วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

4เดือนฤดูแมงกะพรุน ขุมทองทะเลระนอง

“ในทะเลมีเงินให้เราตักได้เยอะแยะไปหมด” เงิน...

ในความหมายของน้านันท์ หรือสุนันท์ คุ้มราษฎร์ อายุ 57 ปี บ้านเลขที่ 35/6 หมู่ 1 ตำบลกะเปอร์ อำเภอกะเปอร์ จังหวัดระนอง ก็คือสัตว์ทะเล

ก่อนหน้านั้น น้านันท์ออกเรือวางอวนปลาทู ปลากระบอก จนเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ 4 เดือนนี้เป็นช่วงเวลาการหาแมงกะพรุน

กะพรุนที่น้านันท์ตั้งใจหา ตัวเป็นสีชมพูอ่อน มีหนวดยื่นออกมาตามลำตัวเหมือนกับเส้นของขนมลอดช่อง มันจึงถูกเรียกว่า กะพรุนลอดช่อง

น้านันท์ตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อเตรียมตัว พอตี 5 ต้องไป เพราะน้ำเป็นตัวสำคัญ

“ถ้าแจ้ง น้ำแห้งก็ไปไม่ได้” แจ้งเป็นสำนวนคนใต้ หมายความว่า “สว่าง”

อุปกรณ์ที่ใช้มีสวิง ตะขอ เรือลำหนึ่งไปกัน 2 คน น้านันท์ถือท้าย...ลูกชายตักแมงกะพรุน

ถึงจุดตัก จอดเรือลอยลำ คนตักต้องใส่ถุงมือ ใช้สวิงหรือตะขอเกี่ยว อย่าให้แมงกะพรุนโดนตัว เพราะแมงกะพรุนทุกชนิดมีพิษ อาจเกิดอาการแสบคัน หรือว่าปวดแสบปวดร้อนได้

แต่ถ้าโดนมีวิธีแก้ ในเรือทุกลำที่ออกหาแมงกะพรุนต้องมีสารส้ม เกลือ ละลายน้ำใส่ขวดไว้ พอโดนแมงกะพรุนก็เอามาเช็ดจะหายทันที แต่ถ้าโดนหน้าเข้าตา ให้รีบล้างด้วยน้ำโซดาจืด

วันวันหนึ่ง น้านันท์หาได้สองพันถึงสามพันตัว ตักมาแล้วก็ไปขายแบบสดๆที่แพ ขายเป็นตัวๆ ตัวหนึ่งหนัก 10 กว่ากิโล ขายได้ตั้งแต่ 3-5 บาท

วันที่กะพรุนขึ้นมาก วิ่งเรือตักถึง 2 เที่ยว เที่ยงต้องวิ่งเข้ามาขาย บ่ายก็ออกไปอีก

เรือตักแมงกะพรุนไม่ได้มีแต่น้านันท์ มีเป็นพันๆลำ ออกหาได้ทุกวัน ยกเว้นวันฝนตก

“ถ้าฝนตกกะพรุนจะไม่ลอยขึ้นบนผิวน้ำ” น้านันท์ว่า

น่านน้ำในทะเลของเรือตักแมงกะพรุน อยู่ใกล้เกาะค้างคาว เกาะกำ ทะเลนอก

ตอนแรกๆที่เริ่มหา แมงกะพรุนจะมาใกล้ฝั่ง ออกเรือไป 20 นาทีก็เจอ แต่พอเรือหาแมงกะพรุนเพิ่มมากขึ้น แมงกะพรุนก็เริ่มถอยออกไปจนเข้าฝั่งพม่า ถึงตรงนั้นเราก็เข้าไปไม่ได้

ทะเลระนองมีแมงกะพรุนลอดช่องส่วนใหญ่ ถ้าปีไหนเชื้อเยอะก็เยอะ

เชื้อที่น้านันท์ว่า คือลูกน้ำเล็กๆ ที่จริงก็คือไข่ กะพรุนตัวหนึ่งวางไข่ได้เป็นหมื่นตัว

สำหรับคนตักแมงกะพรุนไม่ต้องดิ้นรนเวียนวนหาที่ไหน เวลาแมงกะพรุนขึ้นทีมองแดงเต็มไปหมด แค่ดับเครื่องเรือก็สามารถเลือกตักได้ ตักซ้ายตักขวาแป๊บเดียวก็เพียบ (เต็ม) แล้ว

เรือหาแมงกะพรุนจอดกันเป็นกลุ่ม ต่างคนต่างหากิน ไม่มีทะเลาะกัน มีบ้างคนถือท้ายเรือไม่ดีก็ชนกัน แต่เรือไม่จม เหตุที่เรือจมเพราะเป็นเรือมือใหม่ ไม่รู้ว่าเรือตัวเองบรรทุกได้ขนาดไหน ปีหนึ่งจม 30–50 ลำ

ข้อไม่สะดวกใจ ตอนที่เรามาถึงแพรับซื้อกะพรุนต้องรอ มีเรือต่อคิวเยอะ

สมัยก่อนแพรับซื้อเอาแต่หัว ขาไม่เอา แต่เดี๋ยวนี้เอาหมด

เมื่อได้แมงกะพรุน แพจะเริ่มดองตามกระบวนการ เรียกตามภาษาชาวบ้าน มีตั้งแต่พรุน 1–2–3 และ 4

เริ่มจากแยกชิ้นส่วนโดยการตัดหนวด (หรือส่วนขา) กับลำตัวออก จากนั้นนำแมงกะพรุนใส่ในบ่อที่ 1 บ่อนี้จะใช้สารส้ม-เกลือ-เบกกิ้งโซดา หมักไว้ 7 วัน เรียกว่าพรุน 1

