 ปีของประชาธิปไตยไทยน่าจะเป็นอายุมากที่สุด และเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาจจะแก่ที่สุดในเอเชียด้วยซ้ำ เพราะไทยเปลี่ยนแปลงการปกครองตั้งแต่ พ.ศ.2475 ในขณะที่ประเทศเกือบทั้งหมดในเอเชียเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งไม่ว่าจะเป็นอินเดีย ซึ่งเป็นประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน หรือญี่ปุ่นก็เป็นประชาธิปไตยหลังไทย

แต่น่าเศร้าใจที่ประชาธิปไตยไทยไม่รู้จักโต ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดหรือมิฉะนั้นก็ต้องก้าวถอยหลัง และกลับสู่ระยะเปลี่ยนผ่านหรือตั้งไข่ใหม่ ทั้งๆที่ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย ก็ก้าวหน้ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค มีชนชั้นกลางซึ่งเป็นปัจจัยเกื้อหนุนประชาธิปไตยมากขึ้น และประชาชนก็ได้รับการศึกษาทั่วถึง มีบัณฑิตดุษฎีบัณฑิตเต็มบ้านเต็มเมือง

แต่ทำไมประเทศไทยจึง “ติดกับ” ประชาธิปไตยไม่สามารถเดินหน้า เป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก มีมาแล้วถึง 19 ฉบับ และกำลังยกร่างฉบับที่ 20 และมีรัฐประหารมาก ใกล้เคียงกับรัฐธรรมนูญ เพราะแต่ละครั้งที่มีรัฐประหาร มักจะยกเลิกรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญชั่วคราว และยกร่างฉบับใหม่ นัยว่าเพื่อปฏิรูปการเมือง

วัฏจักรการเมืองไทยต้องหมุนเวียนกลับไปกลับมา ระหว่างการเลือกตั้งกับการเว้นวรรคเลือกตั้งในระยะหลังๆมีการเลือกตั้งอย่างต่อเนื่องและมั่นคง แต่กลับมีปัญหาใหม่ คือการซื้อเสียงที่แพร่ระบาดทุกระดับ เนื่องจากเศรษฐกิจเข้าสู่ยุคทุนนิยมเต็มตัว การเมืองกลายเป็น “การลงทุน” ของนักธุรกิจการเมือง ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อซื้อเสียง และซื้ออำนาจปกครองประเทศ

การเมืองไทยวิวัฒนาการไปอีกก้าวหนึ่ง จากประชาธิปไตยที่ง่อนแง่น สู่ความเป็น “ธนาธิปไตย” แทบจะไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยแท้ แต่มีนายทุนเป็นเจ้าของพรรค และเป็นผู้ลงทุนมหาศาล จึงต้องถอนทุนบวกกำไร มีการช่วงชิงอำนาจและผลประโยชน์อย่างเข้มข้น ไม่มีใครยอมแพ้ใคร กลายเป็นความขัดแย้งรุนแรง และกลับสู่รัฐประหาร

เสียงเรียกร้องปฏิรูปการเมือง เพื่อให้เป็นประชาธิปไตยแท้และมั่นคงมากขึ้นทุกขณะ แต่การปฏิรูปการเมืองของไทย มักหมายถึงแค่การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ คราวนี้คล้ายกับจะเป็นการประกวดการยกร่างรัฐธรรมนูญ ใครจะเขียนได้ยาวและวิจิตรพิสดารกว่าเป็นการปฏิรูปตัวหนังสือแบบเดิมๆ แต่ไม่ได้ปฏิรูปคนจนน่าห่วงว่าจะเข้าอีหรอบเดิมหรือไม่?

26 มิ.ย. 2558 09:27 ไทยรัฐ