วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“สกย.” ทั่วประเทศ สนองนโยบายรัฐ

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รก.ผอ.สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า สกย.ได้ดำเนินงานสนองนโยบายของรัฐบาลในการลดปริมาณผลผลิตยาง และสร้างความมั่นคงในเรื่องรายได้ให้เกษตรกร ซึ่งล่าสุดได้สั่งการไปยัง สกย.จังหวัดต่างๆทั่วประเทศ ให้เร่งส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางปรับเปลี่ยนทำสวนยางใหม่ จากเดิมที่ปลูกยางในลักษณะพืชเชิงเดี่ยวประมาณไร่ละ 60-70 ต้นต่อไร่มาทำการเกษตรแบบผสมผสาน ลดจำนวนต้นยางที่ปลูกลงเหลือไม่น้อยกว่า 40 ต้นต่อไร่ โดยยังได้รับเงินสงเคราะห์ในอัตราไร่ละ 16,000 บาทต่อปี เป็นระยะเวลา 7 ปีเช่นเดิม แต่ทั้งนี้จะต้องปลูกในระยะที่สม่ำเสมอ เพื่อให้มีพื้นที่ว่างระหว่างต้นยางเพิ่มมากขึ้นจากเดิม 6-7 เมตร เป็นประมาณ 10 เมตร มากเพียงพอที่จะนำไปใช้ทำการเกษตรแบบผสมผสาน

“สำหรับรูปแบบการเกษตรผสมผสานในสวนยางนั้น จะมี 2 ทางเลือกหลักๆ คือ 1.ปลูกยางร่วมกับพืชชนิดต่างๆ ทั้งนี้ เกษตรกรที่ขอรับเงินสงเคราะห์การปลูกยางใหม่ในปี 2558 สามารถปลูกพืชอื่นๆ พร้อมกับการปลูกยางได้ทันที โดยในระยะสั้น 1-2 ปี อาจจะปลูกพืชล้มลุก เช่น ข้าวไร่ พืชผักกล้วย มะละกอ เป็นต้น ส่วนในระยะยาว เกษตรกรสามารถเลือกพืชยืนต้นอื่นๆมาปลูกผสมผสานกับสวนยางได้ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของตลาดในพื้นที่นั้นๆ เช่น สะตอ มังคุด ผักเหรียง เป็นต้น หรืออาจจะปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่น ไม้สัก ไม้ตะเคียน เป็นต้น2.ปลูกยางร่วมกับการทำปศุสัตว์หรือประมง ซึ่งเกษตรกรอาจจะใช้พื้นที่ว่างระหว่างต้นยางในการทำแปลงหญ้า หรือทำคอกเลี้ยงปศุสัตว์ เช่น วัว แกะ แพะหรือทำบ่อพลาสติก เลี้ยงปลา เลี้ยงกบ สำหรับหญ้าที่ปลูกสามารถนำมาใช้เป็นอาหารของปศุสัตว์ที่เลี้ยง หรือ อาจจะขายก็ได้เช่นกัน เป็นการลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง” นายประสิทธิ์กล่าวในที่สุด.

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รก.ผอ.สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.) เปิดเผยว่า สกย.ได้ดำเนินงานสนองนโยบายของรัฐบาลในการลดปริมาณผลผลิตยาง... 26 มิ.ย. 2558 08:14 26 มิ.ย. 2558 08:16 ไทยรัฐ