ย้ายมายังบ่อที่ 2 ใช้สารส้ม-เกลือ แล้วพักแมงกระพรุนไว้ที่บ่อนี้ประมาณ 1-2 คืน เรียกว่าพรุน 2

จากนั้นย้ายไปเก็บต่อยังบ่อที่ 3 โรยเกลือรองไว้ที่ก้นบ่อ ก่อนที่จะนำแมงกะพรุนที่ตัวเริ่มแข็งแล้ววางเรียงกันแล้วโรยเกลือเป็นชั้นๆซ้ำลงไปอีกรอบ พักไว้อีกประมาณ 5 วัน เรียกว่าพรุน 3

ครบ 5 วัน มาถึงขั้นตอนสุดท้ายเรียกว่าพรุน 4 เปลี่ยนบ่อนำมาพักไว้บ่อที่ 4 แล้วใช้เวลาเก็บต่อ 2-3 วัน หรือนานกว่านั้นก็ได้ เพื่อให้เนื้อของแมงกะพรุนมีความแข็งและได้คุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

แมงกะพรุนที่ทำครบ 4 กระบวนการ จะถูกเก็บไว้รอส่งจำหน่าย ประเทศที่รับซื้อตอนนี้มีจีน ญี่ปุ่น และเกาหลี

เรื่องราคาน้านันท์จำได้ว่าปี 2515 ญี่ปุ่นซื้อกิโลละ 200 กว่าบาท น้านันท์ยังเคยไปรับจ้างซื้อแมงกะพรุนตัวละ 11–12 บาท หลังจากนั้นราคาก็ไม่ขึ้นอีก

หมดหน้าแมงกะพรุน เงินที่น้านันท์บอกว่าหาตักได้จากทะเล ระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ก็คือการวางอวน ปั่นหมึก พอหมดหน้าหมึก เข้าเดือนมิถุนายน น้านันท์ก็ทิ้งทะเล

ขึ้นบกเข้าสวนยาง เพาะต้นกล้ายางขาย ยางตาเขียวชำถุงละ 25 บาท งานบนฝั่งยังมีให้ทำอีกมากมาย ตอนนี้น้านันท์มีงานใหม่ ทำโรงสีข้าว

“คนจะยากดีมีจนยังไงก็ต้องกินข้าว” น้านันท์ว่า “ไปซื้อข้าวเปลือกจากอุบลฯและชัยภูมิ เป็นข้าวหอมมะลิ ข้าว กข5 เอามาสีเอง ตอนนี้เริ่มมีพรรคพวกสั่งกันเข้ามาเรื่อยๆ”

ข้าวเปลือกที่เอามาสี ก็เพื่อหลีกเลี่ยงยาฉีดมอด พอสีข้าวได้รำ ปลายข้าว ก็เอามาเลี้ยงปลา ไก่

น้านันท์พื้นเพอยู่ทุ่งสง นครศรีธรรมราช ย้ายมากะเปอร์ ระนอง ตอน จบ ป.4 ตามพ่อออกทะเลตั้งแต่ 10 ขวบ พ่อทำอะไรก็ตาม

ครอบครัวน้านันท์มีน้าอำพรรณ คุ้มราษฎร์ เป็นแม่บ้าน มีลูกชายอีก 3 คน

ระหว่างการทำประมงในทะเล กับขึ้นฝั่งทำสวน น้านันท์ชอบทั้งสองอย่าง เวลาทำสวนเครียดๆลงทะเลสักวันก็หาย

“ถ้าเราไม่จับแมงกะพรุนก็ไม่ต้องทำทะเล” น้านันท์บอก “ในทะเลมีแต่แมงกะพรุน วางอวนก็ติดอวน ขนาดตกเบ็ดก็ยังติด ตักยังไงก็ไม่หมด บางทีมีมากขนาดแพยังต้องปิด เพราะไม่มีตังค์ซื้อ”

น้านันท์เปรียบแมงกะพรุนเหมือนเป็นเงินลอยน้ำ เงินสะพัดในทะเลหลายล้าน น้านันท์กับลูกชายออกไปตักได้เงิน 2 หมื่นต่อวัน อาชีพการหาแมงกะพรุนไม่เคยมีคำว่าขาดทุน

คุยเรื่องแมงกะพรุนยืดยาว น้านันท์เพิ่งยอมรับตอนนี้ตักไม่ไหว จึงให้ลูกชายเป็นคนตักแทน เจ็ดแปดปีที่ผ่านมาน้านันท์ถือท้ายเรืออย่างเดียว การถือท้ายเรือเป็นงานไม่หนัก ถือได้ทั้งวัน

การหาแมงกะพรุนคงทำไปเรื่อยๆคงหยุดไม่ได้ อยู่เฉยๆก็ไม่ดี ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว

ลงทะเลหากินกับทะเลมานาน คนโบราณเตือนให้ระวัง คืบทะเล ศอกทะเล น้านันท์รู้จักทะเลดี รู้ว่าลมแบบนี้ไปได้ ลมตะวันตกลง เราต้องไป น้ำขึ้นน้ำลงอย่าออกเรือ คลื่นโต้น้ำจะแรง

คุยถึงตรงนี้ น้านันท์ทิ้งท้าย สีหน้ามีรอยยิ้ม “ทำมาหลายสิบปีเรือไม่เคยจม ไม่เคยว่ายน้ำ”.

26 มิ.ย. 2558 09:07 26 มิ.ย. 2558 09:09 ไทยรัฐ